ภาพของเด็กน้อยคนหนึ่งตัวไม่สูงใหญ่ได้รับการเปลี่ยนตัวลงแทน เลนนาร์ต คาร์ล Wünderkind ของวงการฟุตบอลเยอรมันในช่วงท้ายเกมของนัดอุ่นเครื่องเกมที่บาเยิร์น มิวนิค ไล่ถล่มเรดบูล ซาลส์บวร์ก คู่แข่งจากออสเตรียขาดลอยถึง 5-0 สร้างความฮือฮาในหมู่แฟนฟุตบอลชาวไทยได้ไม่น้อย
เพราะไอ้หนูคนดังกล่าวคือ ไมคอน คาร์โดโซ (Maycon Cardozo) เด็กน้อยที่แฟนบอลชาวไทยเห็นกันมาแต่อ้อนแต่ออก
จากภาพของเจ้าจิ๋วที่มาเติบโตอยู่ในประเทศไทยตามคุณพ่อ ดักลาส คาร์โดโซ ยอดนักเตะชาวบราซิลที่เป็นหนึ่งในระดับตำนานของไทยลีก จนถึงการได้ออกรายการ ‘Super 10’ ในวัย 9 ขวบ พร้อมประกาศความฝันที่ยิ่งใหญ่ของเด็กคนหนึ่ง
“ผมอยากติดทีมชาติไทย” เด็กน้อยบอกด้วยสำเนียง ‘คนราชรี’
ถึงความฝันจะไม่มีวันเป็นความจริง แต่การที่ทุกคนได้เห็นในวันนี้ว่าเด็กคนนั้นเติบโตอย่างดี ถึงขั้นได้โอกาสลงสนามในทีมชุดใหญ่ของหนึ่งในสโมสรฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกอย่างบาเยิร์น ทำให้หลายคนชื่นใจตามไปด้วย
ในมุมหนึ่งมันชวนตั้งคำถามกลับมาว่าอะไรที่ทำให้เด็กที่เติบโตในสภาพแวดล้อมลูกหนังของเมืองไทย ไปได้ไกลขนาดนี้?
และเราจะมีโอกาสเห็นเด็กไทยที่ไปได้ไกลแบบไมคอนอีกไหม?
อันที่จริงก่อนที่เราจะได้เห็นไมคอน ถูกแว็งซองต์ กอมปานีย์ นายใหญ่บาเยิร์นเรียกตัวให้ลงสนามแทนที่ของเลนนาร์ต คาร์ล ไอ้หนูมหัศจรรย์ในเกมอุ่นเครื่องของสโมสรในช่วงปีใหม่ แค่ภาพของเขาที่ได้ลงฝึกซ้อมร่วมกับซูเปอร์สตาร์ระดับโลกของทีมเสือใต้ที่ศูนย์ฝึกซาเบอเนอร์ สตราสส์ (Säbener Straße) ก็ทำให้เรารู้สึก ‘ยืด’ กันมากพอสมควรแล้ว
เพราะอย่างที่บอกไปตอนต้นว่าเด็กคนนี้แม้จะไม่ได้เกิดมาพร้อมกับสายเลือดไทย แต่พูดได้เต็มปากว่าเขาเติบโตบนแผ่นดินขวานทองจริงๆ
แฟนฟุตบอลไทยจำนวนมากปรารถนาอยากเห็นไมคอน เติบโตและก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติไทยมานานแล้ว เสียงเพรียกนี้ดังขึ้นไม่เคยหยุด และยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเราได้เห็นการเติบโตของเด็กคนนี้ที่ก้าวกระโดดขึ้นเรื่อยๆ
พร้อมกับเป็นสมมติฐานที่น่าสนใจ
เด็กในระบบฟุตบอลเยาวชนของไทย กำลังจะไปได้ไกลระดับโลกเพราะอะไร?
![]()
1. ครอบครัว
อย่างแรกที่สำคัญที่สุดคือครอบครัว โดยเฉพาะคุณพ่อ ดักลาส คาร์โดโซ ผู้เป็นทุกอย่างในชีวิตของไมคอน
ด้วยความเป็นนักฟุตบอลอาชีพที่จริงจัง ไมคอนไม่เพียงแต่ได้เห็นในสิ่งที่คุณพ่อทำตลอดในฐานะนักฟุตบอลในสนาม แต่ย่อมได้เห็นและซึมซับกับความเป็น ‘มืออาชีพ’ (Professionalism) นอกสนามของพ่อด้วย
และแน่นอนด้วยความเป็นนักเตะในระดับท็อป ฝีเท้าไม่ธรรมดาสไตล์แซมบ้า ดักลาส มี ‘วิชา’ มากมายที่พร้อมจะถ่ายทอดให้ลูกทุกวัน และรู้วิธีในการเลี้ยงดูไมคอนว่าควรจะดูแลกันแบบไหนเพื่อปูทางสู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพตามรอยเท้าของพ่อ
ไมคอนโชคดีที่เขามีพ่อและครอบครัวที่พร้อมสนับสนุนเต็มที่ เรียกว่าได้เปรียบเด็กคนอื่นอยู่ เพราะมี ‘ต้นทุน’ ที่ดี
เพียงแต่ต้นทุนไม่ใช่ทุกอย่างเสมอไป
![]()
2. ต่อจิ๊กซอว์ทีละชิ้น
เพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่ไมคอนให้ดีที่สุดเท่าที่ครอบครัวจะให้ได้ คุณพ่อพยายามให้ลูกได้ทำในสิ่งที่ควรทำโดยเฉพาะในช่วง ‘ตั้งไข่’ อายุยังไม่ถึง 10 ขวบ ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุดสำหรับนักฟุตบอล
การเรียนฟุตบอลอย่างถูกต้อง ที่ไม่ได้จำกัดแค่ความรู้จากพ่อ แต่รวมถึงการฝึกสิ่งจำเป็นต่างๆ ของเด็ก เช่น ทักษะ Co-ordination, การฝึกเพิ่ม Vision ไปจนถึงการเตรียมร่างกายอย่างถูกต้องและเหมาะสมตามช่วงอายุ
จากประสบการณ์ส่วนตัวเคยได้ยินเรื่องการที่ดักลาสพยายามหาลูกไปฝึกพิเศษในเรื่องการเสริมร่างกายและทักษะด้านอื่นๆ ที่สำคัญกับการเล่นฟุตบอล (และเคยลงสนามโดนไมคอนกระชากหลบไปยิงดื้อๆ มาแล้วในช่วง 4-5 ปีก่อน)
สิ่งเหล่านี้ไม่ต่างอะไรจากการค่อยๆ ต่อจิ๊กซอว์ทีละชิ้นอย่างช้าๆ เป็นงานละเอียดที่ใช้ทั้งเวลา แรงกาย และแรงใจของทุกฝ่าย
แต่ได้เห็นผลงานแล้วใครก็ชื่นใจ
![]()
3. โรงเรียนและสภาพแวดล้อม
อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้ไมคอนไปได้ไกลคือการที่เด็กคนนี้ได้อยู่ใน ‘โรงเรียนลูกหนัง’ ที่ดีอย่าง STB Academy
ท่ามกลางอคาเดมีฟุตบอลมากมายของไทยที่ผลิตนักเตะรุ่นใหม่ขึ้นมาประดับวงการ อคาเดมีของ STB เป็นหนึ่งในตักกะศิลาลูกหนังที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในโรงงานผลิตนักเตะที่ไว้ใจได้ ด้วยแนวทางการดูแลเด็กจริงจังอย่างมืออาชีพ
ไม่ใช่แค่เรื่องของทักษะในสนาม แต่สอนถึงทัศนคติ ความเป็นมืออาชีพ การดูแลร่างกาย และการศึกษาที่สนใจอนาคตของเด็ก มากกว่าแค่เรื่องของชัยชนะและชื่อเสียงของสถาบัน
การดูแลของอคาเดมีแห่งนี้ มีส่วนทำให้ไมคอน ‘พร้อม’ สำหรับการก้าวไปสู่เวทีที่ใหญ่กว่า ซึ่งก็โชคดีอีกที่ STB Academy เป็นพันธมิตรของบาเยิร์น มิวนิก (หรือพูดง่ายๆ คือเป็นหนึ่งในโรงเรียนลูกหนังที่ช่วยปั้นเด็กส่งให้)
ความสัมพันธ์นี้คือประตูมิติบานแรก
View this post on Instagram
4. ทัศนคติสร้างความแตกต่าง
แต่สิ่งสุดท้ายที่ทำให้ไมคอนไปได้ไกลคือเรื่องของ ‘ทัศนคติ’ ที่แม้จะเด็กแต่ก็มีความเป็นมืออาชีพเต็มเปี่ยม ซึ่งก็มาจากการปลูกฝังตั้งแต่ยังเล็กๆ
มีการพูดกันว่าความจริงแล้วไมคอน ไม่ได้เป็นเด็กที่เก่งที่สุดในอคาเดมีด้วยซ้ำ แต่มันมีบางอย่างที่เขาแตกต่างจากคนอื่นและทำให้เป็นที่สะดุดตา
คำว่าทัศนคตินั้นมองได้หลายมิติที่ทับซ้อนๆ กันอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวิธีคิด วิธีพูด วิธีการสื่อสาร การแสดงออก ซึ่งไมคอนแสดงให้ทุกคนเห็นถึงทัศนคติที่ดีของเขาทั้งการเป็นนักกีฬาและการใช้ชีวิต ซึ่งในส่วนนี้สำคัญไม่น้อยไปกว่าทักษะการเล่นในสนามหรือการเสริมสร้างร่างกาย
นักฟุตบอลจำนวนไม่น้อยที่เก่งดังเทพในตอนเด็ก แต่สุดท้ายไปไม่ถึงปลายทางที่ควรจะเป็นเพราะทัศนคติไม่เหมาะกับการเป็นนักเตะอาชีพ
แต่เรื่องนี้ไม่ต้องห่วงไมคอน เจ้าหนูเป็นเด็กเอ๋ยเด็กดีมาตลอด
![]()
5. ไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดมือ
ไมคอน เป็นหนึ่งในเด็กที่ได้รับโอกาสในการร่วมแคมป์ของทีมบาเยิร์น มิวนิค ผ่านแคมเปญ Bayern Global Academy ที่ทำร่วมกับพันธมิตร โดยอีกคนที่ได้โอกาสนี้คือน้อง อชิ-ชัยวัฒน์ เงินมา ซึ่งมาจากสถาบันเดียวกันทั้งโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย และ STB Academy
คนที่มองเห็นแววของไมคอนและอชิ คือเคลาส์ เอาเกนธาเลอร์ ประธาน Bayern Global Academy ที่มาดูฟอร์มด้วยตัวเองและประทับใจทั้งสองคน
แน่นอนว่ามีเพื่อนนักเตะจากเครือข่ายของบาเยิร์นอีกมากมายหลายคนที่ได้โอกาสในแบบเดียวกัน คือการไปเก็บตัวเป็นเวลา 8 เดือน ให้เวลาในการฝึกฝนตัวเองอย่างเต็มที่ในสภาพแวดล้อมและบรรยากาศที่ดีที่สุดสำหรับการพัฒนาตัวเองอย่างก้าวกระโดด
โครงการลักษณะนี้ไม่ใช่เพิ่งเกิด แต่มีนานแล้ว แต่สิ่งที่ไมคอนสร้างความแตกต่างคือการแสดงให้เห็นว่าเขาพร้อมสำหรับการเป็นนักฟุตบอลอาชีพจริงๆ ซึ่งการจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพตัวจริงโดยเฉพาะในเวทีใหญ่ระดับสูงสุดของโลกอย่างบุนเดิสลีกาต้องการมากกว่าแค่เรื่องของฝีเท้า แต่ต้องมีทัศนคติที่ดี มีความมั่นใจ ความกล้าหาญ และพร้อมจะเรียนรู้ทุกอย่างอย่างรวดเร็ว
เด็กแซมบ้าหัวใจไทยคนนี้สร้างความประทับใจให้แก่ทีมสต๊าฟของบาเยิร์น ทำให้ถูกเรียกตัวขึ้นไปฝึกซ้อมกับทีมชุดใหญ่ และนำไปสู่โอกาสในการลงสนามในเกมอุ่นเครื่องนัดล่าสุด
![]()
องค์ประกอบเหล่านี้คือสิ่งที่หลอมรวมกันทำให้ ไมคอน คาร์โดโซ กำลังพุ่งทะยานสู่เส้นทางของการเป็นนักเตะอาชีพกับสโมสรระดับโลกอย่างบาเยิร์น มิวนิค
ถึงแม้ว่าอุปสรรคขวากหนามข้างหน้าจะยังมีอีกมาก ในวัย 17 ปีไมคอนต้องเตรียมจะเจอกับอีกหลายสิ่งหลายอย่าง ซึ่งแน่นอนจะต้องมีบทเรียนของความผิดหวังที่จะเกิดขึ้นสักช่วง และการจะฝ่าด่านอรหันต์ไปสู่ระดับทีมชุดใหญ่จริงๆ ไม่ว่าจะกับบาเยิร์น หรือสโมสรอาชีพในยุโรปไม่ใช่เรื่องง่าย โอกาสน้อยยิ่งกว่าน้อย
แต่ด้วยความเป็นเด็กดี ด้วยทัศนคติที่ดี และด้วยสายเลือดที่ดี ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ไมคอนพร้อมจะไปได้ไกลกว่ามันซ่อนอยู่ในรหัสพันธุกรรมของเขาที่สืบทอดจากพ่อ มันทำให้เราพอจะมั่นใจได้ว่าต่อให้เด็กคนนี้จะไม่ใช่คนไทย
และต่อให้เขาจะไม่มีโอกาสได้เล่นให้ทีมชาติไทยอย่างที่ฝัน ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่ไมคอน จะอยู่ให้แฟนบอลชาวไทยได้เชียร์เขาสู่การเป็นนักเตะอาชีพตัวจริงในลีกระดับสุดยอดของโลกได้อย่างแน่นอนในอนาคต
ส่วนคำถามว่าจะมีเด็กไทยคนไหนทำได้แบบนี้ไหม?
ถ้าเรามีเมล็ดพันธุ์ที่ดีพอ เราปลูกดี ดูแลเขาอย่างดี อย่างถูกวิธี ไม่ตะบี้ตะบัน เร่งใส่ปุ๋ยใส่โน่นใส่นี่แต่ก็ไม่ปล่อยปละละเลย
ถ้าเด็กได้รับการสอนที่ดี มีทัศนคติที่ดี ใฝ่ดี ตั้งใจจริง
และโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเรามีระบบที่จะสามารถผลิตเด็กคุณภาพสูงแบบนี้ขึ้นมาอีกทีละหลายๆ คน
ถ้าทำได้ทุกอย่างนี้ อนาคตก็ย่อมมีโอกาสที่เห็นเด็กไทยคนอื่นเดินตามรอยไมคอนได้เหมือนกัน


