วันนี้ (3 มกราคม) บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดย เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ในฐานะแม่ทัพพื้นที่ กทม. ได้ลงพื้นที่ตลาดสวนพฤกษ์ เพื่อช่วยหาเสียงให้กับ ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ผู้สมัคร สส. กทม. เขตบางกะปิ-วังทองหลาง (เบอร์ 13) พรรคภูมิใจไทย (เบอร์ 37) โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนและแฟนคลับมารอมอบดอกไม้ให้กำลังใจ และร่วมทักทายตลอดเส้นทาง
เอกนัฏ ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่ในวันนี้ว่า ตนมีความตั้งใจมาช่วยฐิติภัสร์ ซึ่งถือเป็นทีมงานคุณภาพที่ทำงานร่วมกันมาอย่างเข้มข้นในสไตล์ทีมสุดซอย ตั้งแต่สมัยอยู่ที่กระทรวงอุตสาหกรรม โดยเฉพาะผลงานการปราบปรามธุรกิจสีเทา สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ทัวร์ศูนย์เหรียญ และขบวนการลักลอบนำเข้ากากอุตสาหกรรม (กรณีวินโพรเซส)
“ผมถือว่ายอมสละทีมงานฝีมือดี 1 คน เพื่อให้ไปเป็น สส. ลองคิดดูว่าตอนอยู่กระทรวงอุตสาหกรรมทำได้ขนาดนี้ ถ้าเข้าไปเป็น สส. จะทำได้ขนาดไหน ครั้งที่แล้วเขาพลาดไปนิดเดียว ครั้งนี้ด้วยประสบการณ์และความมุ่งมั่น ผมมั่นใจว่าเขาจะเข้าไปรับใช้พี่น้องประชาชนได้อย่างสมบูรณ์แบบ” เอกนัฏ กล่าว
เมื่อถามถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าพรรคภูมิใจไทยใช้กระแสชาตินิยม มาหาเสียงใน กทม. นั้น เอกนัฏ ชี้แจงว่า สิ่งที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดน ความสูญเสียของทหาร และการรุกล้ำอธิปไตย เป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ไม่ใช่วาทกรรมหรือจินตนาการ
“ถามว่าเรากังวลไหม สิ่งที่เราทำมาทั้งหมดจะสูญเปล่า เราไม่อยากให้ทหารต้องเสียชีวิตฟรี รอบนี้เราจึงประกาศนโยบายสร้างรั้วสร้างกำแพง เพื่อปกป้องทหารและประชาชนจากวิถีกระสุน รวมถึงป้องกันยาเสพติดและสินค้าเถื่อน และเราประกาศล่วงหน้าเลยว่า หากพรรคภูมิใจไทยได้เป็นรัฐบาล เราจะมีทีมเศรษฐกิจและต่างประเทศระดับมือพระกาฬ อย่าง ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ, ศุภจี สุธรรมพันธุ์ และ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว มาร่วมเป็นรองนายกรัฐมนตรี” แกนนำพรรคภูมิใจไทยระบุ
ส่วนกรณีที่นักวิชาการวิจารณ์ว่ามีการวางตัว อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีทั้งที่การเลือกตั้งยังไม่เริ่ม เอกนัฏ กล่าวว่า นี่คือการประกาศจุดยืนที่โปร่งใสและชัดเจน เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจ ส่วนผลจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับประชาชนในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ นี้
ด้านการแข่งขันในพื้นที่ภาคใต้ที่ดุเดือด เอกนัฏ มองว่าเป็นเรื่องดีในระบอบประชาธิปไตยที่มีการแข่งขัน โดยพรรคพร้อมทำหน้าที่ให้ดีที่สุดไม่ว่าจะยากหรือง่าย


