วันนี้ (10 มีนาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงมาตรการการตรึงราคาน้ำมัน โดยระบุว่า ราคาน้ำมันดีเซล กองทุนน้ำมันจะเข้าไปช่วยบางส่วน ร่วมกับผู้ค้า และดูตามความเหมาะสม ซึ่งอาจทำให้มีราคาขยับบ้าง
สำหรับการปรับขึ้นราคาน้ำมันเบนซิน กองทุนฯ ได้เข้าไปสร้างความแตกต่างในการช่วยเหลือ เพราะน้ำมันเบนซินมีหลายชนิด ซึ่งนโยบายที่กำลังดำเนินการคือ ต้องการเพิ่มสัดส่วนการใช้น้ำมันชีวภาพ กองทุนน้ำมันจึงเข้าไปสร้างความแตกต่างเดิม อาทิ การช่วยน้ำมัน E20 มากกว่า E10 2 บาท สิ่งที่เกิดขึ้นในตลาดจึงเป็นไปตามกลไกของผู้ค้า ที่มีการปรับขึ้นแก๊สโซฮอล์ 95 E10 ขึ้น 50 สตางค์ และปรับลด E20 ลง 50 สตางค์
อรรถพลชี้แจงว่า ผลต่างราคาขายปลีกทั้งสองชนิดนี้ จากเดิมที่ต่างกัน 2 บาท เป็นต่างกัน 3 บาท เพื่อจูงใจให้มีการใช้ E20 มากขึ้น เพราะรถยนต์ปัจจุบันมีจำนวนที่ใช้ E20 มาก จึงขอรณรงค์ให้ประชาชน หันมาใช้ E20 มากขึ้น เพื่อเป็นการลดสัดส่วนการใช้น้ำมันเบนซินที่มาจากน้ำมันดิบ เพื่อมาเพิ่มสัดส่วนเชื้อเพลิงชีวภาพที่ผลิตได้ในประเทศ
อรรถพลกล่าวด้วยว่า ดีเซลได้ปรับสเปคจาก B5 ที่มีส่วนผสมของไบโอดีเซล 5% เป็น 7% หรือจาก B5 เป็น B7 เพื่อลดการใช้ดีเซลพื้นฐาน หันมาใช้ไบโอดีเซลที่มาจากน้ำมันปาล์มในประเทศ
สำหรับมาตรการประหยัดพลังงานของคณะรัฐมนตรี (ครม.) นั้น อรรถพลกล่าวว่า เป็นไปตามลำดับขั้น เริ่มแรกเป็นการขอความร่วมมือ เช่นการปรับอุณหภูมิให้เพิ่มขึ้นเป็น 26 หรือ 27 องศา และหากไม่จำเป็น ไม่ต้องผูกไทใส่สูท ยกเว้นการต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง และประหยัดการใช้ไฟแสงสว่าง เช่นช่วงเวลาพักเที่ยง ขอให้ปิดไฟ หรือการเวิร์คฟรอมโฮม และการประชุมออนไลน์ให้มากขึ้น ตลอดจนการตรวจสอบสภาพเครื่องยนต์ของแต่ละคน
ส่วนที่มีการหาน้ำมันสำรองมาได้ 30 วันก่อนหน้านี้ อรรถพลกล่าวว่า เป็นการทยอยนำเข้าตามรอบขนส่ง ซึ่งขึ้นอยู่กับถังน้ำมันของเราด้วย ซึ่งอาจจะต้องมีรอบเวลาที่ต้องคอนเฟิร์มเพิ่ม ว่า เมื่อเขาวิ่งมาจะมีถังช่องว่างให้เติมหรือไม่ และหลังจากนี้จะมีการไล่คอนเฟิร์มเป็นรอบๆ ไป
อรรถพลย้ำด้วยว่า ด้วยสถานการณ์ในตอนนี้เชื้อเพลิงน้ำมันบ้านเราไม่ขาดแคลน แต่ต้องขอความร่วมมือประชาชน เพราะที่ผ่านมามีความตื่นตระหนก และซื้อมากกว่าปกติมาเก็บไว้ ทำให้ยอดพุ่งขึ้น 2 เท่า
“ของมี แต่ปัญหาอยู่ที่การขนส่ง เช่น ปั๊มน้ำมันปกติขายอยู่ที่ 3 เที่ยว แต่เที่ยวที่ 4-5 อาจไม่ทัน จึงขอความร่วมมือประชาชนอย่าตื่นตระหนก และกักตุนการซื้อไปเก็บไว้เยอะๆ ถือเป็นอันตราย เพราะเชื้อเพลิงติดไฟง่าย” อรรถพลกล่าว
อรรถพลยังระบุอีกว่า น้ำมันจะวิกฤตหรือไม่ แต่การประหยัดพลังงานไว้ดีที่สุด เพราะประเทศเรานำเข้าพลังงาน การประหยัดพลังงานถือเป็นเรื่องที่ดี
ส่วนหากสถานการณ์ยืดเยื้อเกินกว่า 90 วัน จะส่งผลต่อปริมาณน้ำมันสำรองในไทยหรือไม่ อรรถพลกล่าวว่า สิ่งที่ต้องทำคู่ขนานคือ การจัดการหาของใหม่เข้ามา และการใช้ของเดิมให้น้อยที่สุด เช่น การเพิ่มสัดส่วนเชื้อเพลิงชีวภาพ และใช้เชื้อเพลิงพื้นฐานมาผลิตให้น้อยลง รวมถึงการระงับการส่งออก เพิ่มให้ผู้ค้ามีการสำรองน้ำมัน ซึ่งมาตรการเหล่านี้จะทำอย่างต่อเนื่อง
สำหรับมาตรการที่ยังไม่ทำและอยู่ในระหว่างการศึกษา คือการปรับสเปคน้ำมัน นำเข้าสำเร็จรูป เพื่อให้ประเทศไทยมีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการหาแหล่งพลังงานได้หลายแหล่ง อาจมีการประกาศนำเข้าน้ำมันให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น


