วันนี้ (4 มีนาคม) ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าที่ ร.ต. ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในฐานะโฆษกสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง และครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ร่วมแถลงข่าวสรุปผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ทั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ รวมถึงผลการออกเสียงประชามติ พร้อมชี้แจงความคืบหน้าการจัดการข้อร้องเรียนและการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง
ว่าที่ ร.ต. ภาสกร เปิดเผยว่า กกต. ได้มีมติประกาศผลการเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเพิ่มเติมอีก 3 เขต ได้แก่ จังหวัดจันทบุรี เขต 1 และเขต 2 และจังหวัดพะเยา เขต 1 ทำให้ขณะนี้คงเหลือเพียงเขตเดียวที่ยังไม่ประกาศผล คือ จังหวัดสุพรรณบุรี เขต 2 เนื่องจากพบว่าการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ส่อไปในทางไม่สุจริต ซึ่งอาจเข้าข่ายการช่วยเหลือพรรคการเมืองหรือผู้สมัคร ซึ่ง กปน. ถือเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา หากกระทำผิดต้องรับโทษตามกฎหมาย
สำหรับภาพรวม สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จำนวน 399 ที่นั่ง มีรายละเอียดดังนี้ พรรคภูมิใจไทย 173 คน, พรรคประชาชน 88 คน, พรรคเพื่อไทย 58 คน, พรรคกล้าทำ 56 คน, พรรคประชาธิปัตย์ 10 คน, พรรคไทยรวมพลัง 5 คน, พรรคพลังประชารัฐ 4 คน, พรรคประชาชาติ 4 คน, พรรคไทยสร้างไทย 1 คน และพรรคโอกาสใหม่ 1 คน
สำหรับการคำนวณ สส. แบบบัญชีรายชื่อ มีคะแนนรวมทุกพรรคการเมืองที่ได้รับอยู่ที่ 35,350,579 คะแนน เมื่อหารด้วย 100 จะได้ค่าเฉลี่ยต่อ สส. 1 คน ที่ 353,505.79 คะแนน โดยสรุปจำนวน สส. บัญชีรายชื่อ 100 คน ดังนี้
- พรรคประชาชน 32 คน
- พรรคภูมิใจไทย 19 คน
- พรรคเพื่อไทย 16 คน
- พรรคประชาธิปัตย์ 11 คน
- พรรคเศรษฐกิจ 3 คน
- พรรครวมไทยสร้างชาติ, พรรคเพื่อชาติไทย, พรรคกล้าธรรม พรรคละ 2 คน
- พรรครวมใจไทย, ประชาชาติ, ใหม่, ไทยทรัพย์ทวี, ประชาธิปไตยใหม่, มิติใหม่, ไทยภักดี, ไทยสร้างไทย, รวมพลังประชาชน, เสรีรวมไทย, ทางเลือกใหม่, ไทยรวมพลัง และพลังประชารัฐ พรรคละ 1 คน
ในส่วนของการออกเสียงประชามติ มีผู้มาใช้สิทธิ 36,807,266 คน คิดเป็น 69.65% จากผู้มีสิทธิกว่า 52.9 ล้านคน ผลปรากฏว่า
- เห็นชอบ 21,621,638 คะแนน (58.64%)
- ไม่เห็นชอบ 11,241,653 คะแนน (30.49%)
- ไม่แสดงความคิดเห็น 3,074,330 คะแนน (8.34%)
- บัตรเสีย 932,583 ฉบับ (2.43%)
ด้าน ครรชิตแถลงเพิ่มเติมว่า ขณะนี้มีเรื่องร้องคัดค้านเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สส. จำนวน 246 เรื่อง และประชามติ 6 เรื่อง ซึ่ง กกต. จำเป็นต้องประกาศผลการเลือกตั้งไปก่อนเนื่องจากกรอบเวลา 10 วันตามกฎหมาย แต่กลุ่มภารกิจสืบสวนยังคงดำเนินการพิจารณาหลักฐานอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ยังมีความคืบหน้าคดีสำคัญ เช่น จังหวัดสมุทรปราการ กรณีนำเอกสารและวัสดุอุปกรณ์ลงคะแนนไปทิ้งบ่อขยะ กกต. ได้ให้ ผอ.กกต.จังหวัด แจ้งความร้องทุกข์เพื่อหาตัวผู้กระทำผิดแล้ว, จังหวัดเชียงราย ที่อำเภอพาน กรณีจับกุมการแจกเงินซื้อเสียง ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ตั้งคณะทำงานดำเนินคดีอาญาและสืบสวนตามระเบียบแล้ว
ครรชิตยังเปิดเผยอีกว่า ศาลฎีกาได้พิพากษาเพิกถอนสิทธิ 10 ปี กรณีผู้สมัครใช้คำนำหน้าวุฒิศาสตราจารย์โดยไม่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว
ทั้งนี้ กกต. ขอแจ้งให้ สส. แบบแบ่งเขต 3 ราย และ สส. แบบบัญชีรายชื่อทั้ง 100 ราย สามารถเดินทางมารับหนังสือรับรองผลการเลือกตั้งได้ในวันที่ 5 และ 6 มีนาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. ณ สำนักงาน กกต.


