×

ซีไอเอ็มบี ไทย เผยคนไทย 2.09 แสนคน ถือหุ้นกู้เฉลี่ย 7.27 ล้านบาท มูลค่ารวม 1.52 ล้านล้านบาท หวังลดเงินลงทุนขั้นต่ำให้คนทั่วไปลงทุนง่ายขึ้น

19.02.2026
  • LOADING...
ซีไอเอ็มบี ไทย เผยข้อมูลคนไทยถือหุ้นกู้ และแผนลดเงินลงทุนขั้นต่ำ

ซีไอเอ็มบี ไทย หวังลดเงินลงทุนขั้นต่ำสำหรับหุ้นกู้ตลาดรองต่อเนื่อง จากปัจจุบัน 50,000 บาท เชื่อความต้องการลงทุนหุ้นกู้ไม่ลดลง แม้ดอกเบี้ยลดลง

 

ภูดินันท์ เศรษฐนันท์ Head Affluent & Wealth Management ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดตราสารหนี้ไทย ณ สิ้นปี 2025 มีมูลค่าคงค้างรวม 17.91 ล้านล้านบาท เติบโตขึ้น 4.67% โดยแรงขับเคลื่อนหลักมาจากกลุ่มพันธบัตรรัฐบาล ในขณะที่สัดส่วนของหุ้นกู้ภาคเอกชนปรับตัวลดลง เนื่องจากนักลงทุนยังมีความกังวลต่อความเสี่ยงในการยืดเวลาชำระคืนหนี้และการผิดนัดชำระหนี้ (Default)

 

อย่างไรก็ตาม เริ่มเห็นสัญญาณเชิงบวกในตลาดตราสารหนี้ หลังจากจำนวนบริษัทที่ถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ (Downgrade) ลดลงจาก 47 ราย เหลือเพียง 34 ราย สะท้อนให้เห็นว่าความตึงเครียดด้านเครดิตกำลังค่อยๆ คลี่คลายลง

 

เจาะพอร์ตคนไทย 2 แสนราย กอดหุ้นกู้เฉลี่ย 7 ล้านบาท

 

เมื่อเจาะลึกตลาดหุ้นกู้เอกชนที่มีมูลค่าคงค้างรวม 4.22 ล้านล้านบาท พบข้อมูลที่น่าสนใจว่า สัดส่วนที่เป็นของลูกค้าบุคคล (Retail) มีมูลค่าสูงถึง 1.52 ล้านล้านบาท จากจำนวนนักลงทุนรายย่อยราว 2.09 แสนราย หรือคิดเป็นการถือครองหุ้นกู้เฉลี่ยที่ 7.27 ล้านบาทต่อคน โดยสัดส่วนกว่า 80% ของนักลงทุนกลุ่มนี้เป็นผู้ที่มีอายุ 41 ปีขึ้นไป

 

ทั้งนี้ จากมูลค่าคงค้างหุ้นกู้เอกชนทั้งหมด พบว่ามีมูลค่าสูงถึง 1.9 ล้านล้านบาท ที่ยังคงอยู่ในรูปแบบของ ‘ใบหุ้นกู้’ (Physical Certificate) ซึ่งผู้ถือครองส่วนใหญ่ก็คือนักลงทุนบุคคลทั่วไป

 

อย่างไรก็ตาม ภูดินันท์ยอมรับว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมยังทำงานหนักไม่พอ และประสิทธิภาพในการเข้าถึงการลงทุนหุ้นกู้ของนักลงทุนรายย่อยยังไม่ดีเท่าที่ควร เนื่องจากข้อจำกัดด้านเงินลงทุนขั้นต่ำในตลาดแรกที่มักสูงถึง 100,000 บาท ทำให้บุคคลทั่วไปเข้าถึงได้ยาก ยกเว้นแพลตฟอร์มดิจิทัลบางแห่งที่เริ่มต้นหลักพันบาท ซึ่งหากทุกฝ่ายช่วยกันลดต้นทุนและออกหุ้นกู้หน่วยย่อยลง จะช่วยให้คนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น

 

