วันนี้ (6 เมษายน) ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ มีวาระให้ความเห็นชอบร่างแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ซึ่งกำหนดไว้วันที่ 9-10 เมษายนนี้ เพื่อประกาศทิศทางบริหารราชการแผ่นดินอย่างเป็นทางการ พร้อมพิจารณาจัดตั้งศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ชุดใหม่ ก่อนจะมีการแต่งตั้งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี 3 คน ได้แก่ วันมูหะมัดนอร์ มะทา, พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ และอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) จะนำเสนอข้อสรุปเรื่องโครงสร้างราคาน้ำมันเข้าสู่ที่ประชุม โดยมีแนวทางการแก้ไขปัญหาแบ่งเป็น 2 ระยะ
1.ระยะอดีต (เดือนมีนาคม) เนื่องจากกฎหมายไม่มีผลย้อนหลัง รัฐบาลจะใช้วิธีให้กระทรวงพลังงานไปเจรจากับโรงกลั่น เพื่อขอนำผลประโยชน์ส่วนเกินดังกล่าวมาช่วยลดภาระประชาชน คล้ายกับโมเดลในช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน
2.ระยะอนาคต ตั้งแต่เดือนเมษายน เป็นต้นไป จะใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 ซึ่งให้อำนาจนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) สามารถกำหนดราคาและค่าการกลั่นในอนาคตได้
สำหรับการใช้ พ.ร.ก.ดังกล่าว จะให้อำนาจนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน สามารถกำหนดราคาและค่าการกลั่นในอนาคตได้ ซึ่งจะส่งผลให้ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เรียกประชุมในวันที่ 7 เมษายนนี้ เพื่อกำหนดค่าการกลั่น โดยจะนำต้นทุนที่แท้จริง ราคาขายจริง และกำไรเฉลี่ยในอดีตมาเป็นมาตรฐานในการคำนวณ


