วันนี้ (23 กุมภาพันธ์) เมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) และผู้อำนวยการสถาบันสังคมประชาธิปไตย กล่าวถึงการเลือกตั้งใหม่ใน 4 หน่วยเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า การเปลี่ยนบัตรเลือกตั้ง สส. และ สส. แบบบัญชีรายชื่อ โดยไม่มีบาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ดเหมือนครั้งก่อน เท่ากับว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยอมรับว่า การเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ไม่ถูกต้องและไม่เป็นไปในทางลับจริง ถือเป็นใบเสร็จความผิดสำเร็จแล้ว เพราะถ้าไม่ผิดจะเปลี่ยนทำไม
“กรณีคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง พิสูจน์ได้ไม่ยาก ผมอยากให้ กกต. พิสูจน์เรื่องนี้ต่อสาธารณะ โดยการทดสอบสแกนดูว่ารหัสบนบัตรเลือกตั้งดูว่าตรงกับเลขที่ต้นขั้วหรือไม่ และถ้าตรงกัน แยกแยะได้แต่ละใบ โดยต้นขั้วมีการลงชื่อผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งด้วย ก็ถือว่าสามารถสืบได้ว่าผู้มาใช้สิทธิลงคะแนนให้ใคร ถ้าเป็นเช่นนั้นเท่ากับการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่เป็นความลับ ขัดเจตนารมณ์ตามรัฐธรรมนูญและหลักการสากล การเลือกตั้งต้องถือเป็นโมฆะ ควรยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป” เมธากล่าว
รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/
เมธายังระบุว่า ประเด็นสำคัญที่ซ่อนไว้คือ มีกลุ่มที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้วางแผนหรือไม่ เพราะสามารถใช้เทคนิคนี้ในการควบคุมประชากรและผลการเลือกตั้งในอนาคตได้ หากใช้อำนาจแอบเข้าไปขอยืมบัตรและต้นขั้วที่เก็บไว้ในภายหลังมาสแกนเข้าระบบประมวลผล ทำบิ๊กดาต้า ประมวลสถิติผลการลงคะแนนแต่ละคนแยกเป็นกลุ่มหมู่บ้านได้เลย เพื่อใช้เป็นเครื่องมือควบคุมเสียงประชาชนและกำหนดผลการเลือกตั้งในครั้งหน้า หรืออีกหลายๆ ครั้งในอนาคตได้
เมธาชี้ว่า ตอนนี้ประชาชนถกเถียงกันว่า กกต. จะต้องติดคุกหรือไม่ ส่วนตัวเห็นว่า กกต. จะติดคุกได้ มีแค่ 2 กรณี และเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยอาจต้องติดด้วย หากตั้งใจทุจริตร่วม คือ
1. เมื่อมีการร้องเรียนการทุจริตการเลือกตั้งและยื่นหลักฐานต่างๆ แล้ว กกต. มีหน้าที่สืบสวนสอบสวน เมื่อพบหลักฐานและพยานเป็นที่ประจักษ์ชัด ก็ให้มีการนับคะแนนใหม่ หรือให้ใบเหลือง-ใบแดง และจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ในเขตนั้นต่อไป โดยไม่ประวิงเวลา แต่หาก กกต. “ไม่เร่งสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง” จากข้อร้องเรียนที่กล่าวหา หรือตั้งใจประวิงเวลาเพื่อเอื้อประโยชน์ให้พรรคการเมืองที่ถูกร้อง จะมีความผิดตามกฎหมายการเลือกตั้งและระเบียบ กกต. ว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาด ซึ่งทำให้อาจติดคุกซ้ำรอยคดี กกต.ในปี 2549 ได้
2. อาจติดคุกจากคดีฮั้ว สว. ที่ศาลอาญาคดีทุจริตฯ รับฟ้องคดีที่กลุ่ม สว.สำรอง ยื่นฟ้องประธาน กกต. พร้อมพวก 8 คน ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบตาม ม.157 กรณีจงใจประวิงเวลาสอบคดีฮั้ว สว. โดยศาลสั่งให้ กกต. แจงเอกสารภายใน 23 มกราคม 2569 ขณะที่ กกต. พยายามยื้อคดีและตั้งกรรมการสอบเพิ่ม โดยศาลคดีทุจริตฯ เลื่อนฟังคำสั่งคดีเป็นวันที่ 20 เมษายนนี้
เมธาเสนอว่า การจัดการเลือกตั้งใหม่ไม่ยากเลย แค่พิมพ์บัตรเลือกตั้งใหม่โดยไม่ต้องมีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดแบบวันอาทิตย์ แล้วจัดการเลือกตั้งได้เลย และเวลานับคะแนนจะต้องบันทึกวิดีโอไว้เป็นหลักฐานให้ตรวจสอบได้ ทุกอย่างก็จะจบอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ คะแนนผู้มาใช้สิทธิ์ตรงกับผลคะแนนแต่ละเขตก็จบ
ทั้งนี้ ครป. เครือข่ายองค์กรประชาธิปไตยและเครือข่ายภาคประชาชน นักวิชาการ จะประชุมตรวจสอบการทุจริตการเลือกตั้ง ข้อเสนอในการแก้ไขปัญหา การปฏิรูป กกต. และองค์กรอิสระ ในวันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์นี้ โดยจะมีการแถลงข่าวในเวลา 14.30 น. ที่โรงแรมโนโวเทล สยามสแควร์ โดยมี คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพรรณ ในฐานะภาคประชาชนตรวจสอบการทุจริตการเลือกตั้ง, สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต., ลัดดาวัลย์ ตันติวิทยาพิทักษ์ ประธาน ครป. และเลขาธิการ P-Net, เมธา มาสขาว เลขาธิการ ครป. ผอ.สถาบันสังคมประชาธิปไตย
รวมถึง ดร. ธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ หรือ ‘ดร.เรือบิน’ ผอ.ดีโหวต มหาวิทยาลัยศรีปทุม, อังคณา นีละไพจิตร สว., นันทนา นันทวโรภาส สว., สมบัติ บุญงามอนงค์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง และผู้แทนภาคประชาชน ร่วมแถลง
จากนั้นจะไปร่วมเวทีไต่สวนสาธารณะที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ซึ่งจัดโดย กป.อพช. และ People Go ในเวลา 17.30 น. ถึง 20.30 น.
เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/


