วันนี้ (11 เมษายน) สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการรถโดยสารและรถขนส่งสินค้า ตามที่กระทรวงคมนาคม โดยกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) นำเสนอ เพื่อบรรเทาภาระต้นทุนของผู้ประกอบการและป้องกันผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าโดยสารซึ่งจะตกเป็นภาระของประชาชน
ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบอนุมัติงบกลาง จำนวน 1,353 ล้านบาท เพื่อนำมาสนับสนุนกลุ่มผู้ประกอบการรถขนส่งสินค้าที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมการขนส่งทางบก โดยมีเงื่อนไขการจ่ายเงินชดเชยอิงตามระยะทางจริงที่ได้ลงทะเบียนไว้ ซึ่งมาตรการนี้ได้ขยายกลุ่มเป้าหมายจากเดิมที่คาดการณ์ไว้ประมาณ 100,000 ราย เพิ่มขึ้นเป็น 287,175 คัน สำหรับอัตราการให้เงินช่วยเหลือ แบ่งออกเป็น 2 กรณี
- รถบรรทุกที่ติดตั้งระบบ GPS: จะได้รับเงินสนับสนุนสูงสุด 6,000 บาท
- รถบรรทุกที่ไม่ได้ติดตั้งระบบ GPS: จะได้รับเงินสนับสนุนสูงสุด 3,000 บาท
โดยมาตรการเยียวยานี้จะมีผลดำเนินการตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2569 เพื่อลดภาระให้กับผู้ประกอบการและช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนทางอ้อม ทั้งนี้ หากพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าวแล้วสถานการณ์ทางเศรษฐกิจยังไม่คลี่คลาย รัฐบาลอาจมีการพิจารณามาตรการอื่นๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อมเพื่อเข้าช่วยเหลือในระยะต่อไป
นอกจากกลุ่มรถบรรทุกแล้ว ครม. ยังได้เห็นชอบในหลักการให้นำเงินจากกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กองทุนเลขสวย) มาใช้ในการอุดหนุนกลุ่มรถโดยสารสาธารณะ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการนำเงินกองทุนส่วนหนึ่งมาตรึงราคาค่าโดยสารรถ บขส. เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลในราคาเดิมได้
อย่างไรก็ตาม ในรอบนี้ได้ขยายมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมไปยังกลุ่มรถรับจ้างสาธารณะทุกประเภท จำนวน 180,332 คัน ครอบคลุมทั้ง
- รถประจำทางร่วมบริการ
- รถมินิบัส และรถสองแถวที่วิ่งให้บริการในเขตกรุงเทพมหานคร
- รถจักรยานยนต์รับจ้าง (ทั้งรูปแบบวินปกติและที่วิ่งผ่านแอปพลิเคชัน)
- รถแท็กซี่ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเป็นหลัก
สิริพงศ์ชี้แจงว่า กลุ่มรถโดยสารสาธารณะเหล่านี้เป็นกลุ่มที่ถูกควบคุมอัตราค่าโดยสารโดยภาครัฐ รัฐบาลจึงจำเป็นต้องมีมาตรการเข้าไปช่วยเหลือชดเชยต้นทุน มิฉะนั้นอาจกลายเป็นเหตุให้ผู้ประกอบการหรือผู้ขับขี่เรียกร้องการเก็บค่าโดยสารเพิ่มขึ้น ซึ่งจะกระทบต่อประชาชนโดยตรง
มาตรการความช่วยเหลือในครั้งนี้จะครอบคลุมผู้ประกอบการทั้งกลุ่มรถบรรทุกและรถโดยสารสาธารณะรวมทั้งสิ้นกว่า 460,000 คัน โดยมีกำหนดการและเงื่อนไขการรับสิทธิ์
- วันเปิดรับลงทะเบียน: เปิดให้ผู้ประกอบการลงทะเบียนขอรับสิทธิ์ระหว่างวันที่ 16 – 19 เมษายน 2569
- ช่องทางการรับเงิน: ผู้ประกอบการที่ผ่านเกณฑ์จะได้รับเงินสนับสนุนเยียวยาผ่านระบบพร้อมเพย์ สำหรับรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับอัตราเงินอุดหนุนที่ชัดเจนของรถโดยสารสาธารณะแต่ละประเภทนั้น กรมการขนส่งทางบกจะดำเนินการจัดทำข้อมูลและประกาศเผยแพร่ให้ประชาชนและผู้ประกอบการรับทราบอย่างเป็นทางการอีกครั้งในเร็วๆ นี้


