วันนี้ (1 มกราคม) ท่ามกลางบรรยากาศการเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ได้เผยแพร่ข้อมูลและคำแนะนำสุขภาพจิตที่น่าสนใจ เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความเหงาช่วงเทศกาล (Loneliness in Holiday) ซึ่งเป็นภาวะทางอารมณ์ที่มักเกิดขึ้นในช่วงเวลาแห่งความสุข แต่หลายคนกลับรู้สึกโดดเดี่ยว
กรมสุขภาพจิต เปิดเผยผลสำรวจที่น่าสนใจระบุว่า คนไทยถึงร้อยละ 83 เคยเผชิญกับความเหงา โดยกลุ่มประชากรที่พบว่ามีความเหงามากที่สุดคือ ชาวออฟฟิศในเขตเมือง ซึ่งสูงถึงร้อยละ 40.96 สะท้อนให้เห็นว่าแม้จะอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย แต่กลับขาดความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งทางใจ
สาเหตุหลักของความเหงา ในช่วงเทศกาล ข้อมูลระบุถึงปัจจัยสำคัญ 3 ประการที่กระตุ้นให้เกิดความรู้สึกดังกล่าว ได้แก่:
1. ช่องว่างของความคาดหวัง: ภาพความสุขที่ปรากฏบนโลกโซเชียลมีเดีย มักสวนทางกับความเป็นจริงที่ตนเองเผชิญ ทำให้เกิดการเปรียบเทียบ
2. ขาดความสัมพันธ์เชิงลึก: แม้จะมีผู้คนรายล้อม แต่กลับไม่มีที่พึ่งทางใจ ที่แท้จริง
3. ช่วงเปลี่ยนผ่านของชีวิต: เช่น การย้ายงาน การย้ายที่อยู่ หรือการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก ทำให้ความเงียบเหงาในช่วงเทศกาลชัดเจนยิ่งขึ้น
เพื่อก้าวผ่านความเหงาอย่างเข้าใจ กรมสุขภาพจิต ได้แนะนำแนวทางปฏิบัติ 5 ข้อ เพื่อดูแลใจตนเองและคนรอบข้าง ดังนี้:
1. เน้นคุณภาพ มากกว่าจำนวน: วางโทรศัพท์มือถือลง หันมาสนทนากับคนตรงหน้าและตั้งใจฟังกันอย่างแท้จริง
2. ฟังอย่างเข้าใจ: สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางใจให้กันและกัน เพียงแค่มีคนรับฟังอย่างเข้าใจ จะช่วยลดความเหงาลงได้ถึง 60%
3. ใจดีกับตัวเอง: ลดการเปรียบเทียบชีวิตตนเองกับผู้อื่นผ่านโซเชียลมีเดีย หาเวลาออกไปรับแสงแดด และพักผ่อนให้เพียงพอ
4. เติมคุณค่าด้วยการให้: การแบ่งปันหรือการทำกิจกรรมจิตอาสา จะช่วยให้รู้สึกมีคุณค่าและกลับมาเชื่อมโยงกับโลกภายนอกได้อีกครั้ง
5. เหงาได้… ก็ปรึกษาได้: หากความรู้สึกเหงาเริ่มส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน สามารถขอคำปรึกษาได้ที่ สายด่วนสุขภาพจิต 1323
ทั้งนี้ กรมสุขภาพจิตเน้นย้ำว่า ความเหงาไม่ใช่เรื่องส่วนตัวที่ต้องเก็บไว้เพียงลำพัง แต่มันคือสัญญาณเตือนที่บอกให้เราหันกลับมาดูแลจิตใจของตัวเองและใส่ใจคนรอบข้างให้มากขึ้น


