วันนี้ (8 มกราคม) เวลา 08.00 น. ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ พร้อมด้วย รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ นำทีมผู้บริหารและผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ อาทิ ชุติกาญจน์ สุวรรณโคตร รองโฆษกพรรครักชาติ และฐิติพัฒณ์ จันทร์แก้ว ผู้สมัคร สส. กทม. เขต 13 พร้อมด้วย อิสระพงศ์ เจริญวรายุทธ ผู้สมัคร สส. เชียงใหม่ เขต 1 เบอร์ 11 ลงพื้นที่จัดกิจกรรม ‘รักชาติเริ่มที่การรับฟัง’ ณ สวนสาธารณะหนองบวกหาด ถนนอารักษ์ ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยแกนนำสวมใส่ชุดพื้นเมือง (เสื้อม่อฮ่อม) นั่งล้อมวงพูดคุยกับกลุ่มเยาวชนและประชาชนอย่างเป็นกันเอง
ชัยวุฒิได้เน้นย้ำถึงจุดยืนของพรรค ว่า คำว่า รักชาติ ต้องไม่ใช่เพียงวาทกรรมที่สวยหรู แต่ต้องเกิดจากการลงมือทำเพื่อให้ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้น
“มันแปลกที่การกระทำบางอย่างไม่ได้ทำเพื่อประชาชน และไม่ได้ทำเพราะรักชาติจริงๆ เราอยากให้คำว่า รักชาติ เป็นมากกว่าคำพูด แต่อยากให้ทุกคนมาร่วมพลังกันสร้างสิ่งดีๆ ให้การเมืองไทย” ชัยวุฒิกล่าว
ส่วนด้านนโยบาย ชัยวุฒิระบุว่า สิ่งที่พรรคให้ความสำคัญที่สุด คือ ปัญหาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการช่วยเหลือคนตัวเล็กและผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) เราอยากผลักดันให้ธนาคารของรัฐมีบทบาทในการปล่อยกู้เพื่อเข้าช่วยเหลือพี่น้องประชาชน กระตุ้นเศรษฐกิจ และทำให้ธุรกิจรายย่อยสามารถยืนหยัดได้อย่างเข้มแข็ง
ขณะ รศ.ดร.เจษฎ์ ได้ตั้งคำถามชวนคิดกับน้องๆ นักศึกษาและเยาวชนที่มาร่วมฟังว่า นโยบายการศึกษาที่หลายคนใฝ่ฝัน คือ การเรียนฟรีตั้งแต่อนุบาลจนจบปริญญาตรีนั้น แต่งบประมาณที่จะนำมาใช้นั้นควรมีที่มาอย่างไร ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้คนรุ่นใหม่ตระหนักถึงโครงสร้างงบประมาณและความเป็นไปได้จริงของนโยบายรัฐ รวมถึงได้หยิบยกเรื่องราวช่องว่างระหว่างวัยมาเปรียบเทียบอย่างน่าสนใจ โดยระบุว่า คนยุค Baby Boomer เติบโตมาในช่วงเวลาที่เห็นมนุษย์ไปลงดวงจันทร์และรู้สึกว่าเป็นเรื่องมหัศจรรย์และยิ่งใหญ่ที่สุด แต่หากเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นในวันนี้ หรือหากประเทศไทยทำได้ คนรุ่นใหม่อาจจะรู้สึกเฉยๆ
“เราไม่รู้หรอกว่าในวันเวลานั้นของเขา (คนรุ่นเก่า) เป็นอย่างไร แต่สิ่งสำคัญคือคนรุ่นใหม่คืออนาคตของบ้านเมือง และการเปลี่ยนแปลงต้องผ่านการเลือกตั้ง หากเรามองว่าคนเยอะไม่ดี เราจะเปลี่ยนเขาได้อย่างไร มันก็ต้องผ่านกระบวนการคัดเลือก” รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าว
ด้าน ฐิติพัฒณ์ ซึ่งเป็นคนเชียงใหม่ ได้ร่วมแชร์ประสบการณ์ส่วนตัวที่สะท้อนปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านโอกาสระหว่างเมืองหลวงและต่างจังหวัดว่า ตนเองเติบโตที่เชียงใหม่ มีความฝันอยากเป็นศิลปินนักแสดงตั้งแต่เด็ก แต่ในอดีตเชียงใหม่ขาดแคลนสถาบันสอนการแสดงที่มีคุณภาพและครบวงจรเมื่อเทียบกับกรุงเทพฯทำให้ต้องดิ้นรนขวนขวายหาทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อตามหาความรู้และทำตามความฝัน
สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่า เด็กต่างจังหวัดต้องเสียโอกาสหรือต้องจากบ้านเกิดเพียงเพราะความไม่พร้อมของโครงสร้างพื้นฐานด้านการศึกษาและอาชีพในท้องถิ่น ซึ่งเป็นสิ่งที่พรรครักชาติต้องการเข้ามาแก้ไข
ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวได้รับความสนใจจากประชาชนที่มาออกกำลังกายและเยาวชนในพื้นที่สวนสาธารณะหนองบวกหาดเป็นจำนวนมาก โดยเยาวชนบางส่วน ร่วมสะท้อนมุมมองและปัญหาด้านตลาดแรงงานที่ไม่เพียงพอรองรับเด็กจบใหม่ จึงอยากให้ภาครัฐมีมาตรการแก้ไข


