×

สำรวจตัวตน Gen Alpha ว่าที่แรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 3 ล้านล้านบาทที่มาพร้อมคำวิจารณ์รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์

31.03.2026
  • LOADING...
ภาพเด็กสาวรุ่น Gen Alpha กำลังยืนอยู่บนโครงสร้างสีเหลือง สะท้อนการเติบโตในโลกสมัยใหม่ที่เต็มไปด้วยโอกาสและความท้าทาย

HIGHLIGHTS

  • ทุกยุคทุกสมัย คนรุ่นก่อนมักวิจารณ์คนรุ่นหลังเสมอ แต่คำวิจารณ์ที่มีต่อ Gen Alpha ถือว่ารุนแรงที่สุด ทั้งที่คนโตสุดเพิ่งอายุ 16 ปี ส่วนคนเล็กสุดยังใส่ผ้าอ้อม
  • เด็กอเมริกันวัย 4 ขวบเกือบ 60% มีแท็บเล็ตเป็นของตัวเอง และเด็กอายุต่ำกว่า 8 ขวบใช้เวลาจ้องหน้าจอเฉลี่ย 2 ชั่วโมงครึ่งต่อวัน ส่งผลให้ทักษะการอ่านและคณิตศาสตร์ตามหลังคนรุ่นก่อนในวัยเดียวกัน ประกอบกับการเติบโตขึ้นมาท่ามกลางโรคระบาดโควิด-19 ทำให้ประสบการณ์สำคัญในวัยเด็กหลายอย่างต้องถูกจำกัดหรือยกเลิกไป
  • แต่ Gen Alpha ก็มีจุดแข็งที่ถูกมองข้าม ทั้งการทำงานเป็นทีม ความเห็นอกเห็นใจ ความซื่อสัตย์ และความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงความสามารถในการรับรู้ข่าวสารและตระหนักถึงปัญหาระดับโลกได้ดีกว่าคนรุ่นก่อนในวัยเดียวกัน
  • สำหรับ Gen Alpha เทคโนโลยีไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่คือสภาพแวดล้อมรอบตัว โลกเสมือนจริงอย่าง Roblox และ Fortnite เป็นพื้นที่ที่พวกเขาเป็นทั้งผู้สร้าง ผู้บริโภค ศิลปิน และผู้ประกอบการ ซึ่งความลื่นไหลระหว่างโลกจริงและโลกดิจิทัลนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในยุคที่ AI กำลังเปลี่ยนแปลงสังคมและตลาดแรงงาน
  • ในฐานะผู้บริโภค เด็กกลุ่มนี้เป็นผู้ใหญ่เกินวัยอย่างน่าประหลาดใจ โดยมีอำนาจการใช้จ่ายโดยตรงกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.10 ล้านล้านบาท) ต่อปีเฉพาะในสหรัฐฯ อิทธิพลของพวกเขายังขยายไปถึงการตัดสินใจซื้อของชิ้นใหญ่ในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือของชำ

เป็นความจริงที่ทุกยุคทุกสมัย คนรุ่นก่อนมักจะมองคนรุ่นหลังว่าไร้จริยธรรม ไม่มีวินัยในการทำงาน และไม่เคารพผู้อาวุโส

 

 
 

ย้อนกลับไปถึง 350 ปีก่อนคริสตกาล อริสโตเติลเคยบ่นว่าคนหนุ่มสาว “คิดว่าตัวเองรู้ทุกอย่าง” และ “ขาดการควบคุมตนเอง เปลี่ยนแปลงง่ายและเอาแน่ไม่ได้ในสิ่งที่ปรารถนา ซึ่งรุนแรงเมื่ออยากแต่หายไปอย่างรวดเร็ว”

 

ไม่ต่างจากยุคหลังที่ Baby Boomers วิจารณ์ Gen X, Gen X วิจารณ์ Millennials และ Millennials วิจารณ์ Gen Z

 

แต่แม้แต่ในวงจรแห่งการบ่นข้ามรุ่นที่วนเวียนมาตลอด คำวิจารณ์ที่มีต่อ Gen Alpha ก็ถือว่ารุนแรงที่สุดในบรรดาทุกเจเนอเรชัน โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่าพวกเขายังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของชีวิต คนโตที่สุดเพิ่งอายุ 16 ปี ส่วนคนเล็กที่สุดยังใส่ผ้าอ้อมอยู่เลย

 

