×

ตำรวจยืนยัน ก่อนส่งชาวต่างชาติที่รับมาจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์กลับประเทศ ไทยเก็บข้อมูลส่วนตัวไว้แล้ว พร้อมขึ้นบัญชีห้ามเข้าประเทศตลอดชีวิต

โดย THE STANDARD TEAM
22.02.2025
  • LOADING...
เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองตรวจสอบข้อมูลอัตลักษณ์บุคคลของชาวต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ก่อนส่งกลับประเทศ

จากกรณีที่ รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร โพสต์เฟซบุ๊กกรณีการผลักดันส่งกลับคนต่างชาติ โดยไม่มีการจัดเก็บข้อมูลประจำตัวด้วยระบบ Biometrics หรือข้อมูลต่างๆ ไว้ซึ่งถือเป็นความผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงต่อการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ของประเทศไทย 

 

วานนี้ (21 กุมภาพันธ์) ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) พ.ต.อ. คธาธร คำเที่ยง รองผู้บังคับการ ตม.3 ในฐานะโฆษกสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เปิดเผยกรณีการผลักดันส่งกลับบุคคลต่างชาติที่รับตัวจากประเทศเมียนมาว่า สตม. ขอยืนยันว่าการผลักดันคนต่างชาติที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดในลักษณะแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ได้มีการจัดเก็บและบันทึกข้อมูลอัตลักษณ์บุคคล (ลายพิมพ์นิ้วมือและภาพถ่ายใบหน้า) ลงในบัญชีบุคคลต้องห้าม (Blacklist) ของระบบ Biometrics ก่อนดำเนินการผลักดันส่งกลับออกไปนอกประเทศทุกราย

 

ซึ่งหากต่อมาภายหลังคนต่างชาติรายดังกล่าวจะเดินทางเข้ามาในประเทศไทยโดยมีการเปลี่ยนชื่อ นามสกุล สัญชาติ หรือหนังสือเดินทางก็ตาม ระบบ Biometrics สามารถพิสูจน์ยืนยันบุคคลว่าเป็นบุคคลคนเดียวกันเพื่อปฏิเสธการเข้าเมืองได้

 

ทั้งนี้ กรณีคนต่างชาติบุคคลใด หรือสัญชาติใดก็ตามที่กระทำความผิด และเคยถูกขึ้นบัญชีบุคคลต้องห้าม (Blacklist) ในระบบ Biometrics ไว้ ระบบจะสามารถตรวจสอบยืนยันตัวบุคคลได้ทุกกรณีเช่นเดียวกัน ซึ่งจะทำให้ไม่สามารถเดินทางเข้าประเทศไทยได้ตลอดชีวิต

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising