- จับตาตัวเลขเศรษฐกิจ วันนี้ทางการจีนมีกำหนดประกาศตัวเลขการขอสินเชื่อใหม่ประจำเดือนมิถุนายน ซึ่งคาดว่าจะอยู่ที่ 1.8 ล้านล้านหยวน ขยายตัวขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 1.48 ล้านล้านหยวน หลังจากที่ลดลงต่อเนื่อง 3 เดือนในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ขณะที่สหรัฐฯ มีกำหนดประกาศดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ประจำเดือนมิถุนายน ซึ่งคาดว่าจะขยายตัว 0.4%MoM จากการปรับตัวขึ้นของราคาสินค้าจำเป็น ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิด-19 ประกอบกับแนวโน้มการผ่อนคลายมาตรการปิดเมือง ส่งผลให้กำลังการบริโภคกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง
- วานนี้สหรัฐฯ รายงานตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานครั้งแรก (Initial Jobless Claim) ออกมาที่ระดับ 1.314 ล้านตำแหน่ง ต่ำกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ 1.375 ล้านตำแหน่ง และลดลงต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 14 หลังจากมีการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์เพื่อป้องกันโควิด-19 สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกับยอดขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่อง ลดลง 6.98 แสนราย สู่ระดับ 18.06 ล้านราย ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 18.9 ล้านราย
- วานนี้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยรายงานภาวะเศรษฐกิจ ระบุว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังคงเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง ส่งผลให้เศรษฐกิจอยู่ในภาวะย่ำแย่อย่างมาก ขณะเดียวกันจะมีการจับตาสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ BOJ ให้คำมั่นว่าจะใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมหากมีความจำเป็น อย่างไรก็ตาม ด้วยแนวโน้มเศรษฐกิจปัจจุบันจึงจำเป็นต้องรักษามาตรการเสริมสภาพคล่องต่างๆ ที่ทำอยู่ต่อไป เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าการทำธุรกรรมต่างๆ จะเป็นไปอย่างราบรื่น
- วานนี้ อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ออกแถลงต่อสื่อมวลชนโดยระบุว่าจะลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ แต่ยังคงดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่อไปเพื่อทำหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย ท่ามกลางกระแสข่าวความวุ่นวายภายในพรรคพลังประชารัฐ และความคาดหวังว่าจะมีการปรับคณะรัฐมนตรีในเวลาต่อมา ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสอดคล้องกับท่าทีของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ให้สัมภาษณ์ว่าจะมีการปรับคณะรัฐมนตรีอย่างแน่นอนตามความจำเป็น ส่งผลให้การเมืองไทยกลับมามีความไม่แน่นอนอีกครั้ง
- Ford หนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่สัญชาติอเมริกัน เผยว่ารัฐมนตรีของรัฐชิวาวาในเม็กซิโกอนุญาตให้พนักงานเข้าไปทำงานในโรงงานได้เพียง 50% ซึ่งโรงงานในรัฐเเห่งนี้เป็นผู้ผลิตเครื่องยนต์ของ Ford การปิดกั้นไม่ให้พนักงานของ Ford เข้ามาทำงานได้อย่างเต็มที่อาจทำให้ห่วงโซ่อุปทานของ Ford มีปัญหา มีการคาดการณ์ว่าถ้ารัฐชิวาวายังไม่ผ่อนคลายนโยบายการปิดเมือง อาจกดดันให้ Ford ต้องหยุดการผลิตในสหรัฐฯ ภายใน 1 สัปดาห์นี้
ภาวะตลาดวานนี้
- ดัชนี Dow Jones และ S&P 500 ปรับตัวลงจากปัจจัยจำนวนผู้ติดโควิด-19 ในสหรัฐฯ ที่ยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งทำให้อาจมีการปิดเมืองอีกครั้ง และอาจส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง สวนทางกันกับดัชนี Nasdaq ที่ปรับตัวขึ้นและยังคงทำนิวไฮอย่างต่อเนื่องจากความคาดหวังที่ผลประกอบการของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในไตรมาส 2 จะออกมาแข็งแกร่งจากการได้รับผลประโยชน์ในช่วงปิดเมืองที่ผ่านมา ด้านตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวลงจากการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ว่าผลประกอบการในไตรมาส 2 ของบริษัทยักษ์ใหญ่อาจออกมาไม่ค่อยดีนัก สืบเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา
- สัญญาน้ำมันดิบปรับตัวลงจากความกังวลที่เศรษฐกิจอาจชะลอตัวลงอีก หลังจำนวนผู้ติดโควิด-19 เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งอาจส่งผลให้รัฐบาลกลับมาปิดเมืองอีกครั้ง และกระทบต่อปริมาณความต้องการใช้น้ำมัน ในขณะที่อัตราการผลิตยังคงเท่าเดิม ด้านสัญญาทองคำปรับตัวลงจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้มีแรงเทขายทำกำไรของนักลงทุนจากที่ก่อนหน้านี้ปรับตัวขึ้นมาแรง
สหรัฐฯ
- Dow Jones อยู่ที่ 25,706.09 ลดลง 361.19 (-1.39%)
- S&P 500 อยู่ที่ 3,152.05 ลดลง 17.89 (-0.56%)
- Nasdaq อยู่ที่ 10,558.39 เพิ่มขึ้น 65.89 (+0.63%)
ยุโรป
- DAX อยู่ที่ 12,489.46 ลดลง 5.35 (-0.04%)
- FTSE 100 อยู่ที่ 6,049.62 ลดลง 106.54 (-1.73%)
- Euro Stoxx 50 อยู่ที่ 3,261.17 ลดลง 24.92 (-0.76%)
- FTSE MIB อยู่ที่ 19,505.95 ลดลง 393.58 (-1.98%)
เอเชีย
- Nikkei 225 อยู่ที่ 22,529.29 เพิ่มขึ้น 90.64 (+0.4%)
- S&P/ASX 200 อยู่ที่ 5,955.5 เพิ่มขึ้น 35.2 (+0.59%)
- Shanghai อยู่ที่ 3,450.59 เพิ่มขึ้น 47.15 (+1.39%)
- SZSE Component อยู่ที่ 13,754.74 เพิ่มขึ้น 348.37 (+2.6%)
- China A50 อยู่ที่ 16,230.29 เพิ่มขึ้น 62.82 (+0.39%)
- Hang Seng อยู่ที่ 2,6210.16 เพิ่มขึ้น 80.98 (+0.31%)
- Taiwan Weighted อยู่ที่ 12,192.69 เพิ่มขึ้น 22.5 (+0.18%)
- SET อยู่ที่ 1,365.81 เพิ่มขึ้น 3.35 (+0.25%)
- KOSPI อยู่ที่ 2,167.9 เพิ่มขึ้น 9.02 (+0.42%)
- IDX Composite อยู่ที่ 5,052.79 ลดลง 23.38 (-0.46%)
- BSE Sensex อยู่ที่ 36,737.69 เพิ่มขึ้น 408.68 (+1.12%)
- PSEi Composite อยู่ที่ 6,192.58 ลดลง 92.92 (-1.48%)
Commodity
- ราคาน้ำมันดิบ WTI อยู่ที่ 39.65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 1.24 (-3.03%)
- ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ อยู่ที่ 42.34 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 1.02 (-2.35%)
- ราคาทองคำ อยู่ที่ 1,804.02 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลง 5.22 (-0.29%)
พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์
อ้างอิง:
- Infoquest
- Bloomberg
- Investing
- CNBC
- Reuters