ประเดิมการประชุมนัดแรกของปี 2026 ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ส่งสัญญาณ ‘เบรก’ นโยบายผ่อนคลายทางการเงินอย่างระมัดระวัง โดยมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.5% – 3.75% เพื่อประเมินทิศทางเศรษฐกิจที่เริ่มมีสัญญาณบวกชัดเจนขึ้น
การตัดสินใจในครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ลดความคาดหวังของตลาดในการปรับลดดอกเบี้ยระยะสั้นลงทันที เนื่องจาก Fed เริ่มมั่นใจใน ‘เสถียรภาพของตลาดแรงงาน’ ที่เริ่มทรงตัวได้ดีกว่าคาด ผนวกกับมุมมองเชิงบวกของ Jerome Powell ที่เห็นพ้องว่าเศรษฐกิจปีนี้มีแนวโน้มสดใสกว่าปีที่ผ่านมา
แถลงการณ์ของ Fed ได้ปรับมุมมองเชิงบวกต่อภาวะการจ้างงาน โดยระบุว่าอัตราว่างงานเริ่มทรงตัว และตัดถ้อยคำเตือนความเสี่ยงด้านลบต่อตลาดแรงงานออกไป ซึ่งช่วยลดความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยในระยะสั้น นักลงทุนยังมองว่าการปรับลดครั้งถัดไปอาจไม่เกิดก่อนกลางปี
Jerome Powell ประธาน Fed กล่าวหลังการประชุมว่า แนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในปีข้างหน้าดีขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับการประชุมครั้งก่อน ซึ่งส่งผลดีต่ออุปสงค์แรงงานและการจ้างงานในระยะถัดไป อย่างไรก็ดี เขาย้ำว่าตลาดแรงงานยังคงมีสัญญาณชะลอตัวบางส่วน และยังไม่ควรสรุปว่าการฟื้นตัวมีความแข็งแกร่งเต็มที่
การคงดอกเบี้ยครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจาก Fed ปรับลดดอกเบี้ยติดต่อกัน 3 ครั้งในช่วงปลายปี 2025 ตามประมาณการอัตราดอกเบี้ยที่เผยแพร่เมื่อเดือนธันวาคม
เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ยังคาดว่าจะมีการลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมภายในปีนี้ อย่างไรก็ตาม ความกังวลต่อเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูงกว่ากรอบเป้าหมาย และสัญญาณทรงตัวของตลาดแรงงาน ทำให้หลายฝ่ายเห็นว่ายังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการผ่อนคลายนโยบายเพิ่มเติม
ในฝั่งเงินเฟ้อ Fed มองภาพรวมเป็นบวก แม้เงินเฟ้อพื้นฐานยังอยู่เหนือเป้าหมาย โดยแรงกดดันส่วนใหญ่มาจากราคาสินค้าที่เกี่ยวข้องกับภาษี และคาดว่าจะเป็นผลกระทบชั่วคราวมากกว่าจะกลายเป็นเงินเฟ้อถาวร
ตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้ผันผวนหลังการตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยของ Fed ดัชนี S&P 500 แตะระดับสำคัญในวันพุธ (ตามเวลาสหรัฐฯ) โดยแตะระดับ 7,000 เป็นครั้งแรก ก่อนที่จะปรับตัวลงเล็กน้อย 0.01% ที่ 6,978.03 ก่อนหน้านี้ ดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้น 0.3% ในวันเดียวกัน โดยแตะระดับสูงสุดระหว่างวันตลอดกาลที่ 7,002.28 ดัชนี Dow Jones Industrial Average เพิ่มขึ้น 12.19 จุด หรือ 0.02% ปิดตลาดที่ 49,015.60 ดัชนี Nasdaq Composite ปรับตัวขึ้นมากกว่า โดยเพิ่มขึ้น 0.17% ปิดตลาดที่ 23,857.45
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ทรงตัวที่ 4.25% ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น 0.4% หลัง Scott Bessent รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์ว่า สหรัฐฯ ไม่ได้เข้าแทรกแซงเพื่อหนุนค่าเงินเยน ส่งผลให้เงินเยนอ่อนค่าลงเกือบ 1% ขณะที่ราคาทองคำพุ่งทะลุระดับ 5,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งวัดค่าเงินดอลลาร์เทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลักต่างๆ อ่อนค่าลง 2.2% ในปีนี้ หลังจากที่เคยอ่อนค่าลงมากกว่า 9% ในปี 2025 ค่าเงินดอลลาร์ถูกมองว่าเข้าสู่ภาวะขาลง หลังอ่อนค่าหนักสุดในรอบหลายเดือนและลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ปีที่แล้ว แม้ Donald Trump จะมองว่าดอลลาร์อ่อนช่วยหนุนการค้าและเศรษฐกิจสหรัฐ แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าเป็นดาบสองคม ช่วยการส่งออกก็จริง แต่เพิ่มต้นทุนการนำเข้าและอาจบั่นทอนความเชื่อมั่นนักลงทุน ท่ามกลางปัญหาเงินเฟ้อ หนี้สาธารณะ และความท้าทายในการขายพันธบัตรของสหรัฐฯ
ภาพ: Kevin Dietsch/Getty Images
อ้างอิง:
- https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-01-28/fed-holds-rates-steady-nods-to-stabilization-in-jobless-rate?srnd=homepage-asia
- https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-01-27/stock-market-today-dow-s-p-live-updates?srnd=homepage-asia
- https://www.cnbc.com/2026/01/28/us-dollar-usd-greenback-dxy-sell-america-bear-market-bubble.html


