ประชาชนบังกลาเทศพากันออกไปใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งทั่วไปที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดการประท้วงที่นำโดยกลุ่มนักศึกษาและคนรุ่นใหม่ หรือกลุ่ม Gen Z ในปี 2024 ที่ส่งผลให้เกิดการโค่นล้มนายกรัฐมนตรีชีค ฮาสินา ผู้นำเผด็จการที่ครองอำนาจยาวนานกว่า 15 ปี จนต้องลี้ภัยไปยังอินเดีย
การเลือกตั้งครั้งนี้ นับเป็นการกลับคืนสู่ระบอบประชาธิปไตยอีกครั้ง ท่ามกลางความหวังของชาวบังกลาเทศ โดยนอกจากการเลือกตั้งรัฐบาลใหม่แล้ว ยังมีการลงคะแนนประชามติพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย
ในการเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นการชิงชัยระหว่าง 2 พรรคการเมืองที่นำโดยพรรคชาตินิยมบังกลาเทศ (BNP) และพรรคจามาอัต อี อิสลามี (Jamaat‑e‑Islami) พรรคการเมืองอิสลามที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ โดยพรรค Awami League ของฮาซินา ถูกห้ามไม่ให้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนชี้ว่า พรรค BNP ได้รับความนิยมมากกว่า
เบื้องต้นพบว่ามีชาวบังกลาเทศลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งเกือบ 128 ล้านคน โดยบรรยากาศการลงคะแนนในกรุงธากา พบว่ามีประชาชนออกมาต่อแถวรอใช้สิทธิที่หน่วยเลือกตั้งกันอย่างคึกคักหลังจากเปิดหีบตั้งแต่เวลา 07.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น
ผู้ใช้สิทธิหลายคนเผยว่า “รู้สึกตื่นเต้นหลังจากที่รอคอยการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งอย่างเสรีมาถึง 17 ปี” ขณะที่ผลสำรวจชี้ว่าปัญหาการทุจริตและภาวะเงินเฟ้อเป็นประเด็นสำคัญที่สุดในการตัดสินใจลงคะแนน
มูฮัมหมัด ยูนุส ผู้ชนะรางวัลโนเบลและผู้นำรัฐบาลรักษาการที่จัดตั้งขึ้นหลังการโค่นล้มฮาสินา กล่าวก่อนหน้านี้ว่า “การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเลือกตั้งตามปกติ”
“การตื่นตัวของประชาชนที่เราได้เห็นต่อความโกรธ ความไม่เท่าเทียม ความขาดแคลน และความอยุติธรรมที่สะสมมานาน ได้รับการแสดงออกทางรัฐธรรมนูญในการเลือกตั้งครั้งนี้”
โดยการเลือกตั้งที่ผ่านมา ถูกคว่ำบาตรจากฝ่ายค้านท่ามกลางข้อครหาถึงความไม่โปร่งใสและมีการข่มขู่คุกคาม
ขณะที่การเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.มากกว่า 2,000 คน รวมถึงผู้สมัครอิสระจำนวนมาก เพื่อชิงเก้าอี้ สส. 300 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร และมีพรรคการเมืองเข้าร่วมแข่งขันอย่างน้อย 50 พรรค ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของประเทศ
โดยทหารกว่า 100,000 นายจากกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ จะให้ความช่วยเหลือตำรวจเกือบ 200,000 นายในการรักษาความสงบเรียบร้อย
หน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศจะปิดหีบในเวลา 16.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนจะเริ่มการนับคะแนนหลังจากนั้นไม่นาน โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งประเมินว่า น่าจะทราบแนวโน้มผลการเลือกตั้งเบื้องต้นช่วงประมาณเที่ยงคืน ส่วนผลการเลือกตั้งที่ชัดเจนอาจจะทราบในช่วงเช้าวันพรุ่งนี้ (13 กุมภาพันธ์)







อ้างอิง :


