×

พูดคุยกับ ATEEZ ถึงช่วงเวลาที่มีความหมายและการเติบโตผ่านอัลบั้ม GOLDEN HOUR : Part.4

06.03.2026
  • LOADING...
ภาพสมาชิกวง ATEEZ ถ่ายแบบโปรโมตอัลบั้ม GOLDEN HOUR : Part.4

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ATEEZ กลายเป็นวงที่ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม พวกเขาเติบโตอย่างชัดเจนทั้งในด้านการทำเพลง การขึ้นชาร์ตในระดับสากล การก้าวขึ้นแสดงบนเวทีเวิลด์ทัวร์และเทศกาลดนตรีระดับโลก ในขณะเดียวกันแฟนคลับของพวกเขาอย่าง ATINY ก็มอบความรักและการสนับสนุนพวกเขากันอย่างเต็มที่มาตลอดเช่นกัน

 

ล่าสุดนี้ พวกเขาก็เพิ่งคัมแบ็กพร้อมกับอีพีอัลบั้มใหม่ GOLDEN HOUR : Part.4 เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งอัลบั้มนี้ไม่เพียงแสดงให้เห็นถึงทักษะทางดนตรีที่หลากหลาย แต่ยังเป็นผลงานที่สะท้อนถึงความสำเร็จ ความมั่นใจ และความทะเยอทะยานที่จะก้าวต่อไปอย่างไร้ขีดจำกัด ทั้งยังถ่ายทอดตัวตนของพวกเขาที่ผ่านประสบการณ์ต่างๆ มาอย่างเข้มข้นในฐานะศิลปินด้วย

 

และก่อนที่แฟนๆ ATINY ชาวไทยจะไปพบกับพวกเขาในคอนเสิร์ตวันที่ 4 เมษายนนี้ ณ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 5-6 THE STANDARD POP ขอชวนทุกคนมาอ่านบทสัมภาษณ์พิเศษจาก ATEEZ ที่พวกเขาแวะมาแชร์ทั้งเรื่องราวความสำเร็จบนชาร์ตเพลง มุมมองชีวิตที่เติบโตขึ้น เพลงโปรดที่อยากมอบให้ ATINY ไปจนถึงช่วงเวลา ‘Golden Hour’ ตลอดการทำงานในอัลบั้มล่าสุดนี้

 

ภาพสมาชิกวง ATEEZ ถ่ายแบบโปรโมตอัลบั้ม GOLDEN HOUR : Part.4 1

 

Golden Hour ถือเป็นช่วงเวลาพิเศษและมีความหมาย แล้วตอนที่พวกคุณทำเพลงในอัลบั้ม GOLDEN HOUR : Part.4 มีโมเมนต์ไหนบ้างที่ถือเป็น Golden Hour สำหรับคุณ

 

HONGJOONG: สำหรับผมน่าจะเป็นช่วงที่เราทำอัลบั้มเสร็จ หลังจากที่ซ้อมกันมาเกือบ 2 เดือน เพราะนั่นทำให้ผมนึกถึงพวกเราในช่วงเดบิวต์จริงๆ การได้เห็นพวกเราทั้ง 8 คนทุ่มเทอย่างหนักในการซ้อมท่าเต้นและการร้องเพลงต่างๆ ทำให้ผมคิดว่านั่นแหละที่เป็นโมเมนต์ Golden Hour ของผม

 

อะไรคือความแตกต่างระหว่าง GOLDEN HOUR : Part.4 และ Part.3

 

MINGI: ส่วนตัวผมคิดว่าตัวเพลงมีความแตกต่างที่ชัดเจนมากตั้งแต่ตอนแรกที่เราได้ฟัง อย่างเช่นเพลง Adrenaline ก็จะมีบีตดนตรีที่แข็งแรงมาก ซึ่งทำให้เห็นตัวตนของเราที่อยู่ในเพลงนี้และในอัลบั้มนี้ด้วย แต่ใน Part.3 อย่าง Lemon Drop มันจะมีอะไรบางอย่างที่ชิลมากกว่า เหมือนกับว่าจะนำเสนอความมั่นใจในแบบสบายๆ ที่เราสะสมมาตลอดจนถึงตอนนี้ ผมคิดว่านั่นคือจุดแตกต่างที่เห็นได้ชัดเลย

 

ผมเองไม่แน่ใจว่าจะมี Part.5 ออกมาหรือเปล่า แต่ผมคิดว่านั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้ผลงานใหม่ของพวกเราน่าตั้งตารอ นั่นแหละครับ ผมก็รอดูเหมือนกัน

 

มีเพลงแทร็กไหนจากอัลบั้ม GOLDEN HOUR : Part.4 ที่คุณอยากจะแนะนำให้ ATINY ลองฟัง และเพราะอะไรคุณถึงเลือกเพลงนี้ให้กับแฟนๆ