การอ่านพฤติกรรมของเด็กรุ่น Gen Alpha หรือกลุ่มคนที่เกิดระหว่างปี 2010 ถึง 2024 มักเต็มไปด้วยข้อสรุปที่น่าตกใจว่า พวกเขาติดโทรศัพท์มือถือ, ขาดระเบียบวินัย, ไร้ทักษะทางสังคม, อ่านไม่ออก และสะกดคำไม่เป็น

 

ครูชาวอเมริกันคนหนึ่งโพสต์คลิปบน TikTok ซึ่งมียอดวิวทะลุ 7 ล้านครั้ง โดยระบุว่าครูหลายคนรู้สึกสับสนและหวาดกลัวกับพฤติกรรมของเด็กกลุ่มนี้ที่มักจะต่อต้าน ก้าวร้าว และไร้มารยาท ขณะที่ครูอีกคนเสริมว่าเด็กเกรด 7 ที่เธอสอนยังมีระดับความสามารถเทียบเท่าเด็กเกรด 4 เท่านั้น

 

ความกังวลนี้ลุกลามไปถึงอนาคตว่าเด็กเหล่านี้จะเติบโตไปเป็นคนทำงานแบบไหน โดยเฉพาะหากพวกเขามองอำนาจของหัวหน้างานด้วยความสงสัยเช่นเดียวกับที่มีรายงานว่าพวกเขาแสดงออกต่อครูผู้สอน จนครูวัยรุ่นคนหนึ่งถึงกับสรุปสั้นๆ ว่า “พวกเราจบสิ้นแล้ว”

 

นี่คือคำวิจารณ์ที่รุนแรงต่อเจเนอเรชันที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งคิดเป็น 25% ของประชากรโลกและกำลังจะก้าวขึ้นมาเป็น งแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ’ ที่สำคัญ แม้คำวิจารณ์บางส่วนจะมีมูลความจริง โดยเฉพาะเรื่องการใช้เทคโนโลยี

 
 

เด็กที่โตมากับหน้าจอและโรคระบาด

 

ข้อมูลระบุว่าเด็กอเมริกันวัย 4 ขวบเกือบ 60% มีแท็บเล็ตเป็นของตัวเอง และเด็กอายุต่ำกว่า 8 ขวบใช้เวลาจ้องหน้าจอเฉลี่ยถึง 2 ชั่วโมงครึ่งต่อวัน ซึ่งส่งผลให้ทักษะการอ่านจับใจความและคณิตศาสตร์ของเด็กกลุ่มนี้ตามหลังคนรุ่นก่อนในวัยเดียวกัน

 

นอกจากนี้ การใช้เวลาไปกับการเลื่อนดูและโพสต์บนโซเชียลมีเดียยังส่งผลกระทบต่อสมาธิและความสามารถในการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนในชีวิตจริงอีกด้วย

 

สิ่งที่น่ากังวลอีกประการคือ เด็กกลุ่มนี้ต้องเผชิญกับช่วงเวลาสำคัญทางสังคมและการศึกษาในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิดทำให้ประสบการณ์ในวัยเด็กอย่างการหัดอ่านหนังสือ, การเล่นกับเพื่อน, หรือกิจกรรมในโรงเรียนต้องถูกย้ายไปอยู่บนหน้าจอ ถูกจำกัดด้วยมาตรการ Social Distancing หรือถูกยกเลิกไปโดยสิ้นเชิง

 

 
ภาพเด็กสาวรุ่น Gen Alpha กำลังยืนอยู่บนโครงสร้างสีเหลือง สะท้อนการเติบโตในโลกสมัยใหม่ที่เต็มไปด้วยโอกาสและความท้าทาย 1
 

แอชลีย์ เฟลล์ (Ashley Fell) ผู้ร่วมเขียนหนังสือ Generation Alpha: Understanding Our Children and Helping Them Thrive จากซิดนีย์ ให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg ว่าเธอรู้สึกตกใจที่ผู้คนมองเด็กกลุ่มนี้ในแง่ลบมากเกินไป ทั้งที่พวกเขาเองก็มีจุดแข็งที่ถูกมองข้าม

 

ไม่ว่าจะเป็นการทำงานเป็นทีม ความเห็นอกเห็นใจ ความซื่อสัตย์ และความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งจุดแข็งเหล่านี้อาจเป็นผลพวงจากการเติบโตขึ้นมาท่ามกลางโรคระบาดนั่นเอง

 

นอกจากนี้ การเข้าถึงแพลตฟอร์มระดับโลกยังทำให้พวกเขารับรู้ข่าวสารและตระหนักถึงปัญหาโลกได้ดีกว่าคนรุ่นก่อนในวัยเดียวกัน

 

ในฐานะผู้บริโภค เด็กกลุ่มนี้แสดงออกอย่างเป็นผู้ใหญ่เกินวัยอย่างน่าประหลาดใจ โดยมี ‘อำนาจการใช้จ่าย’ โดยตรงกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.10 ล้านล้านบาท) ต่อปีเฉพาะในสหรัฐฯ ตามรายงานของ DKC บริษัทประชาสัมพันธ์ในนิวยอร์ก

 

แต่หากต้องการส่วนแบ่งจากเม็ดเงินนี้ บริษัทต่างๆ จะต้องถอดรหัสเด็ก Gen Alpha ให้ได้ และเลิกมองแต่ด้านลบ

 

ไรลีย์ ปีเตอร์เซน (Riley Petersen) นักเรียนหญิงวัย 16 ปีจากรัฐเมน เล่าให้ Bloomberg ฟังว่าเธอทราบดีถึงความกังวลของผู้ใหญ่ เธอบอกว่า “คนมักจะพูดว่าพวกเราติดจอ ไม่มีเพื่อน และเขียนหนังสือไม่เป็น แต่จริงๆ แล้วพวกเราแค่เรียนรู้ที่จะใช้เทคโนโลยีเพื่อเชื่อมต่อกันผ่านแอปฯ อย่าง Discord และ Twitch”

 

เทคโนโลยีไม่ใช่แค่เครื่องมือ

 

สำหรับคนรุ่นก่อน เทคโนโลยีเป็นเพียงเครื่องมือที่หยิบมาใช้แล้ววางลง แต่สำหรับเด็ก Gen Alpha เทคโนโลยีกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันจนแทบแยกออกจากกันไม่ได้

 

นิค ชิเดียค (Nic Chidiac) หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ด้านประสิทธิภาพและประสบการณ์ของ Razorfish บริษัทการตลาดในนิวยอร์ก อธิบายว่า “สำหรับ Gen Z เทคโนโลยีคือสิ่งที่ต้องล็อกอินเข้าไปใช้ แต่สำหรับ Gen Alpha มันคือสภาพแวดล้อมที่อยู่รอบตัวพวกเขา”

 

โลกเสมือนจริงอย่างใน Roblox และ Fortnite สามารถเป็นจริงได้ไม่แพ้โลกทางกายภาพ และเป็นพื้นที่ที่พวกเขาได้เป็นทั้งผู้สร้าง ผู้บริโภค ศิลปิน และผู้ประกอบการ

 

ความลื่นไหลระหว่างโลกจริงและโลกเสมือนนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งเมื่อสังคมและสถานที่ทำงานต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งเด็กรุ่นนี้อยู่ในจุดที่เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะช่วยให้คนรุ่นก่อนค้นพบและนำทางสู่การเปลี่ยนแปลงนี้ได้

 

 
ภาพเด็กสาวรุ่น Gen Alpha กำลังยืนอยู่บนโครงสร้างสีเหลือง สะท้อนการเติบโตในโลกสมัยใหม่ที่เต็มไปด้วยโอกาสและความท้าทาย 2
 

ราอูล จอห์น อจู (Raul John Aju) เด็กหนุ่มวัย 16 ปีจากอินเดีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีประชากร Gen Alpha มากที่สุดในโลก คือตัวอย่างหนึ่งของเด็กรุ่นนี้ที่เชื่อมโยงโลกดิจิทัลเข้ากับโลกจริงมาตั้งแต่สมัยมัธยมต้น

 

เขาเริ่มต้นจากการใช้ AI ช่วยตัดต่อวิดีโอออนไลน์ตั้งแต่ยังเด็กในรัฐเกรละ และหลงใหลในความเป็นไปได้ของเทคโนโลยีนี้อย่างรวดเร็ว “ผมสนใจแนวคิดเรื่องการกระจายอำนาจและเมตาเวิร์สมาก” เขากล่าว

 

ด้วยความช่วยเหลือจากพ่อ ราอูลสร้างหุ่นยนต์ AI ที่โปรแกรมให้สอนบทเรียนสำหรับการแข่งขันในโรงเรียน โดยเสนอให้นำไปใช้เพิ่มโอกาสทางการศึกษาในพื้นที่ชนบทของอินเดีย โครงการนี้ได้รับความสนใจระดับชาติ และราอูลได้พบปะกับรัฐบาลอินเดียรวมถึงผู้นำธุรกิจระดับโลกเพื่อหารือเรื่องการนำ AI มาใช้ในการศึกษา

 

“ในอนาคต ถ้าคุณทำงานร่วมกับ AI ไม่เป็น คุณก็จะสูญเสียงานให้กับคนที่ทำเป็น” ราอูลกล่าว นี่คือมุมมองที่สะท้อนลักษณะของเด็ก Gen Alpha ได้เป็นอย่างดี พวกเขาคือคนที่ติดตามสถานการณ์รอบตัวอย่างใกล้ชิดและมักคิดเรื่องใหญ่

 

ผู้บริโภคตัวจิ๋วที่ธุรกิจจับตามอง

 

โซเชียลมีเดียยังช่วยให้เด็กๆ สามารถเปลี่ยนแผงขายน้ำมะนาวให้กลายเป็นแบรนด์ระดับโลกได้ชั่วข้ามคืน อย่างปีเตอร์เซนเอง ตอนอายุ 5 ขวบ เธอใช้เครื่องมือในร้านของพ่อทำสร้อยข้อมือและสร้อยคอจากของเล่นรูปสัตว์พลาสติก ขายคู่กับเครื่องดื่มเย็นที่แผงน้ำมะนาวช่วงฤดูร้อน ก่อนจะขยับมาขายผ่านร้านค้าบน Instagram

 

จากนั้นไม่นาน เธอและพ่อก็ร่วมกันก่อตั้งแบรนด์เครื่องประดับ Gunner & Lux ปัจจุบัน 10 ปีให้หลัง ปีเตอร์เซนในวัย 16 ปีบอกผ่านวิดีโอคอลกับ Bloomberg พร้อมรอยยิ้มว่าเธอคือผู้จัดการของแบรนด์ ขณะที่จอห์น พ่อของเธอ ยืนยันว่าลูกสาวเก่งเรื่องเงินมาตั้งแต่เด็ก แบรนด์ Gunner & Lux ขายเครื่องประดับได้หลายพันชิ้นต่อปีและได้ร่วมงานกับร้านค้าอย่าง J.Crew และ Nordstrom

 

ในแง่ของการเป็นผู้บริโภค ปีเตอร์เซนบอกว่าการแสดงออกถึงตัวตนเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ เด็กรุ่นนี้ใช้สินค้าเพื่อสื่อสารความสนใจและความเชื่อ แบรนด์หรูถูกมองว่าเป็นเครื่องมือสื่อถึงบุคลิกภาพและสถานะ

 

Razorfish รายงานว่าเด็ก Gen Alpha กว่า 2 ใน 3 เป็นเจ้าของสินค้าแบรนด์หรูตั้งแต่อายุ 10 ขวบ (ซึ่งมักจะเป็นสกินแคร์หรือเครื่องสำอาง) เด็กผู้ชายอายุน้อยมากทั่วโลกใช้เงินหลายร้อยดอลลาร์ซื้อน้ำหอมราคาแพง ขณะที่เด็กผู้หญิง Gen Alpha หลายล้านคนหันมาใช้สกินแคร์และเครื่องสำอางจากร้านสำหรับผู้ใหญ่

 

 
ภาพเด็กสาวรุ่น Gen Alpha กำลังยืนอยู่บนโครงสร้างสีเหลือง สะท้อนการเติบโตในโลกสมัยใหม่ที่เต็มไปด้วยโอกาสและความท้าทาย 3
 

 

บางครั้งถึงกับซื้อผลิตภัณฑ์ต่อต้านริ้วรอยที่แพทย์ผิวหนังส่วนใหญ่ระบุว่าพวกเขาจะยังไม่จำเป็นต้องใช้ไปอีกหลายสิบปี

 

อำนาจการตัดสินใจของพวกเขายังขยายไปถึงการซื้อของชิ้นใหญ่ในครอบครัว “Gen Alpha มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้ใหญ่อยู่แล้ว” ชิเดียคกล่าว “ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์, เครื่องใช้ไฟฟ้า, ของชำ ผู้ปกครองมักยอมรับว่าลูกๆ มีเสียง และบ่อยครั้งเป็นเสียงที่เด็ดขาด”

 

ส่วนในเรื่องแนวโน้มทางการเมือง ผลสำรวจปี 2024 จากบริษัทวิจัย McCrindle ที่ศึกษาเด็ก Gen Alpha หญิงในสหรัฐฯ พบว่าราวครึ่งหนึ่งยังไม่ระบุตัวตนกับพรรคการเมืองใด แต่เกือบ 90% วางแผนจะไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งเมื่อถึงวัย โดยให้ความสำคัญกับประเด็นอย่างความปลอดภัยในโรงเรียน ความรุนแรงจากอาวุธปืน และปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นอันดับต้นๆ

 

บริษัทค้าปลีกเริ่มจับตามองเด็ก Gen Alpha ที่ใส่ใจแบรนด์และมีอิทธิพลด้านการจับจ่ายอย่างใกล้ชิด และตื่นเต้นที่จะได้เห็นพวกเขาพัฒนาอำนาจการใช้จ่ายเมื่อก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงาน ซึ่งบางคนก็เริ่มแล้ว รวมถึงราอูลที่สร้างรายได้จากการเป็นที่ปรึกษาและจัดเวิร์กช็อปรวมถึงบรรยายให้กับบริษัทและมหาวิทยาลัยทั้งในอินเดียและต่างประเทศ

 

แม้จะมีชีวิตการทำงานที่โดดเด่น แต่ราอูลก็ยังคงเป็นเด็กมัธยมเต็มตัว ระหว่างวิดีโอคอลกับ Bloomberg เขานั่งสวมฮู้ดดี้เสียบหูฟัง พูดคุยเรื่องปัญหาการว่างงานทั่วโลกสลับกับเรื่องด็อกเตอร์สเตรนจ์ของมาร์เวลอย่างไม่มีสะดุด

 

การสัมภาษณ์ดำเนินไปจนเกือบ 5 ทุ่มตามเวลาท้องถิ่นในเกรละ (เมืองที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอินเดีย) พ่อของเขาต้องเตือนว่าพรุ่งนี้ราอูลมีคิวขึ้นเวที TEDx Talk ซึ่งตัวเขาเองเกือบลืมไปแล้ว ก่อนจะหัวเราะแล้วบอกว่า “ไม่เป็นไรครับ ผมยังไม่เหนื่อยเลย”

 

แม้ว่าข้อกังวลเรื่องสมาธิสั้น ทักษะการอ่านที่ถดถอย และการพึ่งพาหน้าจอจะเป็นปัญหาที่ไม่อาจมองข้าม แต่การตัดสินเด็กรุ่นนี้ตั้งแต่ยังไม่ทันเติบโตอาจเป็นความผิดพลาดที่ซ้ำรอยทุกเจเนอเรชัน เพราะสิ่งที่คนรุ่นก่อนมองว่าเป็นจุดอ่อน อาจกลายเป็นจุดแข็งที่สำคัญที่สุดในโลกที่ขับเคลื่อนด้วย AI ก็เป็นได้

 

หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 31.08 บาท ณ วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569

 

ภาพปก: Klaus Vedfelt / Getty Images

 

อ้างอิง:

 

FYI

Gen Alpha คือเจเนอเรชันที่ไม่อาจมองข้าม เพราะแม้กลุ่มประชากรที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์นี้ส่วนใหญ่จะยังเด็กเกินกว่าจะขับรถได้ แต่พวกเขากลับมีความฝันอันยิ่งใหญ่ มีความคิดเห็นเป็นของตัวเอง และมีกำลังซื้อที่พร้อมจับจ่ายใช้สอย

 

เพราะโลกของ Gen Alpha เปลี่ยนเร็วกว่าเดิม และพ่อแม่ก็ต้องพร้อมกว่าเดิมเช่นกัน เราจึงอยากชวนทุกครอบครัวมาร่วมเปิดมุมมอง แลกเปลี่ยน และเรียนรู้ไปด้วยกันที่งาน Alpha Skills Summit 2026

 

วันที่จัดงาน: 8-10 พฤษภาคม 2569

สถานที่: ICONSIAM HALL, 7th FLOOR, ICONSIAM

บัตรมีจำนวนจำกัด จองด่วนก่อนพลาดโอกาสสำคัญ!

 

เตรียมพร้อมทั้งครอบครัว สนุก ได้ความรู้ และสร้างประสบการณ์ร่วมกันที่ Alpha Skills Summit 2026!

 

ดู Highlight Agenda และซื้อบัตรได้ที่  คลิก ›

  • FAMILY TICKET แพ็ก 2 ใบ ราคา 2,990.-  เหลือเพียงใบละ 1,495.- เท่านั้น!
  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories