เรื่องจอม และกรณีอื่นๆ ในวงการเทคฯสตาร์ทอัพเมืองไทย
1.ผมเคยเจอจอมสองสามครั้ง ตั้งแต่จอมยังดูกองทุน startup (ก่อนย้ายไปโฟกัสคริปโต) โดยกองทุนที่จอมทำงานด้วยไม่เคยลงทุนใน LMWN แม้จะมีเฉียดๆกันในบางครั้ง
2. จอมไม่เคยชวนผมลงทุนอะไร คงจะเพราะไม่สนิท หรือไม่ผมก็อาจจะไม่ได้เป็น Target เพราะไม่ได้แสดงความสนใจ Crypto มากนัก
3. แต่เข้าใจได้ว่าทำไมหลายๆคนหลงเชื่อลงทุนกับจอม เพราะเขาเป็นคนหน้าตาดี บุคลิกดีมีเสน่ห์ พูดจาดูฉลาดน่าเชื่อถือ โคตรจะ Classic Halo Effect
ซึ่งสมมติว่าถ้าจอมชวนผมขึ้นมาจริงๆ ผมก็ไม่น่าจะมีเรดาร์อะไรที่รู้ได้ที่ระดับบุคคล เขาดูออกยากมากจริงๆ แต่ก็คงไม่ลงทุนอยู่ดี เพราะทรัพย์สินเราอยู่กับบริษัทเป็นส่วนมาก ถ้ามีเงินส่วนตัวก็จะพยายามไม่เสี่ยง (เริ่มรู้ตัวด้วยแล้วว่าเราเป็นนักบริหารที่ดี แต่อาจจะเป็นนักลงทุนที่แย่ 555)
4. ผมรู้เรื่องจอมมาสักพักเพราะมีหลายคนเล่าให้ฟัง โดยผมเชียร์ให้มีคนออกมาพูดเรื่องเขาแบบสาธารณะมาโดยตลอด เพราะรู้สึกว่าคนผิดควรต้องถูกเปิดโปง ทุกคนจะได้รู้และไม่มีคนเป็นเหยื่อเขาอีก
5. เนื่องจากเราไม่ได้เป็นผู้เสียหายและไม่ได้รู้ Fact ทั้งหมด เลยไม่รู้จะเริ่มเล่าอย่างไร พอเมื่อวานมีคนเขียนข่าวเรื่องนี้จึงไม่ลังเลที่จะแชร์ โดยรู้สึกชื่นชมผู้เขียนบทความและคนที่ให้ข้อมูล
6. มันยังมีอีกสามสี่ห้ากรณีที่เป็น Scam ในวงการเทคฯ ที่แม้ว่าผมจะได้ยินเรื่องราวมาแบบไม่ปะติดปะต่อ แต่ก็ค่อนข้างมั่นใจระดับหนึ่งว่าน่าจะมีมูลความจริงอยู่บ้าง
7. เคสแรก มี Startup ที่เกี่ยวกับ E-commerce Enabler รายหนึ่ง ที่ปัจจุบันล้มละลายไปแล้ว ผมได้รับข้อมูลมาว่ามีการฉ้อโกงโดย CEO ทำให้บริษัทติดหนี้ และทำให้น้องคนหนึ่งเครียดจนต้องจบชีวิตตนเอง รวมทั้งเข้าใจว่า CEO คนนี้โกงมาหลายรอบแล้วแต่ยังลอยนวลอยู่ และมีคนยังไม่รู้
8. เคสที่สอง มี Startup ที่เกี่ยวกับ Loyalty Points รายหนึ่ง ที่ตอนนี้ไม่ค่อยได้ยินชื่อแล้ว (ไม่รู้ยังอยู่หรือไม่) ได้ยินว่ามีการ mint points ของตนเองเป็นจำนวนไม่จำกัด ทำให้บริษัทคู่ค้าที่เป็น Strategic Investor ด้วยเสียหายหลายร้อยล้านบาท
9. เคสที่สาม อันนี้อาจจะเก่าหน่อย หลายปีก่อนมี Startup ที่เกี่ยวกับระบบ Social Monitoring ที่ตอนนี้เลิกกิจการไปแล้ว อันนี้ก็ได้ยินว่าใช้เงินไปกับการเปย์เรื่องส่วนตัว และทำให้ Investor ผู้ใหญ่หลายรายเข็ดกับการลงทุนใน Startup ไปเลย ไม่รู้ตอนนี้มีการฟ้องร้องจนได้รับความเป็นธรรมกันไปหรือยัง
10. จริงๆยังมีเคส บริษัทรับชำระเงินเจ้าหนึ่ง ที่รับชำระเว็บพนันและเว็บผิดกฎหมายจำนวนมาก ขายบริษัทไป ผู้ซื้อมาเจอทีหลังก็ซวยสุดๆ ฟ้องร้อง Rep & Warranty กันไป
11. นอกจากนี้ ยังมีอีกสองสามเคส ทั้งเรื่องบริษัทรับชำระเงินอีกเจ้าหนึ่ง มีรายการกู้ยืมแปลกๆ ที่น่าจะเข้าข่าย Conflict of Interest หรืออีกสตาร์ทอัพอีกสองราย ที่รู้จักกันดี ร่วมก่อตั้งบริษัทกับแฟน แต่ไม่ได้ใส่ชื่อแฟนเข้าไปในสมุดผู้ถือหุ้น พอเลิกกัน ก็เบี้ยวสัญญา เชิดเอาหุ้นและบริษัทไปเลย แต่สองเคสหลังผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันเป็นความผิดจริงๆ หรือเป็นแค่ผิดใจ เพราะไม่ได้ไปสอบสวนสืบสวนจนครบทุกฝ่าย
12. มันฟังดูเยอะมากเหมือนกัน ฟังดูแย่ แต่อย่าลืมผมอยู่วงการนี้มา 15 ปี! ช่วงพีคๆ สตาร์ทอัพมีเกินห้าร้อย VC น่าจะมีเกือบๆร้อย
ผมไม่ชัวร์วงการเทคสตาร์ทอัพประเทศไทย มีเรื่องแบบนี้เยอะกว่าวงการอื่นหรือประเทศอื่นมั้ย แต่เท่าที่เห็นผมว่ามีทุกประเทศ ทุกวงการ ที่ไหนมีการลงทุน มันย่อมมีความเสี่ยง ทั้งเรื่องสินทรัพย์เองและตัวบุคคล
13. ที่เขียนถึง ไม่ได้อยากจะซ้ำเติมประเด็นเรื่องที่เกิดขึ้น แต่เห็นถึงความสำคัญของการมี Culture เรื่องการ Whistleblow ซึ่งจริงๆคิดว่าอาจจะมีหลายเรื่องที่ผมยังไม่รู้ด้วยซ้ำ
14. สิ่งที่อยากจะชวนกันก็คือ ออกมาพูดกันเถอะครับ การไม่ทนกับการกระทำที่ผิดและออกมาแสดงออกอย่างเปิดเผย (whistleblowing) น่าจะเป็นบันไดขั้นแรกของการพัฒนาจริยธรรมของวงการ
15.ข้อดีคือ ยุคนี้น่าจะเหลือ Scammer ในวงการน้อยมากแล้ว เพราะมันไม่ได้ ‘ฟู’ เหมือนเมื่อ 5-10 ปีที่แล้ว Survivor ที่เหลืออยู่รอดมาได้น่าจะคนทำงาน ตั้งใจจริงทั้งนั้นครับ
ภาพ: Art_tata / Shutterstock
อ้างอิง:


