แบงก์ชาติเผย ประเมินสถานการณ์ในเวเนซุเอลลาใกล้ชิด มองปฏิบัติการของสหรัฐฯ ในเวเนซุเอลาเป็น ‘บทที่ 2’ แห่งความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก หลังปีที่ผ่านมาโลกได้เผชิญกับความไม่แน่นอนจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ เป็น ‘บทที่ 1’ เตือนจับตา ‘บทที่ 3’ นั่นคือการเปลี่ยนประธาน Fed จ่อเขย่าการเงินโลก
วันนี้ (7 มกราคม) ปิติ ดิษยทัต รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยภายในงาน Monetary Policy Forum โดยตอบคำถามสื่อมวลชนถึงกรณีปฏิบัติการของสหรัฐอเมริกาในการบุกจับกุมประธานาธิบดีเวเนซุเอลาและภรรยา โดยระบุว่า ขณะนี้ทั่วโลกกำลังอยู่ระหว่างการประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดว่าจะส่งผลกระทบต่อ ‘ภูมิรัฐศาสตร์’ ในภาพรวมอย่างไร
ปิติ ยังชี้ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ระดับความไม่แน่นอนในเวทีโลกเพิ่มสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเมื่อความไม่แน่นอนเกิดขึ้น ภาคการลงทุนจะเป็นส่วนแรกที่เกิดการชะลอตัวลงทันที
“จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเวเนซุเอลา ผมมองว่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจเป็นเรื่องรอง แต่ประเด็นหลักคือ ‘ผลกระทบต่อภูมิรัฐศาสตร์’ ที่คาดว่าจะเปลี่ยนแปลงไป และจะส่งผลย้อนกลับมากระทบต่อเศรษฐกิจอีกทอดหนึ่ง” นายปิติกล่าว
ปิติ ยังมองว่า สหรัฐฯ กำลังสร้างความไม่แน่นอนให้โลก โดยแบ่งออกเป็น 3 บท (Chapter) ดังนี้
“ย้อนไปเมื่อช่วงต้นปี 2568 โลกก็ถูกเขย่าด้วยความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าของสหรัฐฯ เป็นบทที่ 1 (Chapter 1) ซึ่งได้สร้างความปั่นป่วนค่อนข้างเยอะ และนำไปสู่การปรับโครงสร้างการผลิต
ส่วนในช่วงต้นปี 2569 นี้ เหตุการณ์เวเนซุเอลาก็เหมือนเป็นบทที่ 2 (Chapter 2) ในด้านความไม่แน่นอนทางการทหาร (Military)
โดยในระยะต่อไป ภายในต้นปีนี้ หรือกลางปีนี้ อาจจะมีความไม่แน่นอน บทที่ 3 (Chapter 3) เนื่องจากจะมีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่มาเขย่าการเงินโลก
โดยทั้ง 3 ส่วนนี้ ทั้งการค้า การทหาร และการเงิน อาจเข้ามาเขย่าโลก เนื่องจากสหรัฐฯ มีบทบาทสำคัญยิ่งในทุกๆ มิติ โดยเฉพาะด้านการเงิน” ปิติ กล่าว


