การเล่นเกมเป็นหนึ่งในผู้รับผลประโยชน์รายใหญ่จากการระบาดของโควิด แต่เมื่อสถานการณ์ดีขึ้นผู้คนจึงใช้เวลาเล่นเกมน้อยลง และมีเวลาออกไปข้างนอกมากขึ้น ทำให้ ‘ยักษ์ใหญ่วิดีโอเกม’ ต่างเห็นรายได้ที่ลดลงกันถ้วนหน้า
ในช่วง 3 เดือนที่สิ้นสุดในเดือนมิถุนายน 2022 Microsoft, Sony และ Nintendo ต่างเห็นผลลัพธ์ที่น่าผิดหวังในธุรกิจเกมของตน โดยตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการหดตัวในวงกว้าง ตามรายงานของ NPD ชาวอเมริกันใช้จ่าย 1.24 หมื่นล้านดอลลาร์ไปกับเกมในไตรมาสที่ 2 ลดลง 13% เมื่อเทียบเป็นรายปี
ธุรกิจเกมของ Sony รายงานยอดขายลดลง 2% เมื่อเทียบเป็นรายปี ขณะที่ผลกำไรจากการดำเนินงานลดลงเกือบ 37% โดยสิ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือ เวลาเล่นเกมทั้งหมดในกลุ่มผู้เล่น PlayStation ลดลง 15% ซึ่งต่ำกว่าที่ Sony คาดการณ์ไว้มาก
ด้าน Microsoft รายรับจากการเล่นเกมโดยรวมลดลง 7% เมื่อเทียบเป็นรายปี ยอดขายคอนโซล Xbox ของบริษัทลดลง 11% ในขณะที่รายได้จากเนื้อหาเกมและบริการลดลง 6%
ขณะที่ Activision Blizzard ซึ่งกำลังจะถูกซื้อกิจการโดย Microsoft รายงานว่า กำไรสุทธิลดลง 70% และรายรับลดลง 29%
นอกจากผู้คนกลับไปใช้ชีวิตตามปกติแล้ว อีกหนึ่งความท้าทายของอุตสาหกรรมเกมคือ การขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์อย่างต่อเนื่อง
Nintendo มีกำไรจากการดำเนินงานลดลง 15% โดยบริษัทที่อยู่เบื้องหลังแฟรนไชส์ Super Mario กล่าวโทษประสิทธิภาพที่อ่อนแอจากการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก ซึ่งหมายความว่าไม่สามารถผลิตและจำหน่ายคอนโซล Switch ได้มากเท่าที่ต้องการ
Nintendo ขายคอนโซล Switch แบบพกพาได้ 3.43 ล้านเครื่องในไตรมาสนี้ ลดลง 23% เมื่อเทียบเป็นรายปี ในขณะที่ยอดขายซอฟต์แวร์ลดลง 8.6% เหลือ 41.4 ล้านเครื่อง
Sony ขายคอนโซล PlayStation 5 ได้ 2.4 ล้านเครื่องในไตรมาสนี้ สูงกว่ายอดขาย 2.3 ล้านเครื่องในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วเล็กน้อย โดย Sony หวังว่าการยกเลิกมาตรการล็อกดาวน์ในศูนย์กลางการผลิตที่สำคัญของเซี่ยงไฮ้ และการผลักดันยอดขายในช่วงเทศกาลวันหยุด จะช่วยให้บรรลุเป้าหมายในการจัดส่งเครื่อง PS5 จำนวน 18 ล้านเครื่องในปี 2022
การทำงานจากระยะไกลยังทำให้เกิดความล่าช้าในการเปิดตัวเกมใหม่ ซึ่งจำกัดกลุ่มเกมที่ผู้คนต้องการซื้อ ตัวอย่างเช่น Microsoft ได้ชะลอการเปิดตัว Starfield มหากาพย์ไซไฟที่ทุกคนรอคอยจนถึงต้นปี 2023 ในขณะที่ Ubisoft ได้ผลักดันการเปิดตัวเกมที่อิงจากแฟรนไชส์ภาพยนตร์ Avatar
อีกเรื่องที่มองข้ามไม่ได้คือ ราคาที่ผันผวนสำหรับทุกอย่าง ตั้งแต่น้ำมันไปจนถึงของชำ และความกลัวว่าภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่ใกล้จะเกิดขึ้นอาจสร้างปัญหาให้กับอุตสาหกรรมเกมมากขึ้น
ตามข้อมูลจาก Ampere Analysis รายงานว่า ตลาดเกมคาดว่าจะหดตัว 1.2% เมื่อเทียบเป็นรายปี สู่ระดับ 1.88 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2022 ซึ่งเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบกว่าทศวรรษ ส่วนหนึ่งมาจากค่าครองชีพที่สูง ทำให้ผู้บริโภคต้องประหยัดมากขึ้นและตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นทิ้งไป
ความท้าทายที่เกิดขึ้นทำให้หลายบริษัทกำลังเดิมพันว่าการผลักดัน Subscription จะช่วยตอบโต้ผลกระทบของยอดขายเกมที่ลดลงได้หรือไม่
จากข้อมูลของ Microsoft การเติบโตของสมาชิก Xbox Game Pass ช่วยผลกระทบจากความต้องการคอนโซลและเกมที่ลดลง แม้จะไม่มีการเปิดเผยตัวเลขที่ชัดเจน แต่มีการระบุก่อนหน้านี้ว่า มีสมาชิกมากกว่า 25 ล้านคนในเดือนมกราคม
เมื่อเร็วๆ นี้ Sony ได้ปรับปรุงบริการสมัครสมาชิก PS Plus และหวังว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวจะช่วยต่อสู้กับความท้าทายต่างๆ ตามรายงานประจำไตรมาสของ Sony มีสมาชิก PS Plus ทั้งหมด 47.3 ล้านคน ลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน
อ้างอิง:
ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH
Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP