ความคืบหน้าล่าสุดของคดีเกี่ยวกับบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งที่อยู่ในการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ วันนี้ (1 เมษายน) ศาลรัฐธรรมนูญได้ประชุมปรึกษาคดีที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน ในฐานะผู้ร้อง ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 (เรื่องพิจารณาที่ ต. 30/2568)
ประเด็นสำคัญ
ตามที่ผู้ร้องกล่าวอ้างว่า ผู้ร้องได้รับเรื่องร้องเรียน จำนวน 21 คำร้อง ขอให้พิจารณายื่นคำร้อง พร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และคณะ ดำเนินการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569
โดยกำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้บาร์โค้ด และ QR Code ซึ่งน่าเชื่อได้ว่าสามารถสืบทราบและตรวจสอบตัวตนผู้ลงคะแนนรวมถึงผลการลงคะแนนได้ ทำให้การออกเสียงลงคะแนนมิได้เป็นไปโดยลับ
ตีตกข้อเสนอ ‘ชะลอการประชุมสภาฯ’ ก่อนพิจารณา
ต่อมา ภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ‘ทนายอั๋น บุรีรัมย์’ ผู้ร้องเรียนที่ 18 ต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ผู้ร้อง ยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 18 มีนาคม 2569 ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวก่อนการวินิจฉัย โดยให้ ‘ยุติหรือชะลอการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรก’
ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาโดยการอภิปรายแล้วเห็นว่า ภัทรพงศ์ ศุภักษร ไม่ใช่ผู้ร้อง ในคดีนี้ คำร้องดังกล่าวมีลักษณะเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน ผู้ร้อง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 55 ซึ่งจะกระทำโดยผู้ร้องเท่านั้น
ศาลรัฐธรรมนูญจึงมีมติเป็นเอกฉันท์มีคำสั่งไม่รับคำร้องดังกล่าว
นอกจากนั้น ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาเห็นว่า ยังไม่มีเหตุป้องกันความเสียหายหรือความรุนแรงอันใกล้จะถึง จึงไม่เป็นกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะกำหนดมาตรการหรือวิธีการใดๆ เป็นการชั่วคราว ก่อนการวินิจฉัยตาม พ.ร.ป. ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 71
กล่าวคือ คำร้องของภัทรพงษ์ที่ให้ ‘ยุติหรือชะลอการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรก’ เพื่อเป็นมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวก่อนการวินิจฉัย เป็นอันตกไป
อย่างไรก็ตาม การประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรก มีขึ้นในวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา เป็นวาระเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภาฯ คนใหม่
ประธานศาล รธน. ชี้ รอหลักฐานทั้ง 2 ฝ่าย มองระยะเวลาทำคดีไม่ควรเกิน 1 ปี
ก่อนหน้านี้ นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า สำหรับคดี ‘บาร์โค้ด’ บนบัตรเลือกตั้งดังกล่าว ต้องรอหลักฐานจากผู้ร้องและผู้ถูกร้องส่งมาที่ศาลเสียก่อน โดยศาลอาจเรียกหลักฐานเพิ่มเติมได้ ส่วนจะต้องเปิดให้มีการไต่สวนหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของหลักฐาน
ขณะที่ผลของการเลือกตั้งจำลองโดยภาคประชาชนเพื่อพิสูจน์การตรวจสอบย้อนกลับผลการเลือกตั้งผ่านบาร์โค้ดนั้น ประธานศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่า เป็นข้อเท็จจริงที่อยู่นอกศาล ยังไม่ได้มาสู่กระบวนการพิจารณาคดี ซึ่งเป็นวิสัยของผู้ร้องที่จะสามารถส่งหลักฐานมาได้
ทั้งนี้ นครินทร์ยังได้กล่าวถึงกรอบการพิจารณาคดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งว่า ยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะใช้เวลาเท่าไร แต่ตามปกติไม่ควรเกิน 1 ปี และคดีที่ผ่านมา เคยมีการพิจารณายาวที่สุดอยู่ที่ 11 เดือน ซึ่งไม่ควรจะเกินไปกว่านั้น
เกาะติดความเคลื่อนไหว หลัง เลือกตั้ง 2569 : อัปเดตข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ และ ผลการเลือกตั้ง 2569
https://thestandard.co/election2569/


