วิกฤตความขัดแย้งตะวันออกกลางเริ่มกระทบการท่องเที่ยวไทย สะท้อนจากข้อมูลต้นเดือนมีนาคมพบว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติในสัปดาห์แรกลดลงเหลือ 616,229 คน หายไปกว่า 60,000 คน จากสัปดาห์ก่อน
หลังมีการยกเลิกเที่ยวบินสะสม 292 เที่ยว มีส่วนทำให้ตลาดยุโรป-ตะวันออกกลางหายไปถึง 18% สะท้อนสัญญาณแรกว่าความขัดแย้งกำลังกดดันการเดินทางระหว่างประเทศอย่างเห็นได้ชัด
ปัจจัยหลักมาจากการหลีกเลี่ยงน่านฟ้าในพื้นที่เสี่ยง ส่งผลให้
- สายการบินต้องเปลี่ยนเส้นทางบิน ดันต้นทุนเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นราว 25-45% ต่อเที่ยวบิน และทำให้ราคาตั๋วเครื่องบินพุ่ง 30-80%
- โดยเฉพาะเส้นทางยุโรปที่พึ่งพาฮับตะวันออกกลาง ส่งผลให้ดีมานด์ชะลอตัวอย่างรวดเร็ว
- บางตลาด ‘อิสราเอล’ หยุดเดินทางทันที
‘ภูเก็ต’ ยกเลิกการจองเพิ่มขึ้น
ผลกระทบยิ่งเริ่มชัดขึ้นในภาคใต้ โดยเฉพาะ “ภูเก็ต” ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยม มีสัดส่วนความเสียหายธุรกิจโรงแรมสูงถึง 70.6% ของประเทศ และเริ่มเห็นการยกเลิกการจองเพิ่มขึ้น
ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า หากสงครามยืดเยื้อเพียง 1-3 เดือน รายได้ท่องเที่ยวอาจ หายไป 9,000-20,000 ล้านบาท
แต่หากสงครามยืดเยื้อประมาณ 6 เดือน อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอาจ สูญเสียนักท่องเที่ยว 450,000 คน หรือคิดเป็นรายได้หายกว่า 29,250 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ก่อนผลกระทบจะลุกลามขึ้น ขอเสนอให้รัฐบาลจัดแคมเปญ ‘ไทยปลอดภัย’ ดึงตลาด อินเดีย-มาเลเซีย-อาเซียน เข้ามาแทน พร้อมลดภาษีผู้ประกอบการและเพิ่มเที่ยวบินตรงยุโรป
ทั้งนี้ ข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สรุปสถิติในปีที่ผ่านมา 2568 พบว่า ‘มาเลเซีย’ เป็นประเทศที่มีนักท่องเที่ยวมาไทยมากที่สุดที่ 4.5 ล้านคน
ตามมาด้วย ‘จีน’ 4.4 ล้านคน และ ‘อินเดีย’ 2.4 ล้านคน ดังนั้น ตลาดเหล่านี้อาจกลายเป็นแรงสำคัญที่จะช่วย ‘พยุงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย’ ในช่วงวิกฤตตะวันออกกลาง ที่ยังคงเผชิญแรงกดดันการเดินทางระหว่างประเทศ




ภาพประกอบ: พรวลี จ้วงพุฒซา

