วันนี้ (27 มกราคม) เวลา 17.30 น. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยแกนนำของพรรค ศุภมาส อิศรภักดี แม่ทัพหาเสียง กทม., เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ แม่ทัพหาเสียง กทม., ศศิธร กิตติธรกุล ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ, เกรียงยศ สุดลาภา ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ, อนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่ช่วย ลลิดา เพริศวิวัฒนา ผู้สมัคร สส. กทม. เขตพระนคร-ป้อมปราบศัตรูพ่าย-สัมพันธวงศ์-ดุสิต-บางรัก ที่ลานหน้าอาคาร Park Silom โดยเป็นการมาพูดคุยนโยบายของพรรค พร้อมรับฟังความคิดเห็นกลุ่มนิสิตนักศึกษา กลุ่มพนักงานออฟฟิศ และผู้ประกอบการธุรกิจออนไลน์
เอกนิติ นำเสนอนโยบายของพรรคภูมิใจไทยว่า วันนี้ถ้าดูการหาเสียงของทุกพรรค สิ่งสำคัญคือให้คนไทยมีรายได้ที่ดีขึ้น ยืนได้บนขาตัวเอง ซึ่งเราจะไม่มีการมาบอกว่าแจกอะไร แต่ทุกนโยบายต้องทำให้คนไทยเติบโต หาโอกาสให้ยืนได้ด้วยตัวเอง จึงมีนโยบาย 10 พลัส ที่ออกแบบทำให้คนไทยมีรายได้มากขึ้นในระยะยาว คือ ต้องทำให้คนไทยเก่งขึ้น
ขณะที่โครงการคนละครึ่งพลัส ช่วยลดรายจ่ายของประชาชน และที่สำคัญคือให้ร้านค้ารายเล็กมีรายได้มากขึ้น ส่วนโครงการปิดหนี้ไวไปต่อได้ ใช้เงินกองทุนฟื้นฟูมาซื้อหนี้ที่เป็นเงินของธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ที่ส่งให้แบงก์ชาติ ไม่ใช่เงินของรัฐบาล ซึ่งหากมีวินัยจ่ายเงินตรง ก็จะลดดอกเบี้ยให้ด้วย เพื่อให้คนที่เป็นหนี้ไม่กลับมาอยู่ในวังวนหนี้อีก
“เราไม่มีนโยบายแจกเงินสุรุยสุร่าย เพราะเงินทุกบาทที่ใช้คือเงินภาษีของประชาชน ต้องใช้ให้คุ้มทุกบาททุกสตางค์ จะไม่มีการแจกอะไร ใช้เงินเป็นระบบ ช่วยคนได้จริง ให้มีรายได้ ภูมิใจไทยเบอร์ 37 เลือก 37 แล้วจะสำเร็จ” เอกนิติ กล่าว
เอกนิติ ยังตอบคำถามเกี่ยวกับนโยบายของพรรคภูมิใจไทยที่เกี่ยวข้องกับประกันสังคมว่า กระทรวงการคลังดูแลกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ซึ่งเป็นระบบที่ดีมาก เพราะให้อิสระ แต่เรากำกับดูแลเอาสมาชิกเป็นที่ตั้ง มองว่าอย่างไรก็ต้องปฏิรูปประกันสังคมโดยดูต้นแบบจาก กบข. ใช้ความโปร่งใส เปิดโอกาสให้มีการตรวจสอบในทุกมิติ และต้องได้คนเก่งมาทำงานด้านการบริหารเงิน
“ผมเชื่อว่าถ้าเราปฏิรูปให้กองทุนประกันสังคมบริหารอย่างมืออาชีพได้ จะช่วยดูแลเงินของสมาชิกได้อย่างดี ส่วนภาครัฐเองก็สมทบให้สมาชิกประกันสังคม เพื่อจะได้มีหลักประกันเมื่อเราเกษียณ หรือเจ็บป่วยว่ามีกองทุนคอยดูแล ส่วนตัวเชื่อว่าประกันสังคมต้องปฏิรูป ซึ่งการใช้มืออาชีพมาทำ และหน่วยงานราชการกำกับดูแล จะช่วยทำให้เงินของสมาชิกงอกเงยได้ดีที่สุด” เอกนิติ กล่าว
ส่วนคำถามเรื่องความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น เอกนิติ กล่าวว่า ความไม่สงบเกิดขึ้นจากหลายปัจจัย แต่ปัจจัยหนึ่งคือเรื่องเศรษฐกิจ นโยบายสำคัญของเราคือชุมชนพลัส เชื่อว่าโอกาสที่สำคัญคือการหาอาชีพ โดยเลือกตามวิถีชุมชนของเขา ให้มีรายได้ดีขึ้น ตรงนี้จะเป็นส่วนช่วยให้เกิดความสงบสุข
หลังจากนั้นเวลา 19.00 น. เอกนิติ และคณะผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทย ได้เดินพบปะประชาชนพ่อค้าแม่ค้า เพื่อขอเสียงสนับสนุน รวมทั้งยังมีการพูดคุยกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก








เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/


