ประเด็น #บัตรเขย่ง และกระแส #นับคะแนนใหม่ทั้งประเทศ ไม่ใช่สิ่งใหม่สำหรับประเทศไทย ที่ติดหล่มวังวนการทุจริตเลือกตั้งและการนับคะแนนที่มีปัญหาตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา
ตัวกลางหรือผู้จัดการเลือกตั้ง คือ ‘คณะกรรมการการเลือกตั้ง (Election Commission of Thailand)’ หรือ กกต. ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2540 และรับผิดชอบจัดการเลือกตั้งมาแล้วหลายครั้ง ใช้งบประมาณมากมายมหาศาลในแต่ละครั้งหลักหลายพันล้านบาท เพื่อทำหน้าที่สำคัญคือการจัดการเลือกตั้งที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และยุติธรรม แต่มาจนถึงวันนี้ ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว ระบบการเลือกตั้งของไทย ยังคงถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า ‘ล้าหลัง’ และเต็มไปด้วย ‘ปัญหาความไม่โปร่งใส’
ความผิดปกติมากมายที่พบเห็นได้อย่างชัดเจน สร้างความไม่พอใจแก่ประชาชนจำนวนมาก สะท้อนถึงการทำงานที่ ‘ล้มเหลว’ และ ‘ไม่มีความตั้งใจที่จะพัฒนาหรือป้องกันปัญหาด้วยความโปร่งใสและยุติธรรม’ ทั้งที่เผชิญกับปัญหาเหล่านี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าในการจัดเลือกตั้งหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา
คำถามสำคัญคือ ทำอย่างไรที่การเลือกตั้งของไทยในอนาคต จะมีประสิทธิภาพ โปร่งใส ยุติธรรม และสะท้อนเสียงของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตยได้อย่างแท้จริง แน่นอนว่าสิ่งที่ต้องปรับปรุงคือ ‘ระบบการเลือกตั้ง’ ซึ่งทุกวันนี้มีการพัฒนาและนำมาใช้จริงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากมายในหลายประเทศ
แล้วระบบการเลือกตั้งที่เหมาะสมกับประเทศไทยควรเป็นอย่างไร? THE STANDARD ชวนดูโมเดลที่น่าสนใจของหลายๆ ประเทศ
ทั่วโลกมีระบบเลือกตั้งแบบใดบ้าง?
สำหรับระบบหรือวิธีการลงคะแนนเลือกตั้งนั้น ในปัจจุบันที่แต่ละประเทศใช้กันมีหลากหลายแบบ อาทิ
- การใช้บัตรเลือกตั้งแบบกระดาษ (Paper Ballot)
- การใช้เครื่องเลือกตั้งแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electornic Voting Machine – EVM)
- การใช้เครื่องเลือกตั้งแบบอิเล็กทรอนิกส์ และระบบตรวจสอบการลงคะแนนด้วยกระดาษ (VVPAT)
- การเลือกตั้งทางไปรษณีย์
- การเลือกตั้งทางออนไลน์ผ่านอินเทอร์เน็ต (Internet Voting : I-Voting)
โดยรูปแบบการลงคะแนนในบัตรเลือกตั้ง หลายประเทศก็ใช้วิธีการแตกต่างกัน เช่น
- ญี่ปุ่นใช้ดินสอเขียนชื่อผู้สมัคร (สส.แบ่งเขต) และชื่อพรรค (บัญชีรายชื่อ)
- เกาหลีใต้ และสิงคโปร์ใช้การประทับตรา (Stamp) ช่วยลดความสับสนของผู้สูงอายุและผู้มีทักษะการเขียนจำกัด และช่วยลดบัตรเสียได้เป็นอย่างดี
- อินโดนีเซียใช้ตะปูเจาะรูลงบนบัตรเลือกตั้ง
- ฟิลิปปินส์ใช้การฝนวงกลมแบบข้อสอบปรนัยลงบนบัตรเลือกตั้ง
สำหรับการนับคะแนนสำหรับบัตรเลือกตั้งแบบกระดาษ นอกจากวิธีนับด้วยมือของเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งแบบที่ กกต.ไทยเลือกใช้ ยังมีระบบนับคะแนนด้วยเครื่องนับคะแนน หรือเครื่องสแกนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งมีข้อดีคือช่วยให้การนับคะแนนนั้นรวดเร็ว โดยมีหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับวิธีการลงคะแนนบัตรเลือกตั้ง
นอกจากนี้ยังมีการใช้ระบบตรวจสอบแบบจำกัดความเสี่ยง (Risk-Limiting Audits : RLA) ที่ใช้หลักสถิติสุ่มตรวจสอบบัตรเลือกตั้ง เพื่อยืนยันความถูกต้องของผลคะแนนจากเครื่องนับคะแนน
โมเดลระบบเลือกตั้งแบบญี่ปุ่น
สำหรับญี่ปุ่น ซึ่งปีนี้จัดการเลือกตั้งตรงกับไทยในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเช่นเดียวกัน โดยแม้จะมีเวลาเพียงไม่กี่วันหลังจากที่ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีหญิงจากพรรค LDP ประกาศยุบสภาเมื่อวันที่ 23 มกราคม แต่การเลือกตั้งของญี่ปุ่นก็เป็นไปอย่างสงบ เรียบร้อย และโปร่งใส ไร้การประท้วง แม้จะปรากฎปัญหาบัตรเกินและบัตรหายเพียง ‘เล็กน้อย’
โดยส่วนใหญ่มีเพียงหลักหน่วยไม่ถึง 10 ใบ มากสุดคือที่เมืองนิชิโนมิยะ จ.เฮียวโกะ ที่พบบัตรเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต เกินมา 118 ใบ และบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ เกินมา 90 ใบ ซึ่งไม่มีผลต่อการแพ้ชนะหรือลำดับของผู้สมัคร
ที่ผ่านมาญี่ปุ่นมีการพัฒนาระบบและเทคโนโลยีการเลือกตั้งมายาวนาน โดยเริ่มพัฒนาเครื่องนับคะแนนอัตโนมัติมาตั้งแต่ปี 1965 หรือ 61 ปีที่แล้ว
การเลือกตั้งของญี่ปุ่น มีลักษณะที่เหมือนกับไทยคือมีการบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ สำหรับเลือก สส. แบบแบ่งเขต และเลือกพรรคการเมืองสำหรับ สส. แบบบัญชีรายชื่อ แต่วิธีการลงคะแนนในบัตรเลือกตั้ง คือใช้การเขียนด้วยดินสอ ซึ่งมีข้อดีคือช่วยป้องกันการทุจริตหรือบัตรเขย่ง เนื่องจากการปลอมลายมือนั้นอาจทำได้ยาก แต่ก็มีข้อสังเกตคืออาจทำให้เกิดบัตรเสียได้ง่ายหากเขียนผิด
บัตรเลือกตั้งแบบกระดาษของญี่ปุ่นก็มีความโดดเด่น จากการพัฒนานวัตกรรมกระดาษสังเคราะห์แบบพิเศษ ที่เรียกว่ากระดาษ Yupo ซึ่งทำจากพลาสติกชนิดโพลีโพรพิลีน เรซิน (Polypropylene resin) ที่มีคุณสมบัติทนความร้อน แข็งแรง ยืดหยุ่นและคืนตัวได้ ยากต่อการฉีกขาด เมื่อพับหย่อนลงหีบจะคลายตัวออกเองทำให้กระดาษเรียบและเข้าเครื่องนับคะแนนได้เลย โดยที่เจ้าหน้าที่ไม่ต้องคลี่บัตรลงคะแนน

ตัวอย่างบัตรเลือกตั้งแบบกระดาษ Yupo
ภาพ : japan.yupo.com
ขณะที่การนับคะแนนนั้น เจ้าหน้าที่จะนำบัตรเลือกตั้งไปใส่ในเครื่องอ่านและคัดแยกบัตรลงคะแนน ที่มีระบบสแกนลายมือ ทำให้แยกได้ว่าบัตรเลือกตั้งใดเขียนชื่อผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด ซึ่งทำให้การนับคะแนนมีประสิทธิภาพ รวดเร็วและโปร่งใสมากขึ้น โดยในกรณีที่ลายมืออ่านยากจึงจะใช้เครื่องตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง

เครื่องอ่านและคัดแยกบัตรลงคะแนนด้วยลายมือ
ภาพ : musashinet.co.jp
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ต้องคำนึงถึง คือระบบเลือกตั้งและเทคโนโลยีต่างๆ เหล่านี้ ล้วนต้องใช้งบประมาณไม่น้อยในการลงทุนเพื่อทำให้การเลือกตั้งมีประสิทธิภาพ โปร่งใสและยุติธรรม
โดยในการเลือกตั้งล่าสุดของญี่ปุ่นครั้งล่าสุดนี้ พบว่ามีการใช้งบประมาณจัดการเลือกตั้งไปถึง 855,000 ล้านเยน หรือคิดเป็นเงินไทยกว่า 1.7 หมื่นล้านบาท สำหรับญี่ปุ่นที่มีประชากรกว่า 123 ล้านคน
โมเดลระบบเลือกตั้งในสหรัฐฯ
สำหรับการเลือกตั้งในประเทศต้นแบบของระบอบประชาธิปไตยอย่างสหรัฐฯ วิธีการลงคะแนนมีหลายรูปแบบ โดยประชาชนที่เลือกตั้งล่วงหน้านั้น ส่วนใหญ่จะใช้การลงคะแนนเลือกตั้งผ่านทางไปรษณีย์ (Mail-in ballots) ส่วนประชาชนที่ไปเลือกตั้งยังหน่วยลงคะแนน จะมีวิธีการลงคะแนนที่หลากหลาย ดังนี้
1.การลงคะแนนในบัตรเลือกตั้งกระดาษและใช้การทำเครื่องหมายด้วยมือ โดยใช้การฝนในช่องสี่เหลี่ยมหรือวงกลมในบัตรเลือกตั้ง ก่อนจะใช้เครื่องสแกนอ่านบัตรเลือกตั้งที่เรียกว่า Optical Scan หรือ Mark Sense ในการตรวจสอบและนับคะแนนเพื่อความรวดเร็ว โดยวิธีนี้ถูกใช้มากที่สุดในรัฐเกินครึ่งของสหรัฐฯ ซึ่งอาจมีการใช้ระบบอื่นควบคู่ด้วย

บัตรเลือกตั้งแบบกระดาษของสหรัฐฯ
ภาพ : Scott Olson/Getty Images
2.การลงคะแนนโดยใช้เครื่องทำเครื่องหมายบัตรเลือกตั้ง (BMD) อนุญาตให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ลงคะแนนผ่านเครื่องเลือกตั้งที่ใช้ระบบหน้าจอสัมผัสหรือปุ่มกด หรืออุปกรณ์ช่วยในการลงคะแนนสำหรับผู้พิการ โดยเครื่องนี้ไม่ได้บันทึกการลงคะแนน แต่จะสร้างบันทึกการลงคะแนนออกมาเป็นบัตรเลือกตั้งกระดาษเท่านั้น ซึ่งในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปี 2024 พบว่าราว 25% ของผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งในสหรัฐฯ ใช้ระบบนี้

เครื่องทำเครื่องหมายบัตรเลือกตั้ง
ภาพ : Paul Bersebach/MediaNews Group/Orange County Register via Getty
3.การลงคะแนนเสียงด้วยการใช้เครื่องเลือกตั้งอิเล็กทรอนิกส์แบบบันทึกโดยตรง (Direct-recording Electronic : DRE) โดยผู้มีสิทธิเลือกตั้งกดปุ่มหรือหน้าจอสัมผัสเพื่อลงคะแนน จากนั้นคะแนนจะถูกบันทึกเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยตรง โดยอาจใช้หรือไม่ใช้ระบบตรวจสอบการลงคะแนนด้วยกระดาษ (VVPAT) ก็ได้

เครื่องเลือกตั้งอิเล็กทรอนิกส์แบบบันทึกโดยตรง
ภาพ : Probal Rashid/LightRocket via Getty Images
ระบบนี้มีการใช้ลงคะแนนในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปี 2024 เพียงประมาณ 5% โดยปัญหาหลักๆ ที่พบจากการลงคะแนนด้วยเครื่อง DRE คือข้อผิดพลาดของซอฟท์แวร์และการจัดเก็บข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ อีกทั้งยังมีความเสี่ยงในการถูกโจมตีหรือเจาะเข้าระบบโดยแฮคเกอร์
โมเดลเลือกตั้งออนไลน์ในเอสโตเนีย
เอสโตเนียที่มุ่งเน้นการพัฒนาและบริหารประเทศด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลผ่านระบบ e-Governance เป็นเพียงประเทศเดียวในโลกที่อนุญาตให้พลเมืองลงคะแนนเลือกตั้งผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (i-Voting) ไปพร้อมกับระบบการลงคะแนนแบบบัตรเลือกตั้งกระดาษที่หน่วยเลือกตั้ง
ในปี 2005 เอสโตเนียเริ่มต้นใช้ระบบการเลือกตั้งทั่วไปที่มีผลผูกพันทางกฎหมายผ่านทางอินเทอร์เน็ต ด้วยโครงการนำร่องสำหรับการเลือกตั้งเทศบาล
โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งของเอสโตเนียประกาศว่า ระบบการลงคะแนนทางอินเทอร์เน็ตประสบความสำเร็จและพบว่าสามารถผ่านการทดสอบในการใช้งานจริงได้ ก่อนจะถูกนำมาใช้ในการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาในปี 2007

Infographic แนะนำระบบ i-Voting
ภาพ : valimised.ee
ขณะที่ในการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาปี 2023 ถือเป็นครั้งแรกที่มีคะแนนเสียงมากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ใช้สิทธิทั้งหมดเป็นการลงคะแนนผ่านทางอินเทอร์เน็ต

ชาวเอสโตเนียใช้สิทธิลงคะแนนผ่านอินเทอร์เน็ตมากกว่า 50% ในปี 2023
ภาพ : e-estonia.com
การลงคะแนนทางอินเทอร์เน็ตของเอสโตเนีย ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะต้องล็อกอินเข้าสู่ระบบโดยใช้บัตรประจำตัวอิเล็กทรอนิกส์ (e-ID) ที่ออกโดยรัฐบาล และลงคะแนนเสียง ซึ่งข้อมูลประจำตัวของผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะถูกลบออกจากบัตรลงคะแนนก่อนที่จะถูกส่งไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อทำการนับคะแนน จึงมั่นใจได้ถึงการไม่เปิดเผยตัวตน
ขณะที่การลงคะแนนทางอินเทอร์เน็ตสามารถทำได้ตั้งแต่ช่วงการลงคะแนนล่วงหน้า (4-6 วันก่อนวันเลือกตั้ง) ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถเปลี่ยนแปลงการลงคะแนนได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ก่อนจะนับรวมคะแนนทั้งหมดหลังจากปิดหน่วยเลือกตั้งแล้ว โดยอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลคะแนนเสียงจะถูกทำลายหลังจากแก้ไขข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือกตั้งทั้งหมดแล้วอย่างน้อย 1 เดือนหลังการเลือกตั้ง
อ้างอิง :
- https://mainichi.jp/english/articles/20211101/p2a/00m/0op/027000c
- https://www.aljazeera.com/news/2024/11/4/how-does-voting-work-in-the-us-election
- https://e-estonia.com/how-did-estonia-carry-out-the-worlds-first-mostly-online-national-elections/
- https://en.wikipedia.org/wiki/Electronic_voting_in_Estonia#Transparency_and_verifiability


