จากสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์กรณีสหรัฐอเมริกาเปิดฉากโจมตีอิหร่าน และมีการตอบโต้กันอย่างต่อเนื่องในช่วง 3 วันที่ผ่านมา มีผลกระทบต่อเส้นทางบินจากประเทศไทยไปตะวันออกกลางแล้ว จำนวน 162 เที่ยวบิน ผู้โดยสาร 2.4 หมื่นคน
วันนี้ (2 มีนาคม) ปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD WEALTH ถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับเที่ยวบินและจำนวนผู้โดยสารของท่าอากาศยานในประเทศไทย ระบุว่า ตลอดช่วง 3 วันที่ผ่านมา ล่าสุดวันนี้ (2 มีนาคม) มีเที่ยวบินที่ต้องยกเลิกการเดินทางรวมทั้งสิ้น 162 เที่ยวบิน จาก 4 ท่าอากาศยานที่อยู่ภายใต้การดูแลของ AOT ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารทั้งขาเข้าและขาออกรวมประมาณ 24,000 คน
อย่างไรก็ตาม ธรรมชาติของท่าอากาศยานในภูมิภาคตะวันออกกลางมักเป็นจุดแวะพักเปลี่ยนเครื่องบิน (Transit) ทำให้ผู้โดยสารประมาณ 40-50% ที่ไม่ได้มีปลายทางในตะวันออกกลาง สามารถเปลี่ยนเที่ยวบินหรือสายการบินเพื่อไป Transit ที่จุดอื่นแทนได้ เช่น เปลี่ยนไปแวะพักที่ ตุรกี หรือหากเดินทางไปยุโรปก็อาจเปลี่ยนไปแวะพักที่เวียนนา
ดังนั้น ขณะนี้ยืนยันว่าไม่มีผู้โดยสารตกค้างที่สนามบิน เนื่องจากผู้โดยสารส่วนใหญ่รับทราบสถานการณ์ล่วงหน้าว่าไม่มีเที่ยวบิน จึงเลือกที่จะพักรออยู่ในตัวเมืองแทนการเดินทางมายังสนามบิน โดยผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มที่รอเปลี่ยนเที่ยวบินซึ่งอาจใช้เวลาพักรอ 1-2 วัน และกลุ่มที่มีปลายทางในประเทศที่ปิดการจราจรทางอากาศ เช่น อาบูดาบี หรือ อิสราเอล กลุ่มนี้อาจจะต้องรอให้สถานการณ์คลี่คลายไปอีกระยะหนึ่ง

ปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT
ประเมินผลกระทบเบื้องต้นยังไม่รุนแรง เหตุกระทบเพียงบางเส้นทาง
ในด้านผลกระทบต่อภาพรวมการเดินทาง ปวีณาระบุว่า สถานการณ์ปัจจุบันยังไม่ถือว่ามีนัยสำคัญหรือรุนแรงจนน่าวิตก เนื่องจากเป็นเพียงการขาดหายไปของเส้นทางแวะพักบางเส้นทางอย่าง อาบูดาบี หรือ ดูไบ ซึ่งในภาพรวมของการคมนาคมทางอากาศ สายการบินสามารถปรับเปลี่ยนไปใช้เส้นทางอื่นได้
ปัจจุบันมีสายการบินที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ประมาณ 9 สายการบิน ซึ่งไม่ได้มีปริมาณผู้โดยสารหนาแน่นมากนัก
นอกจากนี้ สัดส่วนนักท่องเที่ยวที่เดินทางตรงจากกลุ่มประเทศตะวันออกกลางมายังประเทศไทยก็ถือว่ามีจำนวนน้อยมาก หรือไม่ถึง 10% ทาง AOT จึงประเมินเบื้องต้นว่า จำนวนผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้จริง ในช่วง 3 วันที่ผ่านมา อาจมีไม่ถึง 10,000 คน
ปวีณาเน้นย้ำว่า ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะนำประเด็นความขัดแย้งในตะวันออกกลางมาทบทวนเป้าหมายตัวเลขผู้โดยสารทั้งปีนี้ที่ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 130 ล้านคน เนื่องจากเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นได้เพียง 3-4 วัน โดยหลังจากนี้ AOT จะประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดว่าความขัดแย้งจะยืดเยื้อเป็นหลักเดือนหรือไม่ หากยืดเยื้อจึงจะสามารถประเมินผลกระทบรายวันได้อย่างชัดเจนว่า กระทบกับผู้โดยสารจำนวนเท่าใด และกระทบในช่องทางใดบ้าง
ภาพ: Nalidsa / Shutterstock

