วันนี้ (3 กุมภาพันธ์) เวลา 17.50 น. ที่ตลาดท่าทองใหม่ อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี พิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำพื้นที่ภาคใต้ พรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย ศุภจี สุธรรมพันธุ์ สันติ ปิยะทัต ผู้ช่วยหาเสียง เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ และศุภชัย ใจสมุทร ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครสส.จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทั้ง 7 เขต พรรคภูมิใจไทยหาเสียง
ประกอบด้วย กานสินี โอภาสรังสรรค์ ผู้สมัครสส.เขต 1, พิพิธ รัตนรักษ์ ผู้สมัคร สส.เขต 2, วัชรพล ประกายแก้วสกุล ผู้สมัคร สส.เขต 3, พันธ์ศักดิ์ บุญแทน ผู้สมัครสส.เขต 4, บรรจง จันทร์ช่วง ผู้สมัคร สส.เขต 5, พิชัย ชมภูพล ผู้สมัคร สส.เขต 6 และธานินท์ นวลวัฒน์ ผู้สมัคร สส.เขต 7
รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/
โดยเมื่อพิพัฒน์ และศุภจี เดินทางถึงบริเวณตลาดท่าทองใหม่ มีพ่อค้าแม่ค้ามารอรับจำนวนมาก พร้อมมอบพวงมาลัยดาวเรือง ดอกกุหลาบ และตะโกนเรียกชื่อศุภจี รวมถึงหมายเลข 37 ของพรรคภูมิใจไทย
จากนั้น ศุภจี ขึ้นท้ายรถหาเสียงกลางตลาดเป็นครั้งแรก พร้อมกล่าวกับประชาชนว่า วันนี้มาเพื่อให้ความเชื่อมั่นและเชื่อใจ ว่าพรรคภูมิใจไทยตั้งใจนำนโยบายดี ๆ มาให้ เพื่อให้เศรษฐกิจและปากท้องของประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดี
ขณะที่ พิพัฒน์ กล่าวสั้น ๆ ว่า “พิพัฒน์หยัดได้” ขอให้พี่น้องชาวสุราษฎร์ธานีเลือกพรรคภูมิใจไทย ทั้งคนทั้งพรรค
จากนั้น สันติ กล่าวว่า รัฐบาลที่ผ่านมาไม่เคยกล้าตัดสินใจทำหลายเรื่อง แต่รัฐบาลนี้ทำงานมาแล้วกว่า 2 เดือน สามารถทำประโยชน์ให้ประชาชนหลายเรื่อง ดังนั้น วันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ขอให้เลือกพรรคภูมิใจไทย
ก่อนที่พิพัฒน์จะนำศุภจี และคณะ เดินตลาดศาลเจ้า ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก พ่อค้าแม่ค้าและประชาชนมอบดอกไม้ และขอถ่ายรูปกับศุภจีตลอดเส้นทาง
ทั้งนี้ ก่อนขึ้นเวที พิพัฒน์ ศุภจี และคณะ ได้สักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ภายในวัดกลางเก่า อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี
ต่อมา เวลา 19.30 น. พิพัฒน์ กล่าวบนเวทีปราศรัยว่า ภาคใต้ขาดโอกาสในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานมากว่า 30 ปี จึงขอกำลังใจจากชาวสุราษฎร์ธานี หากต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่ทัดเทียมภูมิภาคอื่น ขอให้เลือกพรรคภูมิใจไทยทั้ง 7 เขต และเลือกพรรคด้วย โดยรถไฟทางคู่ขณะนี้ก่อสร้างมาถึงจังหวัดชุมพรแล้ว และในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 จะขอรับงบประมาณก่อสร้างครั้งเดียวตลอดสาย ตั้งแต่จังหวัดชุมพร-จังหวัดสุราษฎร์ธานี-อำเภอหาดใหญ่-อำเภอปาดังเบซาร์ คาดว่าไม่เกิน 3 ปีจะแล้วเสร็จ เพื่อบรรเทาความแออัดด้านการจราจร และให้ทัดเทียมกับภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
พิพัฒน์ กล่าวต่อว่า อีกโครงการคือสะพานข้ามเกาะสมุย ระยะทางประมาณ 25 กิโลเมตร เชื่อมฝั่งอำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี และอำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยการทางพิเศษแห่งประเทศไทยเป็นผู้ดำเนินการ ปัจจุบันรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมแล้วเสร็จ และมีการลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกัน 4 หน่วยงาน คาดว่าจะเปิดประมูลภายใน 3 ปี
จากนั้น ศุภจี กล่าวบนเวทีปราศรัย โดยทักทายเป็นภาษาใต้ว่า “คิดถึงหม้าย วันนี้ดีใจที่ได้มายืนอยู่ตรงนี้” พร้อมระบุว่า พรรคภูมิใจไทยไม่ได้ตั้งใจดูแลประชาชนเฉพาะช่วงเลือกตั้งเท่านั้น แต่ต้องการดูแลเศรษฐกิจและปากท้องหลังการเลือกตั้งด้วย
ศุภจี กล่าวถึงคำขวัญจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นเมืองร้อยเกาะและมีผลไม้ขึ้นชื่อ โดยยืนยันว่าจะพัฒนาทุเรียนเกาะสมุยให้เป็นทุเรียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ เพิ่มมูลค่า ส่วนยางพาราจะพัฒนาเพิ่มมูลค่าและสร้างเสถียรภาพด้านราคา ด้วยความร่วมมือจากเกษตรกรและภาครัฐ รวมถึงการควบคุมผลผลิตไม่ให้ล้นตลาด
นอกจากนี้ ยังชูจุดเด่นด้านแหล่งธรรมะและการท่องเที่ยว เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวไม่เพียงเดินทางข้ามไปเที่ยวที่เกาะ แต่ใช้เวลาเที่ยวในตัวจังหวัดมากขึ้น ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่
ศุภจี ยืนยันว่า หากพรรคภูมิใจไทยได้กลับมาเป็นรัฐบาล จะนำโครงการคนละครึ่งพลัสกลับมา พร้อมพัฒนาทักษะผู้ประกอบการรายย่อย เพิ่มโอกาสในการขายสินค้า รวมถึงผลักดันนโยบายลดค่าไฟฟ้าเหลือ 3 บาทต่อหน่วย และนโยบายอื่น ๆ เพื่อดูแลเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชน
เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/


