บริษัทพลังงานรายใหญ่ 3 แห่ง ได้แก่ บางจาก,IRPC และ OR ออกแถลงการณ์ชี้แจง ยืนยันว่าคลังน้ำมันของตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกักตุน หลังนายกรัฐมนตรีแถลงในวันเดียวกันว่าตรวจพบน้ำมันสูญหาย 57 ล้านลิตรจากการขนส่งไปยังคลังน้ำมัน 6 แห่งในจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมสั่งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) รับเรื่องเป็นคดีพิเศษ
3 บริษัทพลังงานยันบริสุทธิ์
บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ระบุว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคลังน้ำมันที่ปรากฏในข่าว โดยคลังน้ำมันของบริษัทในจังหวัดสุราษฎร์ธานี 2 แห่ง รวมถึงคลังที่เช่าใช้บริการอีก 1 แห่ง ได้รับการตรวจสอบจากหน่วยงานภาครัฐแล้ว ทั้งกรมธุรกิจพลังงาน DSI กรมเจ้าท่า และหน่วยงานด้านพลังงานในพื้นที่ ผลตรวจสอบพบว่าข้อมูลการรับ-จ่ายและปริมาณคงคลังสอดคล้องกับรายงานที่ส่งต่อหน่วยงานกำกับดูแล ไม่พบการกักตุนหรือการรั่วไหล
ในส่วนของการขนส่งน้ำมันทางเรือไปยังคลังที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี บริษัทระบุว่ามีการรายงานข้อมูลการขนส่งต่อกรมธุรกิจพลังงานอย่างต่อเนื่อง และไม่พบความผิดปกติ
ด้านบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) ชี้แจงว่าบริษัทมีสถานะเป็นผู้เช่าถังเก็บน้ำมันในจังหวัดสุราษฎร์ธานีเท่านั้น รับผิดชอบบริหารจัดการเฉพาะในส่วนที่เช่าใช้ ไม่มีอำนาจหรือส่วนเกี่ยวข้องในการควบคุมดูแลถังเก็บน้ำมันของผู้ประกอบการรายอื่นภายในคลังเดียวกัน
พร้อมยืนยันว่าสต็อกน้ำมันของบริษัทมีการแยกเก็บอย่างชัดเจน สามารถตรวจสอบได้ ไม่ปะปนกับสต็อกของผู้ประกอบการรายอื่น และกระบวนการรับ-จ่ายน้ำมันดำเนินไปตามปกติ
บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ให้ข้อมูลว่าคลังปิโตรเลียมและคลังน้ำมันทุกแห่งของบริษัทได้รับการตรวจสอบจากหน่วยงานภาครัฐหลายหน่วยตลอดเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นกรมธุรกิจพลังงาน สำนักงานพลังงานจังหวัด DSI กรมสรรพสามิต เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ และกรมการปกครอง ผลการตรวจสอบทุกแห่งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 เมษายน เจ้าหน้าที่ DSI พร้อมด้วยพนักงานสอบสวน ภ.จว. สุราษฎร์ธานี เข้าตรวจสอบคลังปิโตรเลียมสุราษฎร์ธานีทั้ง 2 จุดของ OR โดยตรวจสอบยอดรับ-จ่ายรายวันตลอดเดือนมีนาคม รวมถึงเปรียบเทียบปริมาณน้ำมันระหว่างเดือนกุมภาพันธ์กับมีนาคม ผลพบว่ายอดรับ-จ่ายและยอดคงคลังสอดคล้องกับข้อมูลที่รายงานต่อหน่วยงานกำกับดูแล ไม่พบพฤติการณ์กักตุนหรือการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย
รัฐบาลพบน้ำมันหาย 57 ล้านลิตร สั่ง DSI รับคดีพิเศษ
คำชี้แจงของทั้ง 3 บริษัทมีขึ้นหลังอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและผู้บริหารหน่วยงานด้านพลังงานหลายฝ่าย ร่วมแถลงว่าจากการตรวจสอบระบบขนส่งน้ำมันจนถึงวันที่ 1 เมษายน พบรูปแบบการกระทำผิดหลายลักษณะ ทั้งการประวิงเวลาขนส่งทางทะเลเพื่อรอราคาปรับขึ้น การปฏิเสธจ่ายน้ำมันจากคลังไปยังสถานีบริการ และการขนส่งออกนอกเส้นทางเพื่อกักตุน
พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ระบุว่าจากการตรวจสอบตั้งแต่ต้นทาง พบว่ามีเรือขนส่งน้ำมันไปยังคลัง 6 แห่งในจังหวัดสุราษฎร์ธานี รวม 96 เที่ยว ปริมาณน้ำมันที่ออกจากคลังต้นทาง 217 ล้านลิตร แต่ถึงปลายทางเพียง 160 ล้านลิตร ทำให้มีน้ำมันหายไป 57 ล้านลิตร
ทั้งนี้ เมื่อถามว่าโรงกลั่นมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมระบุว่าจากการตรวจสอบทั้งระบบเอกสารและการลงพื้นที่ ไม่พบว่าโรงกลั่นมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกักตุน
ด้าน พล.ร.อ. ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เลขาธิการ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) เปิดเผยว่าจากการวิเคราะห์ข้อมูลการเดินเรือ 96 เที่ยว พบพฤติกรรมผิดปกติ 20 เที่ยว คิดเป็นปริมาณน้ำมันรวมกว่า 50 ล้านลิตร ทั้งการชะลอเวลาขนส่งและพฤติกรรมจอดเทียบเรือกลางทะเลเป็นเวลานาน ซึ่งอาจเข้าข่ายการขนถ่ายน้ำมันกลางทะเล
อย่างไรก็ตาม คำชี้แจงของทั้ง 3 บริษัทไม่ได้ระบุว่าคลังน้ำมันที่ถูกตรวจพบความผิดปกตินั้นเป็นของผู้ประกอบการรายใด ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลก็ยังไม่ได้เปิดเผยรายชื่อผู้เกี่ยวข้องกับน้ำมันที่สูญหาย 57 ล้านลิตรอย่างเป็นทางการ ระบุเพียงแยู่ในระหว่างสอบสวน
ภาพ: Pk_camera / Shutterstock

