วันนี้ (11 เมษายน) ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงภาพรวมและทิศทางการดำเนินมาตรการลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน โดยระบุว่า รัฐบาลได้เดินหน้าโครงการไทยช่วยไทย เพื่อส่งต่อสินค้าอุปโภคบริโภคในราคาประหยัดกว่า 3,000 รายการ กระจายจำหน่ายครอบคลุมทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง
ในระยะถัดไป กระทรวงพาณิชย์ได้รับการอนุมัติงบประมาณจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อเดินหน้าส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ทั่วประเทศที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ โดยมีเป้าหมายหลักในการยกระดับคุณภาพสินค้าให้ได้มาตรฐานและได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น เครื่องหมาย มอก. หรือ อย. เพื่อให้มีความพร้อมในการวางจำหน่ายผ่านเครือข่ายร้านค้าทั่วประเทศ
พร้อมกันนี้ กระทรวงพาณิชย์จะผลักดันการจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ โดยประสานความร่วมมือกับแพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อขอลดอัตราค่าธรรมเนียม (GP) และทางกระทรวงฯ จะช่วยสนับสนุนค่าขนส่งสินค้า นอกจากนี้ เพื่อเป็นการกระตุ้นยอดขาย รัฐบาลจะจัดทำคูปองส่วนลดแจกจ่ายให้กับประชาชนเพื่อจูงใจให้หันมาทดลองใช้สินค้าจาก SMEs มากขึ้น ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการตลาดร่วมกับกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ เพื่อสร้างการจดจำแบรนด์และขยายฐานตลาดอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับการดูแลประชาชนในพื้นที่ที่มีความต้องการพิเศษ ศุภจี ย้ำว่าจะมีการกระจายร้านธงฟ้าให้ครอบคลุมทั่วประเทศ รวมถึงการใช้กลยุทธ์รถพุ่มพวง เพื่อนำส่งสินค้าราคาประหยัดให้เข้าถึงประชาชนในพื้นที่ห่างไกล นอกจากนี้ กระทรวงฯ จะร่วมมือกับสถานศึกษาเพื่อส่งมอบอุปกรณ์การศึกษา ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ปกครอง
ในส่วนของการดูแลเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตรและสินค้าชุมชน กระทรวงพาณิชย์เตรียมจัดตั้งตลาดนัด 1,000 แห่ง โดยใช้พื้นที่ของส่วนราชการเป็นพื้นที่จำหน่าย พร้อมทั้งจะใช้กลไกของรัฐในการเข้าซื้อผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรในลักษณะการนำตลาด เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในหน่วยงานภาครัฐต่างๆ เช่น กระทรวงกลาโหม และกระทรวงยุติธรรม เพื่อป้องกันปัญหาสินค้าเกษตรราคาตกต่ำ
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยังได้กล่าวถึงการช่วยเหลือเกษตรกรผ่านโครงการปุ๋ยคนละครึ่ง ว่าได้มีการบูรณาการความร่วมมือกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในการออกสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง และร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการศึกษาความต้องการใช้ปุ๋ยที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ โดยให้สหกรณ์การเกษตรเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้แก่ชุมชน ขณะที่กระทรวงพาณิชย์จะรับหน้าที่เจรจากับผู้ประกอบการเพื่อนำแม่ปุ๋ยมาจำหน่ายในโครงการ เพื่อให้เกษตรกรได้ปุ๋ยที่ตรงกับความต้องการและมีคุณภาพ
สำหรับสถานการณ์ราคาปุ๋ยในปัจจุบัน แม้จะยังไม่มีผู้ประกอบการยื่นขอปรับขึ้นราคา แต่กระทรวงฯ ทราบดีถึงแนวโน้มต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้น จึงได้เตรียมมาตรการรับมือผ่านโครงการธงเขียว ซึ่งผ่านการอนุมัติจาก ครม. แล้ว โดยจะมีการเพิ่มปริมาณและงบประมาณการช่วยเหลือ
- เพิ่มวงเงินอุดหนุน: จากเดิม 200 บาทต่อกระสอบ (จำนวน 5 กระสอบ) ปรับเพิ่มเป็น 300 บาทต่อกระสอบ
- อุดหนุนเพิ่มเติม: หากมีความต้องการใช้สูงขึ้น จะอุดหนุนเพิ่มให้อีก 50 บาท
- สิทธิพิเศษสำหรับบัตรดินดี: เกษตรกรที่มีบัตรดินดี จะได้รับปุ๋ยเพิ่มอีก 1 กระสอบ พร้อมคูปองส่วนลดปุ๋ยอินทรีย์มูลค่า 250 บาท
ทั้งนี้ หากเกษตรกรเข้าร่วมโครงการครบถ้วนตามเงื่อนไข (มีสมุดทะเบียนเกษตรกรเล่มเขียว, บัตรดินดี และคูปอง) จะสามารถรับสิทธิประโยชน์ส่วนลดรวมได้สูงสุดถึง 2,100 บาท โดยกระทรวงพาณิชย์ยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการมาตรการทั้งหมดโดยทันที


