ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจมหภาคที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งนโยบายการค้าระหว่างประเทศ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และความผันผวนของเศรษฐกิจ ไปจนถึงความกังวลเกี่ยวกับงบลงทุนบนเทคโนโลยี AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล จนนำมาสู่ความกังวลเกี่ยวกับภาวะฟองสบู่ แต่ตลอดทั้งปี 2025 ยังเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งปีที่ดีของการลงทุน สะท้อนจากผลตอบแทนของหลายสินทรัพย์ที่ค่อนข้างโดดเด่น
ในบทความนี้ UOB Privilege Banking อยากชวนทุกคนย้อนมองโลกการลงทุนตลอดทั้งปี 2025 ที่ผ่านมา พร้อมมองแนวโน้มการลงทุนใน 2026 สินทรัพย์ใดจะยังโดดเด่นต่อไป
บทสรุป 2025 ทองคำคือผู้ชนะ หุ้นเทคยังคงแข็งแกร่ง
หากถามว่าสินทรัพย์ลงทุนใดร้อนแรงที่สุดในปีนี้ หลายคนน่าจะเทใจให้กับ ‘ทองคำ’ ด้วยผลตอบแทนที่สูงถึง 60% จนล่าสุดราคาทองคำในตลาดโลกพุ่งขึ้นมาสู่ระดับ 4,200 – 4,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์
แรงผลักดันราคาทองคำส่วนหนึ่งเกิดจากความวิตกกังวลต่อความไม่แน่นอน ทำให้นักลงทุนหันเข้าหา ‘สินทรัพย์ปลอดภัย’ (Safe-haven assets) อย่างทองคำ นอกจากนี้ ทองคำยังได้รับประโยชน์จากภาวะปิดรับความเสี่ยง (Risk-off) ท่ามกลางความไม่แน่นอนเรื่องภาษี, การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว, ความคาดหวังเรื่องการลดดอกเบี้ย และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่อ่อนค่าลง ซึ่งนำไปสู่ความต้องการที่แข็งแกร่งจากธนาคารกลางและนักลงทุนรายย่อย
ขณะที่ตลาดหุ้นทั่วโลก แม้โดยเฉลี่ยจะให้ผลตอบแทนต่ำกว่าทองคำ และแม้ว่าดัชนี S&P 500 จะเผชิญกับการย่อตัวในช่วงสั้นๆ ระหว่างทางเนื่องจากความระมัดระวังของนักลงทุนท่ามกลางมูลค่าหุ้นที่ตึงตัว แต่หุ้นสหรัฐฯ ก็ยังสามารถสร้างผลตอบแทนที่แข็งแกร่งได้ในปีนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของกำไรภาคเอกชนที่แข็งแกร่ง , การนำ AI มาใช้อย่างรวดเร็ว, กระแสเงินลงทุนไหลเข้าที่หนาแน่น, การลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ และเศรษฐกิจที่ยังทนทาน
โดยตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน ดัชนี S&P 500 ให้ผลตอบแทน 17% ด้วยแรงหนุนของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ ขณะที่หุ้นจีนให้ผลตอบแทน 33% ซึ่งเป็นผลจากมุมมองเชิงบวกต่อการปฏิรูปโครงสร้างที่มุ่งลดกำลังการผลิตส่วนเกิน, การฟื้นตัวของความสามารถในการทำกำไรของภาคอุตสาหกรรม, และแรงกดดันของภาวะเงินฝืดที่เริ่มผ่อนคลายลง

Stay Invested! พร้อมมองหาโอกาสลงทุนกับผู้ชนะในปี 2026
เตรียมพร้อมเข้าสู่ปี 2026 UOB Privilege Banking มองว่าจะยังเป็นปีที่ดีสำหรับการลงทุนทั้งหุ้นและตราสารหนี้ แม้ว่าผลตอบแทนของสินทรัพย์ต่างๆอาจจะไม่ได้เติบโตร้อนแรงเหมือนปี 2025 แต่ก็ยังได้แรงหนุนจากนโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย การลดดอกเบี้ยของธนาคารกลาง , นโยบาย One Big Beautiful Bill Act (OBBBA) ของสหรัฐฯ ที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและกำไรบริษัท , การลงทุนในกลุ่ม AI ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น และกำไรบริษัทจดทะเบียนที่ยังเติบโต ล้วนแต่เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยขับเคลื่อนตลาดได้ และหากเกิดความผันผวนขึ้นระหว่างทางการลงทุน เรามองว่าเป็นโอกาสที่ดีในการเข้าลงทุน การจัดพอร์ตลงทุนให้หลากหลาย กระจายการลงทุนทั้งประเภทสินทรัพย์ , ภูมิภาค และอุตสาหกรรม จะยังคงมีความสำคัญ
- ในภาวะที่นโยบายการเงินยังอยู่ในโทนผ่อนคลาย ดอกเบี้ยยังเป็นขาลง แนะนำลงทุนในสินทรัพย์ที่มี income สม่ำเสมอ ผ่านการลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพดีระดับ Investment Grade โดยตราสารหนี้ยังเป็นสินทรัพย์ที่สำคัญในการจัด asset allocation ช่วยลดความผันผวนของพอร์ต จากแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐฯจะยังเดินหน้าลดดอกเบี้ยต่อ การเข้าลงทุนตราสารหนี้คุณภาพดี เพื่อ lock yield ไว้เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ นักลงทุนสามารถลงทุนผ่านกองทุนรวมตราสารหนี้ต่างประเทศทั่วโลก ที่ให้ความสำคัญกับการแสวงหาผลตอบแทนพร้อมกับการเลือกลงทุนในตราสารคุณภาพดี ในกองทุน UGIS-N , UGIS-A และสำหรับลูกค้า UOB Privilege Banking สามารถเลือกลงทุนใน offshore bond ซึ่งเป็นการลงทุนโดยตรงในหุ้นกู้ของบริษัทชั้นนำทั่วโลก ที่ยังให้อัตราผลตอบแทนในระดับที่น่าสนใจ
- หุ้นปันผลคุณภาพดี ก็ยังเป็นสินทรัพย์ที่ดีในการสร้าง income เช่นกัน หุ้นคุณภาพดีมีงบกระแสเงินสดที่มั่นคง, งบดุลที่แข็งแกร่ง และมีการจ่ายเงินปันผลที่น่าสนใจ มีแนวโน้มทำผลตอบแทนที่ดีในช่วงที่ดอกเบี้ยลดลงและหุ้นที่จ่ายปันผลจะช่วยให้นักลงทุนมี income จากพอร์ตลงทุนเพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อในระยะยาว แนะนำลงทุนผ่านกองทุนรวม KFGDIV-A , KFGDIV-D และ Fidelity Funds – Asia Pacific Dividend Fund (offshore fund)
- หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่เป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการเติบโตของกำไรในตลาดหุ้นสหรัฐฯ และเป็นกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนที่ดีในปี 2025 บริษัทเทคโนโลยีหลายแห่งสร้างผลประกอบการที่เกินความคาดหมายของตลาด และจากคาดการณ์ของบริษัท AI ยักษ์ใหญ่ ยังสะท้อนถึงอุปสงค์ที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในด้าน cloud computing จึงคาดการณ์ว่าการขยายตัวของ AI จะยังดำเนินต่อไปในปี 2026 ด้วย แนะนำกระจายการลงทุนที่หลากหลาย ไม่กระจุกตัวแค่ใน Big Tech เท่านั้นจากความคาดหวังว่าการเติบโตของกำไรจะขยายวงกว้างออกไปนอกเหนือจากกลุ่มหุ้นยักษ์ใหญ่ในไตรมาสต่อๆ ไป รวมถึงกระจายด้านภูมิภาคด้วย หุ้นเทคโนโลยี AI ไม่ได้เติบโตแค่ในสหรัฐฯ แต่ภูมิภาคเอเชียยังเป็นผู้นำในการผลิตเทคโนโลยี ตั้งแต่เซมิคอนดักเตอร์ ไปจนถึงชิปหน่วยความจำแบนด์วิดธ์สูง (High-bandwidth memory) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ AI Supply chain แนะนำการลงทุนผ่านกองทุนรวม KT-Technology และ Wellington Asia Technology (offshore fund)
- หุ้นจีน มีความเชื่อมั่นเชิงบวกที่เพิ่มขึ้นต่อศักยภาพด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของจีน ท่ามกลางความมุ่งมั่นของจีนในการขับเคลื่อนนวัตกรรมทางเทคโนโลยีและการพึ่งพาตนเอง ได้แรงหนุนจากนโยบายของความมุ่งมั่นในการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศและแรงกดดันด้านกฎระเบียบที่ลดลงต่อภาคเอกชน คาดว่าจะช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจและตลาดการเงินภายในประเทศ ระดับมูลค่าตลาดหุ้นจีนมีความน่าสนใจ แต่นักลงทุนต้องตระหนักถึงความท้าทายต่างๆ เช่น ภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังอ่อนแอ และความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ แนะนำลงทุนแบบ All China เพื่อไม่พลาดโอกาสเติบโตจากทุกตลาดของจีน สามารถลงทุนผ่านกองทุนรวม UCHINA และ ABCG
- ทองคำ ยังเป็นสินทรัพย์ที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน ในภาวะอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงและค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่า ความต้องการที่ยังแข็งแกร่งจากนักลงทุนและธนาคารกลางทั่วโลก เป็นปัจจัยสนับสนุนให้ราคาทองคำยังคงอยู่ระดับสูง แนะนำลงทุนสัดส่วนลงทุน 5-10% ของพอร์ตโฟลิโอ นักลงทุนสามารถพิจารณาลงทุนทองคำผ่านกองทุนรวม UOBSG-H , SCBGOLD หรือ SCBGOLDH
ท่ามกลางโอกาสมากมาย เราจึงแนะนำนักลงทุนให้ Stay Invested เพราะการออกจากตลาดและเฝ้ารอจังหวะการกลับเข้ามาใหม่ อาจทำให้นักลงทุนพลาดโอกาสหรือจับจังหวะผิดพลาดได้ การ Stay Invested , จัดพอร์ตกระจายการลงทุน และการทยอยลงทุนสม่ำเสมอ จะเป็นเส้นทางที่ช่วยให้นักลงทุนทุกท่านประสบความสำเร็จในระยะยาวตามเป้าหมายได้
คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน
บทความนี้ได้รับการสนับสนุนโดย ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน)