 

JONGHO: โอ้ เพลงที่ผมอยากจะแนะนำให้กับ ATINY ก็คือเพลง On The Road เพราะว่า… Adrenaline ก็ด้วย แล้วก็ NASA, Ghost และ Choose เพลงทั้งหมดจากอัลบั้มเลย เพราะทุกเพลงมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองครับ

 

จริงๆ ผมคิดว่า On The Road เป็นเพลงที่เต็มไปด้วยอารมณ์ลึกซึ้ง ในขณะเดียวกันก็ยังเต็มไปด้วยความหวัง ซึ่งถ้าเราเปรียบเทียบกับไตเติลแทร็กอย่าง Adrenaline ก็จะให้ความรู้สึกที่คอนทราสต์กัน จุดนี้จะทำให้ผู้ฟังค้นพบคอนเซปต์อีกด้านหนึ่งของอัลบั้มนี้ นี่ก็เลยเป็นเหตุผลว่าทำไมผมถึงอยากแนะนำเพลงแทร็กนี้ให้กับ ATINY

 

พวกคุณไปขึ้นแสดงที่ Coachella และเพลงของ ATEEZ ก็เพิ่งเข้าชาร์ตใหญ่ๆ ทั่วโลก รวมทั้ง Billboard Hot 100 ความสำเร็จเหล่านี้มีความหมายอย่างไรต่อพวกคุณ และนั่นทำให้พวกคุณรู้สึกกดดันหรือเปล่าในฐานะศิลปิน

 

SEONGHWA: แม้ว่าความสำเร็จระดับโลกเหล่านี้จะเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับพวกเรา แต่ผมคิดว่ามันก็เป็นของขวัญชิ้นพิเศษสำหรับ ATINY ที่พวกเขาเชื่อมั่นและคอยสนับสนุนพวกเรามาโดยตลอดเช่นกัน

 

ดังนั้นผมจึงรู้สึกดีใจมากที่สามารถแสดงผลลัพธ์เหล่านี้ให้ทุกคนได้เห็น และเหนือสิ่งอื่นใด ความสำเร็จเหล่านี้ไม่ได้กดดันพวกเราในฐานะศิลปิน แต่มันเป็นแรงขับเคลื่อนที่ดีมากๆ ซึ่งผมคิดว่ามันจะช่วยเป็นพลังให้เราอยากทำการแสดงให้ดีขึ้น แสดงในเวทีที่ใหญ่ขึ้น และมีความฝันที่ยิ่งใหญ่มากขึ้นในอนาคต

 

 

ในระหว่างที่แสดงเพลง Adrenaline พวกคุณคิดว่าเมมเบอร์คนไหนที่แสดงเพลงนี้ด้วยอะดรีนาลีนที่พุ่งพล่านที่สุด

 

SAN: ส่วนตัวผมจะขอเลือก MINGI นะ เพราะไม่ใช่แค่กับเพลง Adrenaline เท่านั้น แต่พลังในการแสดงของเขาในช่วงนี้มันสุดยอดจริงๆ แค่ได้แสดงไปพร้อมกับมองเขาบนเวที ผมก็รู้สึกตื่นเต้นตาม โชว์ของเขาช่วยให้ผมอินกับการแสดงได้อย่างเต็มที่ นั่นแหละครับคือเหตุผลที่ผมเลือกเขา

 

MINGI: นายก็เหมือนกันนะ SAN!

 

SAN: อะดรีนาลีนของ MINGI!

 

MINGI: ใช่เลยล่ะ ฉันรักนายนะ!

 

หลายคนบอกว่าความสัมพันธ์ของพวกคุณลึกซึ้งยิ่งกว่าครอบครัว อยากให้ลองเล่าว่าจากช่วงเป็นเด็กฝึกจนถึงตอนนี้ ความเป็นพี่น้องของพวกคุณเปลี่ยนไปยังอย่างไร แล้วความเข้าใจซึ่งกันและกันช่วยให้พวกคุณจัดการความฝันของตัวเองกับเป้าหมายของวงอย่างไรบ้าง?

 

YUNHO: เพราะเมมเบอร์ของเราอายุต่างกันไม่มาก ผมเลยคิดว่าเราเลยเป็นเพื่อนกันได้ง่าย ความสัมพันธ์พี่น้องของเราก็เติบโตเข้มแข็งได้มากกว่าด้วย แล้วพวกเราทุกคนก็มีความจริงใจในแบบเดียวกัน ก็คือมีความต้องการที่จะแสดงบนเวทีอย่างเต็มที่จริงๆ

 

สิ่งที่พวกเรามีเหมือนกันแบบนี้ช่วยให้เราเคารพซึ่งกันและกัน และผมก็เชื่อว่าสิ่งนี้เองที่ทำให้เราเติบโตไปด้วยกันได้พร้อมกับความเคารพและความใส่ใจกันเสมอ

 

เพลงของ ATEEZ มักจะมาพร้อมเรื่องราวของการก้าวไปข้างหน้าอย่างทะเยอทะยาน แฟนๆ ชาว ATINY เองก็มักจะบอกว่าเพลงของพวกคุณเป็นกำลังใจและสร้างแรงบันดาลใจให้พวกเขา แล้วตอนนี้พวกคุณมีอะไรที่สร้างแรงบันดาลใจให้ตัวเองบ้าง

 

SAN: อะไรดีนะ นายคิดว่าไง YEOSANG?

 

YEOSANG: ผมคิดว่าช่วงนี้ผมมักจะได้แรงบันดาลใจจากกลิ่นนะ อย่างช่วงนี้ผมก็อินกับกลิ่นน้ำหอมหรือพวกแฮนด์ครีมที่ผมชอบอะไรแบบนี้ แต่เวลาผมออกไปเดินเล่นข้างนอก แล้วแถวนั้นมีต้นไม้เยอะๆ มันก็จะมีกลิ่นเฉพาะตัวที่เราจะรู้สึกถึงได้แค่ในตอนนั้น ฉะนั้นแล้วเวลาที่ได้กลิ่นอะไรแบบนั้น ผมก็จะรู้สึกได้ว่าผมมีความคิดและอารมณ์หลายๆ อย่างเกิดขึ้นเหมือนกัน

 

ATEEZ: อันนี้เป็นวิธีที่ดีที่ช่วยผ่อนคลายได้จริงๆ นะ

 

ภาพสมาชิกวง ATEEZ ถ่ายแบบโปรโมตอัลบั้ม GOLDEN HOUR : Part.4 2

 

GOLDEN HOUR : Part.4 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของพวกคุณเอง ดังนั้นถ้าหาก ATEEZ สามารถให้คำแนะนำวัยรุ่นที่กำลังเผชิญหน้ากับความคาดหวังได้ พวกคุณจะบอกอะไรกับพวกเขาเกี่ยวกับการรักษาแพสชันของตัวเองไว้ ในขณะที่กำลังไล่ตามความฝันของตัวเองอยู่

 

YUNHO: จริงๆ แล้วเมมเบอร์ทุกคนต่างผ่านอุปสรรคและความท้าทายอะไรหลายอย่างในช่วงการเดบิวต์ ผมเลยคิดว่าวัยรุ่นก็จะได้สัมผัสประสบการณ์ต่างๆ เป็นครั้งแรกที่อาจจะกลายเป็นความท้าทายได้ เพราะฉะนั้นผมก็เลยอยากบอกทุกคนว่าไม่ต้องกลัวอะไร ขอให้กล้าเผชิญหน้ากับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

 

ผมหวังจากใจจริงว่าพวกเขาจะสามารถทำมันออกมาได้ดีโดยปราศจากความกลัว เพราะนี่คือวิธีที่คุณจะเติบโตและก้าวไปสู่ก้าวต่อไปของเส้นทางชีวิต และนั่นคือเหตุผลที่ผมอยากจะบอกพวกเขาว่า ‘เราไม่ต้องกลัวไปนะ’

 

ในช่วงนี้พวกคุณมักจะเดินทางกันอยู่ตลอด มีไอเท็มอะไรบ้างที่ขาดไม่ได้เวลาออกทัวร์

 

SAN: ไอเท็มนั้นจะเป็นอะไรดีนะ

 

SEONGHWA: ถ้าให้ยกตัวอย่างสักชิ้น… ผมชอบเอาแว่นตาว่ายน้ำติดตัวไปด้วย เพราะผมชอบว่ายน้ำมากเลย ผมจะชอบใช้สระน้ำโรงแรมเวลาผมออกไปข้างนอกไม่ได้ แล้วผมก็จะต้องเช็กให้แน่ใจตลอดว่าผมจะไม่ลืมแว่นตาว่ายน้ำ เป็นไอเท็มที่ขาดไม่ได้เลย

 

เราเพิ่งผ่านพ้นปีใหม่กันมาได้ไม่นาน แล้วปีนี้พวกคุณแต่ละคนมีเป้าหมายอะไรที่อยากจะทำให้สำเร็จไหม

 

WOOYOUNG: ก่อนอื่นเลยผมคิดว่าสุขภาพสำคัญที่สุด และอย่างที่เราพูดกันมาตลอด เป้าหมายของพวกเราในปีนี้ก็คือการสร้างความทรงจำต่างๆ กับ ATINY ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ผมคิดว่าเราอยากจะเติบโตให้ได้มากขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่แล้วครับ

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories