ดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชัน (Corruption perceptions Index: CPI) ประจำปี 2025 ของ Transparency International ระบุว่า ความพยายามต่อต้านคอร์รัปชันในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังไม่คืบหน้า ค่าเฉลี่ยภูมิภาคทรงตัวในระดับต่ำ ขณะที่ประเทศไทยทำคะแนนลดลงต่อเนื่องมาอยู่ที่ 33 คะแนน สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างด้านธรรมาภิบาล ระบบตรวจสอบ และความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจ
รายงานดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชัน (Corruption Perceptions Index: CPI) ประจำปี 2025 ซึ่งอ้างอิงข้อมูลของปี 2024 และเผยแพร่ช่วงต้นปี 2026 โดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International: TI) ระบุว่า ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังคงเผชิญภาวะ ‘ชะงักงัน’ ในการแก้ปัญหาคอร์รัปชัน โดยคะแนนเฉลี่ยของภูมิภาคอยู่ที่ 45 จาก 100 คะแนน สะท้อนว่าปัญหาการใช้อำนาจโดยมิชอบยังฝังรากลึกและไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังตลอดทศวรรษที่ผ่านมา
รายงานยังชี้ว่า มากกว่า 21 จาก 31 ประเทศในภูมิภาคได้คะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลกซึ่งลดลงมาอยู่ที่ 42 คะแนน นับเป็นการปรับลดครั้งแรกในรอบ 14 ปี สะท้อนแรงกดดันต่อความพยายามต่อต้านคอร์รัปชันในระดับโลก ท่ามกลางบริบทที่พื้นที่พลเมืองถูกจำกัด และกลไกตรวจสอบอำนาจอ่อนแอลงในหลายประเทศ
ในกลุ่มประเทศที่ได้คะแนนสูง สิงคโปร์ยังคงเป็นผู้นำของภูมิภาคด้วยคะแนน 84 คะแนน อยู่อันดับ 3 ของโลก ตามมาด้วยนิวซีแลนด์ 81 คะแนน และออสเตรเลีย 76 คะแนน ขณะที่ประเทศกำลังพัฒนาอย่างเวียดนามมีคะแนน 41 คะแนน สะท้อนแนวโน้มการปรับปรุงจากการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง ส่วนอินเดียได้ 39 คะแนน ยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยและไม่มีพัฒนาการชัดเจน

ไทยอยู่อันดับ 116 ของโลก
สำหรับประเทศไทย รายงาน CPI 2025 ระบุว่า คะแนนลดลงมาอยู่ที่ 33 จาก 100 คะแนน จัดอยู่อันดับที่ 116 ของโลก ลดลงทั้งในแง่คะแนนและอันดับเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และเป็นแนวโน้มขาลงต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2012 โดยปัจจัยสำคัญมาจากความกังวลของภาคธุรกิจและนักลงทุนต่อความโปร่งใสในการใช้งบประมาณภาครัฐ ประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐ และการบังคับใช้กฎหมายด้านการทุจริตที่ยังไม่เข้มแข็ง

รายงานระบุว่า ดัชนีที่เกี่ยวข้องกับขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะข้อมูลจาก IMD World Competitiveness Yearbook สะท้อนชัดว่า การทุจริตและความไม่มีประสิทธิภาพของระบบราชการเป็นอุปสรรคต่อการลงทุนและการเติบโตทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน ความเชื่อมั่นต่อองค์กรอิสระและกระบวนการยุติธรรมยังอยู่ในระดับต่ำ จากความกังวลเรื่องการแทรกแซงทางการเมืองและการขาดกลไกตรวจสอบที่เป็นอิสระ
TI ยังชี้ว่า โครงสร้างทางสังคมอย่างระบบอุปถัมภ์และการเล่นพรรคเล่นพวกยังคงเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ฉุดรั้งความคืบหน้าในการต่อต้านคอร์รัปชัน ประกอบกับการจำกัดพื้นที่พลเมืองและบทบาทของภาคประชาชน ซึ่งทำให้กลไกถ่วงดุลอำนาจทำงานได้อย่างจำกัด
พร้อมกันนี้ TI ได้เสนอข้อแนะเชิงนโยบายให้ประเทศไทยและประเทศในภูมิภาคมุ่งเสริมสร้างความเป็นอิสระของระบบยุติธรรม เปิดพื้นที่พลเมือง ปกป้องเสรีภาพในการแสดงออก และยกระดับความโปร่งใสในการใช้งบประมาณภาครัฐ โดยเน้นว่าหัวใจสำคัญของการแก้ปัญหาคอร์รัปชันอย่างยั่งยืน คือการสร้าง ‘ระบบตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจทางประชาธิปไตย’ ที่เข้มแข็ง และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง
ภาพ: Motortion/Getty Imagesม, Bohemian Nomad Picturemakers/Getty Images
อ้างอิง:


