- จับตาตัวเลขเศรษฐกิจ โดยวันนี้สหรัฐฯ มีกำหนดประกาศยอดขายบ้านใหม่ ประจำเดือนมิถุนายน ซึ่งคาดว่าจะอยู่ที่ 700,000 หลัง ขยายตัวขึ้นกว่าเดือนก่อนหน้าที่ 676,000 หลัง สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันกับยอดการขอสินเชื่อ และใบอนุญาตก่อสร้างบ้านใหม่ ที่ขยายตัวขึ้นจากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งหนุนตลาดอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่เยอรมนีมีกำหนดประกาศดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคอุตสาหกรรม (เบื้องต้น) ประจำเดือนกรกฎาคม ซึ่งคาดว่าจะอยู่ที่ 48.0 จุด เร่งตัวขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ 45.2 จุด แต่ยังคงอยู่ในระดับหดตัว
- Sinopharm หนึ่งในรัฐวิสาหกิจของจีน แถลงถึงความคืบหน้าของวัคซีนโควิด-19 ว่าได้ทดลองไปแล้วในกลุ่มตัวอย่างกว่า 2,000 คนในประเทศจีน และหลายพันคนในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คาดว่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 3 เดือนในการสรุปผลการทดลองดังกล่าว ซึ่งจีนมั่นใจว่าวัคซีนจะให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ และสามารถผลิตออกสู่ตลาดได้ภายในปี 2020
- เมื่อวานนี้กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานครั้งแรกประจำสัปดาห์ ออกมาที่ 1.416 ล้านราย สูงกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ 1.3 ล้านราย เป็นการขยายตัวเพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบ 16 สัปดาห์ โดยตัวเลขที่มากที่สุดมาจากรัฐเวอร์จิเนีย, แคลิฟอร์เนีย, ลุยเซียนา และเนวาดา ซึ่งมีจำนวนผู้ติดโควิด-19 พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างแรงกดดันต่อภาคธุรกิจบางส่วนที่คาดว่าอาจต้องปิดเมืองอีกครั้ง
- เมื่อวานนี้สำนักงานบริหารทำเนียบขาวออกคำสั่งปิดโรงอาหารในอาคาร Eisenhower Executive Office Building และโรงอาหารในอาคาร New Executive Office Building (NEOB) ซึ่งเป็นอาคารที่อยู่ติดกับปีกตะวันตกของทำเนียบขาว และเป็นที่ตั้งของสำนักงานส่วนใหญ่ในทำเนียบขาว เนื่องจากตรวจพบพนักงานติดโควิด-19 อย่างไรก็ตาม ยังระบุว่าโอกาสการแพร่กระจายของเชื้อยังอยู่ในระดับที่ต่ำ เนื่องจากโรงอาหารเหล่านี้มีมาตรการป้องกันการแพร่เชื้อที่เข้มข้นในทุกส่วนอยู่แล้ว
- บริษัท Twitter Inc. หนึ่งในโซเชียลมีเดียรายใหญ่ของโลก ประกาศผลการดำเนินงานประจำไตรมาสที่ 2/2020 ออกมามีรายได้ 683 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แย่กว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ 707 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขาดทุน 1,100 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นการขาดทุน 1.39 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์และตลาดยังตอบรับในเชิงบวก เนื่องจากจำนวนผู้ใช้ของ Twitter ขยายตัวขึ้นแตะระดับ 186 ล้านราย มากกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ 172 ล้านราย
ภาวะตลาดวานนี้
- ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลงจากตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสหรัฐฯ ที่เพิ่มสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ แสดงถึงแนวโน้มเศรษฐกิจอาจยังไม่กลับมาฟื้นฟูเร็วๆ นี้ สวนทางกันกับตลาดหุ้นยุโรปที่ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยจากผลประกอบการของบริษัทในไตรมาส 2 ออกมาแข็งแกร่ง แต่อย่างไรก็ตามนักลงทุนยังคงกังวลจากตัวเลขดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวลงที่แสดงถึงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจ
- สัญญาน้ำมันดิบปรับตัวลงจากตัวเลขเศรษฐกิจทั่วโลกที่ออกมาไม่ค่อยดีนัก บ่งชี้ถึงแนวโน้มทางเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว ซึ่งส่งผลต่อปริมาณการใช้น้ำมัน ในขณะที่กลุ่ม OPEC Plus จะกลับมาเพิ่มการผลิตเล็กน้อยจากที่ลดลงมาอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้น้ำมันกลับมาล้นตลาดได้ ด้านสัญญาทองคำปรับตัวขึ้นจากความกังวลที่ตัวเลขเศรษฐกิจทั่วโลกยังไม่ฟื้นตัว ส่งผลให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยจากปัจจัยดังกล่าว
สหรัฐฯ
- Dow Jones อยู่ที่ 26652.33 ลดลง -353.51 (-1.31%)
- S&P 500 อยู่ที่ 3235.66 ลดลง -40.36 (-1.23%)
- Nasdaq อยู่ที่ 10461.42 ลดลง -244.71 (-2.29%)
ยุโรป
- DAX อยู่ที่ 13103.39 ลดลง -0.86 (-0.01%)
- FTSE 100 อยู่ที่ 6211.44 เพิ่มขึ้น 4.34 (0.07%)
- Euro Stoxx 50 อยู่ที่ 3371.74 เพิ่มขึ้น 0.98 (0.03%)
- FTSE MIB อยู่ที่ 20454.46 ลดลง -144.32 (-0.7%)
เอเชีย
- Nikkei 225 อยู่ที่ 22751.61 ลดลง -132.61 (-0.58%)
- S&P/ASX 200 อยู่ที่ 6094.5 เพิ่มขึ้น 19.4 (0.32%)
- Shanghai อยู่ที่ 3325.11 ลดลง -8.05 (-0.24%)
- SZSE Component อยู่ที่ 13661.5 เพิ่มขึ้น 4.47 (0.03%)
- China A50 อยู่ที่ 15464.86 ลดลง -81.02 (-0.52%)
- Hang Seng อยู่ที่ 25263 เพิ่มขึ้น 205.06 (0.82%)
- Taiwan Weighted อยู่ที่ 12413.04 ลดลง -60.23 (-0.48%)
- SET อยู่ที่ 1359.65 เพิ่มขึ้น 2.61 (0.19%)
- KOSPI อยู่ที่ 2216.19 ลดลง -12.47 (-0.56%)
- IDX Composite อยู่ที่ 5145.01 เพิ่มขึ้น 34.82 (0.68%)
- BSE Sensex อยู่ที่ 38140.47 เพิ่มขึ้น 268.95 (0.71%)
- PSEi Composite อยู่ที่ 6029.01 ลดลง -35.25 (-0.58%)
Commodity
- ราคาน้ำมันดิบ WTI อยู่ที่ 41.11 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง -0.86 (-2.05%)
- ราคาน้ำมันดิบเบรนท์อยู่ที่ 43.33 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง -1.05 (-2.37%)
- ราคาทองคำอยู่ที่ 1885.65 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้น 15.83 (0.845%)
พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า
อ้างอิง:
- Infoquest
- Bloomberg
- Investing
- CNBC
- Reuters