ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ประกาศเตรียมสร้างมาตรฐาน ‘ค่าธรรมเนียมแบงก์ไทย’ หวังปรับลดลง ให้สะท้อนต้นทุนมากขึ้น คาดเริ่มจากค่าธรรมเนียม 10-15 รายการก่อน เช่น ค่าถอนเงินข้ามจังหวัด ค่าขอ Statement เป็นต้น เผย 2 เดือนเห็นความชัดเจนมากขึ้น
วันนี้ (24 กุมภาพันธ์) วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยธปท.กำลังทำงานร่วมกับธนาคารพาณิชย์ เพื่อเตรียมสร้างมาตรฐาน ‘ค่าธรรมเนียม’ ให้กับแบงก์ไทย (Standardized Fee) โดยมุ่งปรับลดค่าธรรมเนียมลง เพื่อให้สะท้อนต้นทุนมากขึ้น โดยจะเริ่มจากค่าธรรมเนียม 2 กลุ่มก่อน ได้แก่ ค่าธรรมเนียมธุรกรรม (Transaction Fee) และค่าธรรมเนียมธุรกิจขนาดเล็ก (SME Lending Fee)
ผู้ว่าฯ ธปท. ยังกล่าวว่า ปัจจุบัน ค่าธรรมเนียมของแต่ละธนาคารมีความแตกต่างกัน ตามลักษณะของธนาคารและต้นทุนที่ต่างกัน อย่างไรก็ตาม ธปท.มองเห็นว่า มีค่าธรรมเนียมบางรายการที่ควรจะใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตาม ในแต่ละธนาคารกลับแตกต่างกันมาก หรืออาจจะสูงกว่าต้นทุนมาก ธปท.จึงขอเข้าไปดูในบางรายการหลักๆ ก่อน โดยอาจจะเริ่มต้นประมาณ 10-15 ค่าธรรมเนียม
“ทุกวันนี้ ไม่มีมาตรฐานอะไรเลยว่า ธุรกรรมอย่างนี้ ค่าธรรมเนียมอย่างนี้จะเก็บเท่าไหร่ แต่ละแบงก์เก็บแตกต่างกันมาก ค่าธรรมเนียมบางเรื่องแต่ละแบงก์เก็บเท่ากันเป๊ะ แต่บางค่าธรรมเนียมเก็บต่างจากต้นทุนมาก” วิทัยกล่าว
วิทัย ยังได้ยกตัวอย่างค่าธรรมเนียมที่กำลังจะมีมาตรฐาน สำหรับกลุ่มค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม (Transaction Fee) ได้แก่ ค่าธรรมเนียมการโอนเงินผ่านระบบบาทเนต (BAHTNET) การโอนและถอนเงินข้ามเขต การเรียกเก็บเช็กข้ามเขต การขอ Statement ค่าธรรมเนียมการออกบัตร ATM เป็นต้น
สำหรับค่าธรรมเนียมธุรกิจขนาดเล็ก (SME Leading Fee) เช่น ค่าธรรมเนียมการขอสินเชื่อ ค่าธรรมเนียม Front-end Fee ค่าธรรมเนียมการทบทวนเครดิตเมื่อครบปี และค่าธรรมเนียมการชำระคืนก่อนกำหนด (Prepayment) เป็นต้น
เปิดรายได้แบงก์ไทย ปี 2568: รายได้ที่ไม่ได้มาจากดอกเบี้ยพุ่ง 16.6%
ทั้งนี้ ตามข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แสดงให้เห็นว่า ในปี 2568 กำไรสุทธิธนาคารพาณิชย์ไทยลดลง 3.6% จากระยะเดียวกันปีก่อน (YoY) ตามดอกเบี้ยขาลง ทำให้รายได้จากดอกเบี้ยสุทธิธนาคารพาณิชย์ไทยลดลง 9.8% YoY อย่างไรก็ตาม รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยสุทธิ ซึ่งรวมถึงค่าธรรมเนียมระบบธนาคารพาณิชย์กลับเพิ่มขึ้น 16.6% YoY
โดยในไตรมาส 4 ปี 2568 รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยสุทธิมีสัดส่วน 31% ของรายได้สุทธิ
ส่วนรายได้จากดอกเบี้ยสุทธิมีสัดส่วน 69% ของรายได้สุทธิ



