×

จุดจบขาขึ้น? ทองคำ ‘ผันผวน’ หนัก เปิด 4 เหตุผล ที่ราคาลง-ราคาทองคำไทยดิ่ง 3 วันทำการ

03.02.2026
  • LOADING...
ภาพประกอบกราฟแสดงราคาทองคำที่ผันผวนและปัจจัยที่ทำให้ราคาดิ่งลง

จากความเคลื่อนไหวของราคาทองคำเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (30 ม.ค.) สร้างความตื่นตระหนกให้กับนักลงทุนทั่วโลก เมื่อราคาทองคำถูกเทขายอย่างหนัก โดยราคาทิ้งตัวลงหลุดระดับ 5,000 ดอลลาร์

 

ขณะที่ราคาทองคำในประเทศในช่วง 3 วันทำการ ตั้งแต่วันที่ 30-31 มกราคม และล่าสุดวานนี้ วานนี้ (2 ก.พ.) ราคาเป็นทิศทางลดลงต่อเนื่องรวมกว่า 10,000 บาท โดยวานนี้ วันเดียว ปิดซื้อขายราคาร่วงลงไป 3,050 บาท โดยทองแท่งขายออกที่ 71,150 บาท ขณะที่ราคารูปพรรณขายออกที่ 71,950 บาท

 

โดยระหว่างการซื้อขายราคาดิ่งไปมากกว่า 4,000 บาท ส่งผลให้ราคาหลุดไปต่ำกว่า 70,000 จุด ก่อนจะลดช่วงติดลบในช่วงปิดการซื้อขาย

 

เปิด 4 เหตุผลที่กดดันราคา ‘ทองคำ’

 

โดยวานนี้ (2 ก.พ.) ศิริลักษณ์ ปโกฏิประภา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ได้วิเคราะห์ ว่า สาเหตุของการปรับฐานราคาทองคำที่ปรับฐานมาจาก 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่

 

  • แรงเทขายทำกำไรเพื่อล็อกผลตอบแทน หลังจากราคาทองปรับขึ้นอย่างร้อนแรงผิดปกติเพิ่มขึ้น 600 ดอลลาร์เพียง 2 วัน และให้ผลตอบแทนปีนี้สูงถึง 29% เมื่อคำนวณจากราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 5,595 ดอลลาร์ ซึ่งอาจนำไปชดเชยผลขาดทุนจากสินทรัพย์บางตัวอย่าง Bitcoin
  • ทรัมป์เสนอเควิน วอร์ชเป็นประธานเฟดคนใหม่ แทนพาวเวลที่จะครบวาระเดือนพฤษภาคม ซึ่งเควิน วอร์ช สมัยเป็นผู้ว่าการเฟด 5 ปี (ปี 2006–2011) ผ่านช่วงวิกฤตการเงินโลก มีนโยบายการเงินสายเหยี่ยว ต้องการควบคุมเงินเฟ้อและไม่เห็นด้วยกับการทำมาตรการ QE เคยโหวตคัดค้าน QE รอบที่ 2 ทำให้ตลาดกังวลว่าเฟดจะตรึงดอกเบี้ยในอัตราที่สูงยาวนานขึ้น
  • เงินดอลลาร์กลับทิศทางแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังจากอ่อนค่าลงแตะต่ำสุดในรอบ 4 ปี ซึ่งเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น 1.8% ดัชนีเงินดอลลาร์ในวันศุกร์ที่ผ่านมา (30 ม.ค.) ขึ้นไปแตะ 97.29 จากลงไปแตะต่ำสุดที่ 95.55 ในวันพุธที่ผ่านมา (28 ม.ค.)
  • ปัจจัยด้านเทคนิค เตือนว่าราคาทองจะมีการปรับฐานในวันพฤหัสที่ผ่านมา (29 ม.ค.) โดยแรงซื้อสู้กับแรงเทขายอย่างหนัก ผสมการถล่มขายจาก Robot trade หลังราคาหลุดจุดขายตั้งขาดทุน ทำให้มีคำสั่งขายจาก Robot trade ส่งผลให้ราคาทองลงอย่างรวดเร็ว และราคาทองมีความผันผวนสูงมาก ช่วงกว้างราคาทองสูงสุดและต่ำสุดในวันศุกร์สูงสุดเป็นประวัติการณ์ 760 ดอลลาร์

 

ทองคำจะลงอีกหรือไม่ น่าซื้อหรือยัง

 

วานนี้ (2 ก.พ.) ทองยังเผชิญแรงเทขายต่อเนื่อง ราคาทองยังปรับลงแรงและมีความผันผวนสูง ถึงแม้ว่าปัจจัยบวกระยะสั้นอาจลดลง ไม่ว่าจะเป็นเสี่ยงทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ลดลงจากข่าวสหรัฐฯ-อิหร่านพร้อมเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้ง ประเด็นความกังวลว่าทรัมป์เสนอเควิน วอร์ชเป็นประธานเฟดคนใหม่ที่เป็นสายเหยี่ยว อาจทำให้ดอกเบี้ยสหรัฐฯ ไม่ลดลงมากอย่างที่ตลาดคาด แต่มองว่าทรัมป์ต้องแต่งตั้งประธานเฟดที่มีนโยบายลดดอกเบี้ยสอดคล้องกับทรัมป์

 

ทั้งนี้ถ้าวอร์ชได้แถลงมีท่าทีสายพิราบมากขึ้น ทำให้คาดว่าราคาทองจะฟื้นตัวขึ้นได้ เนื่องจากก่อนหน้านี้วอร์ชได้เคยแสดงจุดยืนต่อสาธารณะว่าเฟดควรปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอย่างมาก โดยให้เหตุผลว่าการเพิ่มขึ้นของประสิทธิภาพการผลิตจาก AI จะช่วยควบคุมแรงกดดันด้านราคา และเฟดไม่จำเป็นต้องเผชิญกับ “ทางเลือกที่โหดร้าย” ระหว่างการกดเงินเฟ้อกับการทำลายตลาดแรงงาน

 

เปิดข้อมูลธนาคารกลาง ซื้อทองคำต่อเนื่อง

 

ทองคำให้ผลตอบแทนโดดเด่นสุดเมื่อเทียบกับถือเงินสกุลที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยอื่นๆ ทั้งเงินดอลลาร์ เงิน ฟรังก์สวิส เงินเยน ซึ่งปี 2568 ทองให้ผลตอบแทนสูงถึง 64% และเดือนมกราคมปีนี้ทองให้ผลตอบแทน 13% สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในการรักษามูลค่าของทองคำ กระแส Debasement trade ที่มองว่าการเสื่อมมูลค่าเงินกระดาษในระยะยาว กระแส De-dollarization ทำให้ธนาคารกลาง ยังคงเป็นผู้เล่นรายใหญ่ที่เข้าซื้อทองคำ หลังจากปี 2568 ยังเข้าซื้อทองคำ 863 ตัน และเม็ดเงิน Fund Flow ที่ยังไหลเข้าอีทีเอฟทองคำในปีนี้ 74.8 ตัน (ณ 23 ม.ค 69) ถือครองทองคำ 4,099 ตัน สูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ ซึ่งปี 2568 Fund Flow ไหลเข้าสูงถึง 801 ตัน เป็นปีที่แข็งแกร่งอันดับ 2 ในประวัติการณ์

 

ดังนั้นคาดว่าราคาทองในระยะยาวยังเป็นขาขึ้น มองว่าปัจจัยพื้นฐานในระยะยาวไม่ได้เปลี่ยนแปลง ราคาทองที่ปรับลงแรงช่วงนี้ เป็นโอกาสเข้าซื้อได้ กลยุทธ์แนะนำแบ่งทยอยสะสม จุดเข้าซื้อไม้แรกที่ 4,300-4,500 ดอลลาร์ ทองไทยราวที่ 67,000-69,000 บาท

 

เตือนนักลงทุนเผชิญ ‘สงครามด้าน การลงทุน’

 

ด้านแม่ทองสุก ระบุว่า ราคาทองคําปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงในช่วง 2 วันทําการที่ผ่านมา ขณะที่วานนี้ (2 ก.พ.) ตลาดมีความ ผันผวนสูง เปิดการซื้อขายด้วยสเปรดที่กว้างขึ้น และยังคงมีแรงขายทํากําไรออกมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาผันผวนอย่างรุนแรง โดยเหวี่ยงตัวในกรอบประมาณ 250 เหรียญภายในเวลา 1 ชั่วโมง

 

กองทุนทองคํา SPDR มีการซื้อเข้า 0.57 ตัน ปัจจุบันซื้อ สุทธิที่ 15.11 ตัน ด้าน แรงกดดันหลักมาจากการขายของกองทุนเพื่อปรับพอร์ตการลงทุน รวมถึงแรงบังคับปิด สถานะ รวมถึงเศรษฐกิจในช่วงวันศุกร์ ตัวเลข PPI ออกมาสูงกว่าคาด ทําให้ตลาดกลับมากังวลแรง กดดันเงินเฟ้อ และประเมินว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงเป็น ระยะเวลานานกว่าที่คาด และยังไม่พร้อมปรับลดดอกเบี้ยในระยะใกล้

 

ประกอบกับกระแสการคาดการณ์ เกี่ยวกับประธาน Fed คนใหม่ ภายใต้การคัดเลือกของโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งมีแนวคิดเชิงนโยบายการเงิน ที่เข้มงวด ไม่สนับสนุนมาตรการ QE (Quantitative Easing) ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์ สหรัฐฟื้นตัวอย่างชัดเจน โดยดัชนีดอลลาร์ดีดกลับขึ้นเหนือระดับ 97 จุดอีกครั้งในวันศุกร์ที่ผ่านมา

 

ในเชิงเทคนิค ราคาทองคําในระยะสั้นยังคงเคลื่อนไหวในแนวโน้ม Sideway Down นักลงทุนควรให้ความ สําคัญกับการบริหารพอร์ตและการบริหารความเสี่ยงเป็นหลัก พร้อมหลีกเลี่ยงการใช้ Leverage ในระดับสูง ซึ่ง ถือว่ามีความเสี่ยงอย่างมากในสภาวะตลาดปัจจุบัน

 

โดยสถานการณ์ในขณะนี้สามารถเปรียบเสมือน ‘สงครามด้าน การลงทุน’ ที่ผู้ลงทุนจําเป็นต้องรักษาวินัยและสภาพคล่องเป็นอันดับแรก สําหรับมุมมองทางเทคนิค ประเมินแนวรับของราคาทองคําตลาดโลกอยู่ที่บริเวณ 4,630-4,550 ดอลลาร์ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,900-5,000 ดอลลาร์ และหากราคาหลุดระดับแนวรับดังกล่าว จะมีแนวรับทาง จิตวิทยาสําคัญถัดไปที่บริเวณ 4,500 ดอลลาร์ ส่วนราคาทองคําในประเทศประเมินแนวรับอยู่ที่ระดับ 69,000 บาท และแนวต้านที่ระดับ 72,000 บาท

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising