×

ไม่หวั่นวิกฤต เซ็นทรัลพัฒนา ลุยปั้น ‘เซ็นทรัล รังสิต’ 750 ไร่ คาดเปิดเฟสแรกใน 5 ปี ชี้เป็นมิกซ์ยูสใหญ่ ยังไม่มีใครเคยทำใหญ่ขนาดนี้มาก่อน

26.03.2026
  • LOADING...
ภาพผู้บริหาร เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ในวงกลม พร้อมข้อความ ‘CPN ปั้น เซ็นทรัล รังสิต 750 ไร่ เปิดเฟสแรกใน 5 ปี’

มาแน่ ‘เซ็นทรัล รังสิต’ มิกซ์ยูสที่ใหญ่ที่สุดบนพื้นที่ใหญ่กว่า 750 ไร่ ‘เซ็นทรัลพัฒนา’ คาดจะได้เห็นเฟสแรกภายใน 5 ปีนี้ ก่อนที่จะเผยว่ายังไม่มีผู้ประกอบการรายไหนทำโครงการใหญ่ขนาดนี้ในไทยมาก่อน และไม่ว่าจะเกิดวิกฤตหนักแค่ไหน ก็จะไม่หยุดลงทุนและทุกการลงทุนจะมีการพิจารณาอย่างรอบด้าน

 

วัลยา จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ของ ‘เซ็นทรัลพัฒนา’ ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นยังไง ยังเดินหน้าลงทุนตามแผน 5 ปี (ระหว่างปี 2569-2573) ด้วยงบมูลค่า 1.1 แสนล้านบาท และคาดว่าจะมีโครงการมิกซ์ยูสเพิ่มขึ้นเป็น 33 โครงการภายในปี 2573 โดยมีเป้าหมายสร้างย่าน สร้างเมืองและอนาคตให้กับประเทศไทย แต่ทุกๆ โครงการจะปรับให้เหมาะสมตามภาวะเศรษฐกิจ

 

เริ่มจากโครงการใหม่ย่านรังสิต ซึ่งเป็นโปรเจกต์ใหญ่ที่สุดของเซ็นทรัลพัฒนา โดยตั้งอยู่บนที่ดินขนาดใหญ่ 750 ไร่ ติดถนนพหลโยธิน ทางด่วนโทลล์เวย์และมอเตอร์เวย์ M6 (บางปะอิน-โคราช) ใกล้รถไฟฟ้าสายสีแดง (รังสิต-ธรรมศาสตร์) และมหาวิทยาลัย

 

“เฉพาะโครงการนี้อยู่ระหว่างการวางแผน เนื่องจากเป็นโครงการที่มีขนาดใหญ่และซับซ้อน คาดว่าจะได้เห็นความชัดเจนในเฟสแรกภายใน 5 ปี โดยจะใช้งบลงทุนบางส่วนจากวงเงินรวม 1.1 แสนล้านบาท และ โครงการดังกล่าวไม่ได้มีเพียงศูนย์การค้า แต่มีเป้าหมายพัฒนาเป็นเมืองที่มีระบบนิเวศทางธุรกิจครบวงจร ซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยได้ในขณะนี้” แม่ทัพ CPN ระบุ

 

ตามด้วยโครงการมิกซ์ยูส เซ็นทรัล จีอาร์โนน์ โดยชื่อดังกล่าวถูกตั้งเป็นชื่อย่านทั้งหมดบนที่ดิน 73 ไร่ มีพื้นที่ทั้งโครงการรวม (GBA) 1.1 ล้าน ตร.ม. ซึ่งจะประกอบด้วยศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 9, และอาคารออฟฟิศ 3 อาคาร ได้แก่ G Tower, R House (ตึก Unilever House เดิม) และ The Ninth Tower โดยมีเป้าหมายสร้างให้เป็นศูนย์กลางของธุรกิจและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ

 

ชนวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล President, Retail and Development บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวต่อว่า ในเฟสแรก จะพลิกโฉมเซ็นทรัล พระราม 9 และขยายพื้นที่รีเทล โดยมีกำหนดทยอยเปิดให้บริการในช่วงต้นปี 2571 และในเฟสต่อๆ ไปมีแผนพัฒนา Residence และองค์ประกอบอื่น เพื่อผลักดันย่านพระราม 9 เป็น The Future District

 

นอกจากนี้ ยังเตรียมพลิกโฉม เซ็นทรัล ลาดพร้าว ควบคู่กับการพัฒนา เดอะ เซ็นทรัล พหลโยธิน เพื่อยกระดับทั้งย่านให้เป็น ecosystem เดียวกัน โดยเมื่อนับรวมทั้งสองโครงการรวมกันจะมีขนาดที่ดิน 96 ไร่ และพื้นที่รวม (GBA) 7.7 แสน ตร.ม. เกือบเท่าเซ็นทรัลเวิลด์ ขณะที่ เดอะ เซ็นทรัล จะเป็นรีเทลที่รวม Flagship Store และ New Retail Experience ที่ใหญ่และใหม่ที่สุดในกรุงเทพฯ ส่วน เซ็นทรัล ลาดพร้าวจะต่อยอดจากฐานลูกค้ากลุ่ม Wealth ที่กำลังโตต่อเนื่อง

 

สำหรับมิกซ์ยูสใหม่ที่เตรียมเปิดกลางปี 2569 ประกอบด้วย เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ ที่ได้พัฒนาใหม่จากศูนย์การค้าเดิม บนที่ดิน 59 ไร่ พื้นที่รวม (GBA) 2.1 แสนตารางเมตร จะเปิดให้บริการในเดือน ก.ค. 69 นี้ ตามด้วย เซ็นทรัลขอนแก่น แคมปัส บนพื้นที่ 30 ไร่ ขนาดพื้นที่รวม (GBA) 6.2 หมื่น ตร.ม. และ GO. Hotel แห่งแรกของภาคอีสาน เตรียมเปิดให้บริการในวันที่ 20 พ.ค. 69 นี้

 

เช่นเดียวกับ เซ็นทรัล บางนา โครงการมิกซ์ยูสบนที่ดิน 50 ไร่ พื้นที่รวม 3 แสนตารางเมตร (GBA) ในโดยศูนย์การค้าโฉมใหม่เตรียมเปิดตัวในไตรมาส 4 ปี 69 และ เซ็นทรัลเชียงใหม่ แอร์พอร์ต อยู่บนพื้นที่ 130 ไร่ ขนาดพื้นที่รวม (GBA) 1.73 แสน ตร.ม. หลังจากเปิดให้บริการแบรนด์ใหญ่ สามารถดึงดูดทราฟฟิกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วน เซ็นทรัล ภูเก็ต บนที่ดิน 110 ไร่ พื้นที่รวม (GBA) 5 แสน ตร.ม. เพื่อพัฒนาเป็นหนึ่งใน The World’s Luxury Destination นอกกรุงเทพฯ

 

ส่วนธุรกิจอาคารสำนักงานให้เช่า ปัจจุบันยังรักษาอัตราให้เช่ามากถึง 90% สะท้อนให้เห็นว่า บริษัทใหญ่ๆ ยังเลือกเช่าในพื้นที่ของเซ็นทรัลพัฒนา และมีผู้เช่าใหม่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะมีการรีโนเวตให้ทันสมัยให้สอดรับกับเทรนด์การทำงานใหม่ๆ ส่วนธุรกิจโรงแรม มีหลายเซกเมนต์ และด้วยจุดแข็งของทำเล ทำให้สามารถดึงดูดได้ทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวได้เพิ่มขึ้นทุกปี

 

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา เซ็นทรัลพัฒนา ได้ขยายธุรกิจไปทั่วประเทศ ปัจจุบันมีโครงการรวมทั้งสิ้น 142 โครงการ ประกอบด้วย 45 ศูนย์การค้า, 16 คอมมูนิตี้มอลล์, 11 อาคารสำนักงาน, 17 โรงแรม และ 53 โครงการที่อยู่อาศัย โดยรวมแล้วมียอดผู้มาใช้บริการกว่า 510 ล้านคนต่อปี หรือเฉลี่ย 1.5 ล้านคนต่อวัน และ นักท่องเที่ยวอีก 70 ล้าน Visits ต่อปี

 

ขณะที่ร้านค้าก็มียอดขายเติบโตต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งได้รับแรงหนุนจากการสร้างแพลตฟอร์มช่วยร้านค้าให้เข้าใจลูกค้าผ่าน The 1 ที่มีสมาชิกมากกว่า 23 ล้านราย และลูกค้ากลุ่ม The 1 Exclusive ซึ่งมีการใช้จ่ายสูงกว่าลูกค้าทั่วไปถึง 35 เท่า

 

ผู้สื่อข่าวสอบถามต่อไปว่า สถานการณ์โลกไม่แน่นอน ทำไมบริษัทยังกล้าลงทุนมหาศาล วัลยา อธิบายว่า ทุกการลงทุนบริษัทจะพิจารณาอย่างรอบด้าน ทั้งศักยภาพของทำเล ประกอบกับข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภค รวมถึงติดตามทั้งสถานการณ์ในประเทศและต่างประเทศควบคู่กันไป เพื่อให้มั่นใจว่าตลาดมีความพร้อม

 

และในช่วงนี้ บริษัทยังไม่เห็นผลกระทบโดยตรงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง มองว่ากำลังซื้อของผู้บริโภคยังคงมีอยู่ สะท้อนจากยอดขายไตรมาส 1 ที่เติบโตขึ้น จึงมองว่ายังไม่จำเป็นต้องกังวลกับประเด็นสงครามมากนัก เนื่องจากที่ผ่านมาประเทศไทยเคยเจอวิกฤตมาแล้วหลายครั้ง

 

สุดท้ายแล้ว CPN เชื่อว่าจะสามารถผ่านทุกวิกฤตไปได้ ด้วยวินัยทางการเงินที่แข็งแกร่ง ทำให้เมื่อมีโอกาสเกิดขึ้น ก็พร้อมเดินหน้าลงทุนเพื่อรองรับการเติบโตได้ตลอด แต่ถ้าหากความขัดแย้งยืดเยื้อและกระทบต่อยอดขาย บริษัทก็พร้อมปรับกลยุทธ์เพื่อกระตุ้นยอดขาย ขณะเดียวกันภาครัฐก็มีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นกำลังซื้อด้วยเช่นกัน

 

ภาพ: ชาวรังสิตเตรียมตัว!

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories