วานนี้ (9 เมษายน) ที่ ศูนย์บัญชาการกรุงเทพมหานคร (BMA Command Center) อาคารธานีนพรัตน์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ดินแดง) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) และคณะผู้บริหาร ร่วมกันแถลงข่าวมาตรการดูแลความปลอดภัยช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2569
การปฏิบัติงานในครั้งนี้ กรุงเทพมหานครได้บูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเฉพาะกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) และกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ในการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาช่วยยกระดับความปลอดภัยให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวตลอด 24 ชั่วโมง ระหว่างวันที่ 10–16 เมษายน 2569 ผ่านศูนย์ BMA Command Center
โดยผู้ว่าฯ ชัชชาติ ได้สั่งการให้มีการนำข้อมูลมาประมวลผลในรูปแบบ Dashboard เพื่อให้ผู้บริหารและผู้บัญชาการเหตุการณ์สามารถมองเห็นภาพรวมของสถานการณ์ และนำไปสู่การตัดสินใจสั่งการได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
ไฮไลต์สำคัญของการรักษาความปลอดภัยในปี 2569 คือการนำระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ผสานเข้ากับเทคโนโลยี AI อย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะการใช้ระบบตรวจจับและจดจำใบหน้า ในพื้นที่จัดงานหลักอย่างถนนข้าวสารและถนนสีลม ซึ่งระบบดังกล่าวได้เชื่อมโยงกับฐานข้อมูลหมายจับของ CIB เพื่อคัดกรองและเฝ้าระวังบุคคลอันตราย หากพบผู้ต้องสงสัย ระบบจะส่งสัญญาณเตือนไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจภาคสนามให้เข้าตรวจสอบทันที
ขณะเดียวกัน ได้มีการปรับปรุงระบบนับจำนวนคนให้มีความแม่นยำยิ่งขึ้น โดย AI จะทำการตัดการนับซ้ำในกรณีที่มีผู้เข้าร่วมงานเดินเข้า-ออกหลายครั้ง เพื่อให้ได้ตัวเลขที่ใกล้เคียงความจริงที่สุด ควบคู่ไปกับการวิเคราะห์ความหนาแน่นของประชาชน แบบเรียลไทม์ เพื่อป้องกันปัญหาความแออัดเกินขีดจำกัดของพื้นที่
ทั้งนี้ ผลสัมฤทธิ์จากการทดลองใช้เทคโนโลยีดังกล่าวเมื่อช่วงสงกรานต์ปี 2568 พบว่า จากจำนวนผู้ร่วมงานกว่า 725,000 คนในพื้นที่ข้าวสารและสีลม ระบบสามารถตรวจพบบุคคลตามหมายจับได้ถึง 256 หมายจับ และนำไปสู่การจับกุมได้จริง 7 หมาย สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพของการใช้เทคโนโลยีเข้ามาเสริมกำลังเจ้าหน้าที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม
ปัจจุบัน กรุงเทพมหานครมีระบบกล้อง CCTV ครอบคลุมทั่วเมืองกว่า 65,000 ตัว โดยเฉพาะในพื้นที่จัดงานสำคัญ เช่น ถนนข้าวสาร (194 ตัว), ถนนสีลม (158 ตัว), ถนนโชคชัย 4 (392 ตัว), ถนนวัดเวฬุวนาราม (278 ตัว) และถนนทวีวัฒนา (139 ตัว) นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนในการเชื่อมโยงสัญญาณกล้องจากพื้นที่จัดงาน เช่น บรรทัดทอง จามจุรีสแควร์ และพัฒน์พงศ์ เข้าสู่ศูนย์ BMA Command Center อีกด้วย
ในมิติของการแพทย์ฉุกเฉินและการบรรเทาสาธารณภัย ศูนย์แห่งนี้ได้นำบทเรียนจากปีที่ผ่านมามาปรับปรุง โดยได้เชื่อมโยงข้อมูลผู้ป่วยเปราะบางพร้อมปักหมุดพิกัดที่พักอาศัยลงในแผนที่ เพื่อให้ทีมกู้ภัยสามารถเข้าช่วยเหลือได้ทันท่วงทีหากเกิดเหตุฉุกเฉิน ซึ่งทาง ผบช.น. ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ร่วมปฏิบัติงานกับ กทม. ในการรักษาเส้นทางฉุกเฉินอย่างเข้มงวด พร้อมขอความร่วมมือประชาชนงดปิดกั้นเส้นทางจราจร เพื่อให้รถพยาบาลสามารถปฏิบัติงานได้อย่างไร้รอยต่อ
สำหรับมาตรการด้านอื่นๆ กทม. ได้จัดตั้งกองอำนวยการร่วมในพื้นที่ เตรียมความพร้อมหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน รถดับเพลิง จุดบริการประชาชน และกำหนดเวลาสิ้นสุดการเล่นน้ำไม่เกิน 22.00 น. ในทุกพื้นที่ พร้อมกันนี้ ผู้ว่าฯ กทม. ได้แสดงความห่วงใยถึงปัญหาสุขภาพจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด โดยเตือนให้ประชาชนระวังโรคลมแดด (Heatstroke) ดื่มน้ำให้เพียงพอ และแนะนำให้ลงทะเบียนล่วงหน้าสำหรับการเข้าร่วมงานในพื้นที่เอกชนบางแห่ง เพื่อควบคุมความหนาแน่น
ในช่วงท้าย ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวย้ำว่า กทม. ไม่มีนโยบายลดกำลังเจ้าหน้าที่ แต่เทคโนโลยีจะเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ทำให้สามารถปรับกำลังจากส่วนกลางไปเสริมการทำงานในพื้นที่หน้างานได้มากขึ้น เพื่อการตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่รวดเร็วที่สุด
หากประชาชนพบเหตุด่วนเหตุร้าย สามารถแจ้งสายด่วนตำรวจ 191, เจ็บป่วยฉุกเฉิน 1669 และเหตุเพลิงไหม้หรือสาธารณภัย 199 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


