หลายเดือนที่ผ่านมา ‘มะพร้าวไทย’ กลายเป็นหนึ่งในสินค้าเกษตรที่ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่อง ทั้งในมิติของราคาหน้าสวนที่ตกต่ำจากเดิม ลูกละ 20-40 บาท เหลือเพียงลูกละ 2-7 บาท จนเกิดเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตร แล้วแตะไปยังโครงสร้างใหญ่ทั้งระบบอย่างกลไกราคา กฎหมายควบคุมสินค้า การปราบปรามล้งเถื่อน ไปจนถึงการค้าระหว่างประเทศ เพราะตอนนี้มะพร้าวไทยกว่า 80% ถูกส่งไปยังประเทศจีน แบบที่เราไม่มีตลาดอื่นรองรับสินค้าจำนวนมหาศาล
การมีจีนเป็นตลาดใหญ่เพียงตลาดเดียว ส่งผลให้ปลายทางของห่วงโซ่มะพร้าวเป็นผู้กุมอำนาจในการกำหนดราคา จนทำให้ตลาดมะพร้าวไทยมีความเปราะบางสูง ผู้ประกอบการในห่วงโซ่อธิบายว่าราคาที่เกษตรกรได้รับจำนวนหนึ่งเกิดจากการคำนวณย้อนกลับจากราคาปลายทางในตลาดต่างประเทศ เช่น หากตลาดปลายทางต้องการสินค้าที่ราคา 10 บาทต่อลูก โรงงานหรือผู้ส่งออกก็ต้องนำราคานั้นมาคำนวณต้นทุนทั้งหมดตั้งแต่ค่าคัดแยก บรรจุภัณฑ์ ขนส่ง ไปจนถึงต้นทุนการรับซื้อจากสวน ทำให้ราคาที่กลับมาถึงเกษตรกรลดลงเหลือเพียงไม่กี่บาทต่อผล หรืออาจจะเป็นราคา 2-4 บาท ตามที่เห็นในหน้าข่าว
นอกจากนี้ยังมีปัญหาอื่นๆ อย่างถึงกลุ่มธุรกิจจากจีนบางกลุ่มที่มองหาโอกาสในประเทศไทยด้วยการเข้ามาทำล้ง รับบทพ่อค้าคนกลางแต่ไม่ได้ทำตามกฎหมายไทยอย่างครบถ้วนจนเกิดเป็น ‘ล้งเถื่อน’ จำนวนมาก และพวกเขาไม่ได้เพียงแค่เข้ามาสร้างความปั่นป่วนซับพลายเชนไทยด้วยการกินรวบทั้งระบบ แต่ยังรวมถึงการทำ ‘น้ำมะพร้าวปลอม’ ในนามมะพร้าวไทยอีกด้วย
-
น้ำมะพร้าวปลอม จีนทำแต่ใช้ชื่อมะพร้าวไทย
ท่ามกลางการถกเถียงเรื่องราคาและโครงสร้างตลาด ยังมีอีกหนึ่งประเด็นที่เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้นในช่วงหลัง และอาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมมะพร้าวไทยในระยะยาว นั่นคือปัญหา ‘น้ำมะพร้าวปลอม’ หรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่น้ำมะพร้าวแท้ 100% แต่ถูกนำออกจำหน่ายในลักษณะที่ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจว่าเป็นน้ำมะพร้าวแท้
ผู้ประกอบการในภาคธุรกิจระบุว่า มีนักธุรกิจจีนเข้ามาทำล้งและโรงงานผลิตน้ำมะพร้าวในไทย หลายเจ้ามีวิธีการทำที่แตกต่างกัน บางโรงงานนำมะพร้าวน้ำกะทิจากอินโดนีเซียเข้ามาแปรรูปเป็นหัวเชื้อแล้วผสมกับน้ำมะพร้าวหรือผสมกับน้ำเปล่าให้ดูเป็นกลิ่นมะพร้าว บางเจ้าใช้น้ำมะพร้าวจากสายพันธุ์อื่นที่มีราคาถูกกว่ามะพร้าวที่ระบุอยู่ในฉลากข้างขวด หรือนำวัตถุดิบอื่นมาปรุงแต่งให้มีรสชาติใกล้เคียงน้ำมะพร้าวน้ำหอม ผลิตเครื่องดื่มเลียนแบบน้ำมะพร้าวโดยตรง
เมื่อได้สินค้าตามต้องการก็จะส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศอย่างจีน ภายหลังรัฐบาลจีนตรวจจับสินค้าปลอมได้บ่อยขึ้น และมีการดำเนินมาตรการทางกฎหมายกับสินค้าบางส่วน แต่เรื่องนี้สร้างผลกระทบต่อวงจรมะพร้าวไทยมากๆ โดยเฉพาะกับภาคส่งออก
ผู้บริโภคอาจสูญเสียความเชื่อมั่นต่อสินค้าโดยรวม เพราะเมื่อสินค้าถูกส่งไปยังตลาดหรือซูเปอร์มาร์เก็ตที่จีน คนจะไม่ได้แยกว่าสินค้านี้เป็นผู้ผลิตเจ้าไหน แต่ทั้งหมดจะถูกเรียกว่าเป็น ‘น้ำมะพร้าวจากไทย’ ส่งผลต่อภาพลักษณ์สินค้าในระดับอุตสาหกรรม และหากตลาดปลายทางมองว่าสินค้าไทยมีความเสี่ยงบ่อยเข้า อาจนำไปสู่มาตรการตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้นหรือแม้แต่การจำกัดการนำเข้า ซึ่งจะกระทบต่อการส่งออกทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้ปัญหานี้น่ากังวลยิ่งขึ้นคือปัจจุบันเทคโนโลยีการผลิตเครื่องดื่มเลียนแบบสามารถทำให้รสชาติใกล้เคียงน้ำมะพร้าวจริง จนผู้บริโภคทั่วไปอาจไม่สามารถแยกแยะได้ด้วยการชิมเพียงอย่างเดียว แต่จะสามารถตรวจสอบส่วนประกอบของเครื่องดื่มได้ผ่านกระบวนการวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการพิสูจน์คุณภาพสินค้า
-
รัฐต้องเร่งปราบปรามล้งเถื่อน โรงงานน้ำมะพร้าวปลอม
ปัญหาน้ำมะพร้าวปลอมสะท้อนอีกมิติหนึ่งของอุตสาหกรรมมะพร้าวไทย นั่นคือความจำเป็นในการยกระดับระบบตรวจสอบ และมาตรฐานสินค้าทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่ต้นน้ำอย่างสวนมะพร้าวไปจนถึงปลายน้ำอย่างโรงงานแปรรูปและการส่งออก
ผู้ประกอบการในห่วงโซ่มะพร้าวไทยมองว่าทางออกของปัญหานี้อยู่ที่รัฐเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากภาครัฐมีเครื่องมือในการควบคุมดูแลทั้งด้านมาตรฐานการผลิตอาหาร การตรวจสอบคุณภาพสินค้า และการคุ้มครองผู้บริโภค สามารถใช้กฎหมายควบคู่กับลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการแล้วสุ่มตรวจสินค้าในตลาด เพื่อป้องกันการทำสินค้าปลอมปนตั้งแต่ต้นทาง หากพบว่ามีการจำหน่ายสินค้าที่ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด ก็สามารถใช้มาตรการทางกฎหมายในการควบคุมหรือดำเนินคดีได้
ถึงแม้ว่าการควบคุมและการบังคับใช้กฎหมายจะเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหา แต่ความท้าทายที่สำคัญคือการรักษาและฟื้นฟูความเชื่อมั่นของผู้บริโภค เพราะเมื่อความเชื่อมั่นต่อสินค้าเสียไปแล้ว การสร้างภาพลักษณ์กลับคืนมาอาจต้องใช้เวลานาน ซึ่งเกษตรกรไทยจำนวนมากรวมถึง SMEs อาจไม่สามารถรอได้นานถึงขนาดนั้น ผู้ประกอบการจึงสะท้อนความต้องการไปยังรัฐบาลว่า หากสามารถทำให้ระบบการผลิตและการตรวจสอบมีความโปร่งใส ตรวจสอบย้อนกลับได้ มีมาตรฐานที่ชัดเจน ก็จะช่วยลดช่องว่างที่อาจนำไปสู่การปลอมปนหรือการบิดเบือนข้อมูลสินค้าได้
ส่วนการแก้ปัญหาระยะยาว หลายฝ่ายเสนอว่าปัญหาของอุตสาหกรรมมะพร้าวไทยไม่ได้มีแค่มิติของราคา แต่ต้องดูกระบวนการทั้งระบบ เริ่มตั้งแต่พัฒนามาตรฐานสินค้าให้ชัดเจน หาวิธีเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ เลิกพึ่งพาตลาดใหญ่เพียงประเทศเดียวแล้วการกระจายสินค้าส่งออกไปยังตลาดแหล่งใหม่
แม้วิกฤตราคามะพร้าวอาจเป็นปัญหาที่ผันผวนไปตามกลไกตลาด แต่ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคถือเป็นทุนสำคัญของสินค้าเกษตรไทยในเวทีโลก การรักษาคุณภาพ ความโปร่งใส และมาตรฐานของผลิตภัณฑ์จึงไม่เพียงเป็นเรื่องของผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่ง แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทั้งอุตสาหกรรม ตั้งแต่เกษตรกร ผู้ผลิต ผู้ส่งออก ไปจนถึงหน่วยงานภาครัฐเพื่อให้ ‘น้ำมะพร้าวไทย’ ยังคงรักษาความน่าเชื่อถือ และสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
ภาพ: พนาธร ไชยกุล