“สำหรับซีไอเอ็มบี ไทย ปัจจุบันเราเปิดให้ลูกค้าซื้อขายหุ้นกู้ในตลาดรองผ่านแอปพลิเคชัน ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 50,000 บาท แต่เรามีความตั้งใจที่จะปรับลดเพดานเงินลงทุนขั้นต่ำลงไปอีกเรื่อยๆ เพื่อเปิดโอกาสให้คนทั่วไปเข้าถึงได้ง่ายที่สุด” ภูดินันท์กล่าว

 

ทั้งนี้ ภาพรวมบรรยากาศการลงทุนเริ่มผ่อนคลายมากขึ้นหลังจากปัจจัยการเมืองมีความชัดเจน และตลาดหุ้นเริ่มกลับมาสดใส โดยเชื่อว่าจำนวนบริษัทที่ถูก Downgrade ในปี 2026 จะลดลงต่อเนื่องจากปี 2025 การผิดนัดชำระหนี้จะชะลอตัวลง ความตื่นตระหนกของนักลงทุนจะน้อยลง ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่า ดีมานด์ความต้องการหุ้นกู้เอกชนไม่ได้หายไปไหน แม้จะอยู่ในช่วงที่ทิศทางดอกเบี้ยปรับตัวลดลงก็ตาม

 

สำหรับภาพรวมการออกหุ้นกู้ใหม่ในปี 2025 อยู่ที่ราว 8.8 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่ปรับลดลงต่อเนื่องจากระดับ 1.26 ล้านล้านบาทในปี 2022 สะท้อนถึงความต้องการกู้ยืมของภาคธุรกิจที่ชะลอตัวลง สอดคล้องกับภาพรวมของสินเชื่อธนาคารที่ลดลงเช่นกัน โดยประเมินว่าในปี 2026 ยอดการออกหุ้นกู้ใหม่จะทรงตัวอยู่ในกรอบ 8.8-9 แสนล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการออกหุ้นกู้เพื่อทดแทนรุ่นเดิมที่ครบกำหนด (Rollover) เป็นหลัก และเชื่อว่าหากเศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวอย่างชัดเจน การออกหุ้นกู้ใหม่เพื่อลงทุนเพิ่มก็จะกลับมาคึกคักอีกครั้ง

 

นอกจากนี้ ทิศทางดอกเบี้ยที่เป็นขาลงยังช่วยหนุนให้ผลตอบแทน (Yield) ของตราสารหนี้มีความโดดเด่น โดยเฉพาะพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวที่ให้ผลตอบแทนแตะระดับ 7% ในปีที่ผ่านมา ขณะที่ทิศทางนโยบายการเงินในปีนี้ คาดว่าน่าจะเห็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกอย่างน้อย 1 ครั้ง ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนความน่าสนใจของตลาดตราสารหนี้ โดยนักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงเน้นจัดสรรเงินไปที่หุ้นกู้เรตติ้งระดับ A ขึ้นไป เพื่อความปลอดภัย

 

ตั้งเป้า Wealth แตะ 1 ล้านล้านบาท เล็งหั่นขั้นต่ำซื้อหุ้นกู้ตลาดรอง

 

ภูดินันท์กล่าวต่อว่า ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ตั้งเป้าหมายก้าวร้าวในการผลักดันสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ (Wealth Under Management: WUM) ให้เติบโต 3 เท่าภายใน 5 ปีข้างหน้า หรือต้องเติบโตเฉลี่ยถึง 50% ต่อปี เพื่อดันพอร์ตจากระดับเกือบ 3 แสนล้านบาท ทะยานสู่ระดับเกือบ 1 ล้านล้านบาท

 

ปัจจุบัน ลูกค้ากลุ่ม Wealth ของ CIMB มีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นกู้สูงถึง 60% ของพอร์ต โดยธนาคารมีความถนัดและมุ่งเน้นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงระดับกลางถึงต่ำ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มนักลงทุนที่ต้องการให้พอร์ตเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยเซกเมนต์หลักในตลาดหุ้นกู้ขนาดใหญ่ยังคงเป็นกลุ่มพลังงาน (Energy) และหลังจากนี้ธนาคารจะมุ่งเน้นเพิ่มการนำเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนในต่างประเทศ (Offshore) ให้มากขึ้น

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising