×

จับตาทองคำโลก เมื่อประธาน Fed สายเหยี่ยวเข้าคุมบังเหียน สวนทางมุมมองเดิมของตลาดต่อทิศทางดอกเบี้ยในยุคทรัมป์

03.02.2026
  • LOADING...
ภาพกราฟแสดงความผันผวนของราคาทองคำในตลาดโลก พร้อมสัญลักษณ์ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และเงินดอลลาร์

ตลาดการเงินโลกเผชิญแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ หลังโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอชื่อ ‘เควิน วอร์ช’ ขึ้นแท่นประธาน Fed คนใหม่แทนที่เจอโรม พาวเวลล์ ส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวลดลงเกือบ 10% ภายในวันเดียว ท่ามกลางการพุ่งขึ้นของดอลลาร์ที่รับข่าวนโยบายสายเหยี่ยว ฮั่วเซ่งเฮงแนะนักลงทุนจับตาสมดุลใหม่ระหว่างความเป็นอิสระของ Fed และแรงกดดันทางการเมือง พร้อมวางกลยุทธ์รับมือความผันผวนที่มีเป้าหมายสูงสุดปีนี้ที่ 6,000 ดอลลาร์

 

ทันทีที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันการเสนอชื่อ ‘เควิน วอร์ช’ (Kevin Warsh) อดีตผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ให้ขึ้นดำรงตำแหน่งประธาน Fed คนใหม่ต่อจาก เจอโรม พาวเวลล์ ที่กำลังจะหมดวาระในเดือนพฤษภาคม 2569 นี้ ตลาดการเงินโลกก็เกิดอาการ ‘Panic’ อย่างรุนแรง โดยเฉพาะตลาดสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ

 

ย้อนรอยศุกร์ทมิฬ: ทองคำดิ่งหนักสุดในรอบ 40 ปี

 

เมื่อวันศุกร์ที่ 30 ม.ค. ที่ผ่านมา ราคาทองคำในตลาดโลก ปรับตัวลดลงเกือบ 10% ภายในวันเดียว โดยราคาทองคำ Spot ร่วงจากระดับ 5,377 ดอลลาร์ ลงมาทดสอบที่ระดับ 4,688 ดอลลาร์อย่างรวดเร็ว (เหตุการณ์ในลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นแล้วเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2526 โดยราคาปรับตัวลงกว่า 9.59%) ขณะที่โลหะเงิน (Silver) เผชิญแรงเทขายหนัก ทรุดตัวลงกว่า 30% ภายในวันเดียว

 

การปรับฐานครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน แต่ตลาดกำลังมองว่า การเข้ามาของเควิน วอร์ช อาจทำให้เกิด ‘การเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินของเฟด’ (Fed Pivot)

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

ทำไมต้องเป็น ‘เควิน วอร์ช’?

 

แม้ทรัมป์จะเคยส่งสัญญาณว่าต้องการประธาน Fed ที่ ‘สั่งได้’ และพร้อมลดดอกเบี้ยเชิงรุก แต่การเลือกวอร์ชกลับสร้างความประหลาดใจ เพราะวอร์ชมีประวัติเป็น ‘สายเหยี่ยว’ (Hawk) ที่ชัดเจนในอดีต

 

  • อดีตทูตวอลล์สตรีท: ในช่วงวิกฤตปี 2008 วอร์ชคือผู้ประสานงานหลักระหว่าง Fed และสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ (Liaison to Wall Street) ภายใต้การนำของเบน เบอร์นันเก้
  • จุดยืนต้านเงินเฟ้อ: วอร์ชเคยลาออกจาก Fed ในปี 2011 เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับการพิมพ์เงิน (QE) และการคงดอกเบี้ยต่ำนานเกินไป ซึ่งเขาเรียกว่าเป็น ‘การกดขี่ทางการเงิน’ (Financial Repression)

 

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจาก Investopedia และ The Guardian วิเคราะห์ว่า ในช่วงไม่กี่เดือนก่อนการเสนอชื่อ วอร์ชเริ่มปรับโทนเสียงให้สอดคล้องกับทรัมป์มากขึ้น โดยวิจารณ์ว่า Fed ภายใต้การนำของเจอโรม พาวเวลล์ นั้น ‘เดินเกมช้าเกินไป’ (Backward-looking) และควรลดดอกเบี้ยเพื่อสนับสนุนนโยบายฝั่งอุปทาน (Supply-side Economics) ของทรัมป์

 

ผลกระทบต่อค่าเงินดอลลาร์และทองคำ

 

การมาของวอร์ชทำให้ดัชนีดอลลาร์ (DXY) พุ่งขึ้นทันที เนื่องจากตลาดกำลังคาดหวังว่า “วอร์ช” จะสามารถต้านทานแรงกดดันจากการแทรกแซงทางการเมือง และนำพา Fed ไปสู่การกำหนดนโยบายที่มีความเป็นกลางมากขึ้น พร้อมทั้งเปลี่ยนการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยให้เป็นกระบวนการที่คาดการณ์ได้และโปร่งใส

 

นักยุทธศาสตร์จาก OCBC มองว่า การพักฐานของทองคำเป็นสิ่งที่ ‘หลีกเลี่ยงไม่ได้’ หลังจากราคาวิ่งขึ้นแบบ Parabolic มาตลอดปี 2568 ส่วนการเสนอชื่อวอร์ชเป็นเพียง ‘ชนวน’ (Trigger) ที่ทำให้นักลงทุนเทขายทำกำไรครั้งใหญ่เท่านั้น

 

ภาพกราฟแสดงความผันผวนของราคาทองคำในตลาดโลก พร้อมสัญลักษณ์ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และเงินดอลลาร์ 1

 

ทองคำไทย ยังผันผวนสูง

 

ความเคลื่อนไหวราคาทองคำในประเทศไทยวันนี้ (3 ก.พ.) เปิดตลาดในช่วง 9.00 น. ปรับตัวเพิ่มขึ้น 850 บาทต่อบาททองคำ จากนั้นมีการปรับตัวขึ้นและลงต่อเนื่องทั้งหมด 44 ครั้ง (ณ 13.54 น.) คิดเป็นการปรับตัวขึ้น 1,650 บาทต่อบาททองคำ

 

ส่งผลให้ล่าสุด ราคาทองคำแท่ง รับซื้อที่ 72,600 บาทต่อบาททองคำ ขายออกที่ 72,800 บาทต่อบาททองคำ ส่วนทองรูปพรรณ รับซื้ออยู่ที่ 71,145.88 บาทต่อบาททองคำ และขายออกอยู่ที่ 73,600 บาทต่อบาททองคำ

 

มุมมองและกลยุทธ์จากฮั่วเซ่งเฮง

 

แม้ในระยะสั้นทองคำจะเผชิญแรงกดดันจากดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น แต่ฮั่วเซ่งเฮงมองว่า ‘แนวโน้มขาขึ้นในภาพใหญ่ยังไม่จบ’ โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลายด้าน ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ มาตรการภาษีตอบโต้การค้า การลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (De-dollarization) และความต้องการทองคำจากธนาคารกลางทั่วโลก

 

สำหรับราคาทองคำในประเทศช่วงที่เหลือของปีนี้ คาดว่าเคลื่อนไหวในกรอบ 69,000-88,000 บาท ส่วนราคาเป้าหมายสูงสุดของปี คาดว่าอาจสูงถึงระดับ 88,000 บาท

 

“ราคาทองคำปีนี้ที่ปรับตัวขึ้นร้อนแรงมากต่อเนื่องจากปี 68 นักลงทุนจำเป็นต้องติดตามราคาทองโลก เงินบาท และปัจจัยที่กระทบกับราคาทองคำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะนโยบายของทรัมป์ที่สร้างความผันผวนให้กับตลาดการเงินเป็นพิเศษ” ฝ่ายวิเคราะห์ฮั่วเซ่งเฮง กล่าว

 

กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น: หากราคาย่อตัวลงมาที่ 4,500 ดอลลาร์ (หรือเทียบเท่าราคาทองคำในประเทศราว 69,000 บาทต่อบาททองคำ) เป็นจุดที่น่าสนใจในการทยอยเข้าซื้อสะสม

 

กลยุทธ์การลงทุนระยะยาว: แนะนำ ‘ถือต่อ’ โดยควรมีทองคำติดพอร์ตไว้ 10-15% เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากสงครามการค้าและความผันผวนของนโยบายทรัมป์ที่อาจกลับมาสร้างภาวะเงินเฟ้อในอนาคต

 

ภาพ: Sylvain Gaboury/Patrick McMullan via Getty Images, MEDITERRANEAN/Getty Images

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising