เรียกได้ว่าเป็นการคัมแบ็กอย่างสมศักดิ์ศรีและยิ่งใหญ่จริงๆ กับอัลบั้ม ARIRANG ผลงานใหม่ในรอบ 3 ปี 9 เดือนของวง BTS ที่ในครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมผลงานใหม่กว่า 14 เพลง โดยที่แต่ละเพลงผสมผสานความร่วมสมัย ความเป็นยุคใหม่ของวง เข้ากับรากฐานความเป็นเกาหลี แต่ก็ยังไม่ทิ้งสไตล์ความขบถและดนตรีที่ดุดันเหมือนกับเพลงของ BTS ในยุคแรกๆ
พวกเขาใช้เวลาเตรียมการทำอัลบั้มนี้กว่า 5 ปีครึ่ง ดังนั้นวงจึงใช้แนวคิดของการรียูเนียนและการโหยหามาเป็นคอนเซปต์หลัก ซึ่งในช่วงเวลาที่พวกเขากลับมาพร้อมหน้าพร้อมตากัน 7 คน พวกเขาก็ย้ายไปใช้ชีวิตด้วยกันที่ลอสแอนเจลิสเป็นเวลากว่า 2 เดือนเพื่อทำอัลบั้มด้วยกัน ทั้งยังมีการแท็กทีมกับเหล่าโปรดิวเซอร์ระดับโลกมากมาย เช่น Kevin Parker จาก Tame Impala และ Flume ที่พวกเขาถนัดแนวดนตรีล้ำๆ มีความไซคีเดลิก ส่วนโปรดิวเซอร์อย่าง Diplo และ El Guincho ก็ถนัดแนวอิเล็กทรอนิกส์ และ Ryan Tedder กับ Mike WiLL Made-It ก็เชี่ยวชาญด้านเพลงฮิตและฮิปฮอปด้วย
BTS เปิดอัลบั้มนี้ด้วยเพลง Body to Body ในสไตล์ฮิปฮอปอิเล็กทรอนิกส์ แต่ตอนท้ายเพลงเลือกผสมผสานกับเสียงดนตรีพื้นบ้านของเกาหลีเข้าไป ก่อนจะต่อด้วยเพลง Hooligan ที่มีการใช้เสียงลับมีดมาทำจังหวะและมีเสียงดนตรีที่น่าทึ่งจากฝีมือการโปรดิวซ์ของ El Guincho ที่เคยทำเพลงให้ Rosalía
ตามมาด้วย Aliens ที่มีความฮิปฮอปแต่ก็มีกลิ่นอายเซ็กซี่ โชว์ความล้ำเสียงดนตรี พร้อมด้วย FYA ที่มีความดาร์กและดิบ ตามแบบฉบับของเพลงแนวอิเล็กทรอนิกส์ Jersey Club และเพลง 2.0 ก็มีความอาร์แอนด์บีเล็กๆ
แต่เพลง No.29 ก็ยังทำให้ผู้ฟังประหลาดใจ เพราะเหมือนช่วงต้นเพลงจะมีแค่เสียงก้องกังวานจากการตีเครื่องดนตรี แต่ปล่อยเสียงเงียบๆ ไปจนจบเพลง ก่อนที่พวกเขาจะไปต่อกับเพลงที่มีเนื้อหาพูดถึงการรับมือกับชื่อเสียงและความเงียบเหงา นั่นก็คือ SWIM ที่พูดถึงการปล่อยตัวไปตามกระแสชีวิตและการพยายามประคับประคองตัวเอง แม้จะโดนกระแสน้ำพัดพาให้เกือบจมหาย ตลอดจนเพลง Merry Go Round และ NORMAL ที่เล่าถึงผลกระทบเชิงลบที่มาจากชื่อเสียง
และเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของอัลบั้มกับการทดลองทำดนตรีแนวใหม่ เช่น Like Animals ที่ซาวด์ดนตรีดิบๆ มีโซโล่กีตาร์แผดเสียง, they don’t know ‘bout us เพลงที่พูดถึงการโต้ตอบต่อเสียงวิจารณ์, One More Night แนวเฮาส์ยุค 90 ฟังได้แบบสนุกๆ และตามมาด้วย Please เพลงป๊อปที่ฟังสบายที่สุดในอัลบั้ม มีความติดหู พร้อมปิดท้ายด้วย Into the Sun ที่มีการทดลองทำดนตรีเอฟเฟกต์ใหม่ๆ ก่อนจะกลายเป็นแนวร็อกทรงพลังในตอนท้าย
ARIRANG ถือว่าเป็นอัลบั้มที่สะท้อนตัวตนของวง BTS ในฐานะศิลปินจากเกาหลี ทั้งยังตอกย้ำความรักในดนตรีฮิปฮอปของพวกเขาได้อย่างชัดเจน แต่ในขณะเดียวกันผลงานชุดนี้ก็สะท้อนให้เห็นว่าพวกเขาเติบโตมากขึ้น ทั้งในเชิงการเล่าเรื่อง การทดลองทำซาวด์ใหม่ๆ ที่ยกระดับความล้ำของตัวเองไปอีกขั้น และการร่วมงานกับโปรดิวเซอร์ระดับโลกก็เป็นสิ่งที่มาช่วยปรุงแต่งให้อัลบั้มนี้มีความกลมกล่อมขึ้นเช่นกัน
ภาพ: BIGHIT MUSIC
อ้างอิง:

