ความคืบหน้า ‘โผครม.อนุทิน 2’ ที่ขณะนี้ว่าที่รัฐมนตรีที่มีชื่อได้รับการพิจารณาเสนอแต่งตั้ง พร้อมตรวจสอบคุณสมบัติ โดยไทม์ไลน์หลังจากนี้ เตรียมนำรายชื่อรัฐมนตรีทั้งหมดขึ้นทูลเกล้าฯ
เอกชนโดย ส.อ.ท.มองว่า ครม.อนุทิน 2 ได้หัวหน้าทีมเดิมคือจุดแข็ง พร้อมเตือนโจทย์ใหญ่เศรษฐกิจรอเพียบ ทั้งสงครามดันน้ำมันพุ่ง โลจิสติกส์ป่วน ของแพง ฉุดค่าครองชีพ แนะเร่งประสานทั้งองคาพยพด้านเศรษฐกิจก่อน GDP สะดุด
วันที่ 25 มี.ค. เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) มองว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุทิน 2 มีข้อดีก็คือทีมเศรษฐกิจหลัก ยังเป็นชุดเดิม โดยเฉพาะหัวหน้าทีมอย่าง เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงพาณิชย์ก็ยังได้ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ กลับมารับตำแหน่งเหมือนเดิม
ส่วนกระทรวงที่มีการเปลี่ยนแปลง ก็คือตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานจากเดิมที่เป็นโควตาบุคคลภายนอก มาสู่โควตาตามพรรคการเมือง รวมถึงกระทรวงอุตสาหกรรมที่มีการเปลี่ยนแปลงก็ยังเป็นไปตามโควตาพรรคการเมืองตามเดิม
“สิ่งที่ภาคเอกชนต้องการมาตลอดก็คือทีม ครม.เศรษฐกิจ ที่เป็นมืออาชีพ ทั้งหมดหรือ Full Team แต่ในความเป็นจริงมีข้อจำกัดจากการจัดสรร โควตาของพรรคการเมืองหลายพรรคที่มารวมตัวกัน”
ดังนั้น จากนี้ก็คงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในเรื่องของการทำงาน โดยทุกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงเศรษฐกิจจะต้องทำงานแบบเต็มที่ เพื่อให้ฟันฝ่าปัญหาและอุปสรรคที่เผชิญอยู่ไปให้ได้ ทั้งด้านวิกฤตพลังงาน และการแก้ปัญหาของที่ขาด ของแพง
ทั้งนี้ ค่าครองชีพที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น เป็นหนึ่งปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยปัจจุบันถือว่าอยู่ในสถานการณ์ที่ ‘หนักหน่วง’ กว่าไตรมาส 4 ของปีที่ผ่านมาที่รัฐบาลอนุทินเข้ามาครั้งแรก ซึ่งมาทำงานช่วยฉุดเศรษฐกิจไทยไม่ให้ติดหล่มในไตรมาสดังกล่าวได้สำเร็จ
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เวลานี้ถือว่าวิกฤต และมีความท้าทาย เพิ่มมากขึ้นจากสงครามตะวันออกกลาง ซึ่งทำให้เกิดวิกฤตการณ์ทางด้านพลังงาน ทำให้ขาดทั้งน้ำมันที่ไม่เพียงพอในสถานีบริการน้ำมัน
อีกทั้งราคาน้ำมันก็แพงขึ้น สร้างภาระให้กับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และผู้ประกอบการที่มีต้นทุนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งรัฐบาลส่งสัญญาณให้ราคาน้ำมันเป็นไปตามกลไกตลาดโลก
นอกจากนี้ ผลกระทบจากสงครามยังส่งผลต่อราคาวัตถุดิบ ค่าขนส่ง และปัญหาด้านโลจิสติกส์ การขาดแคลนเรือ ซึ่งทำให้ต้นทุนของผู้ประกอบการพุ่งสูงขึ้น
“เอกชนเคยให้ความเห็นไปตั้งแต่ช่วงที่ผ่านมาแล้วเกี่ยวกับ ครม. ว่าต้องการผู้ที่ ‘ตรงปก’ เข้ามาทำงาน แต่กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นก็เข้าใจได้ว่า มีข้อจำกัดจากการรวมพรรคการเมืองเข้ามาจัดตั้งรัฐบาล และต้องมีการจัดสรรโควตาให้ลงตัว แต่ข้อดีก็คือยังได้หัวหน้าทีมเดิม ซึ่งเคยมีประสบการณ์ และเข้าใจปัญหาได้ทำงานต่อเนื่อง”
อย่างไรก็ดี ข้อสำคัญก็คือ ต้องให้ทุกกระทรวงที่อยู่ในทีมเศรษฐกิจทำงานร่วมกันแบบสอดประสานไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างทำงาน เพราะมีนโยบายที่เป็นลักษณะต่างพรรคกัน ซึ่งจะทำให้การฟันฝ่าอุปสรรคครั้งนี้เป็นไปได้ลำบากมากขึ้น
ภาพ: ฐานิส สุดโต /THE STANDARD , hxdbzxy / Shutterstock

