วันนี้ (2 เมษายน) เวลา 12.40 น. ที่บริเวณด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการร่วมรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน
อนุทินกล่าวว่า วันนี้ตนได้นัดยศชนัน และจุลพันธ์มาร่วมรับประทานอาหาร รวมถึงหารือการทำงานร่วมกัน โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทยต่างมีพื้นฐานการทำงานร่วมกันมาก่อน เมื่อรัฐบาลได้ถวายสัตย์ปฏิญาณตนเรียบร้อยแล้ว การทำงานจะต้องเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งตนและยศชนันมีความคุ้นเคยกันมาก่อน สมัยที่ตนเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่เคยต่อสู้กับวิกฤตโควิด ตนได้รับคำแนะนำจากยศชนันมาก่อน
เมื่อถามว่า ยศชนันในฐานะรองนายกรัฐมนตรี ได้กำกับดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า “ครับผม” โดยยศชนันจะคุมคลัสเตอร์ทั้งหมดที่พรรคเพื่อไทยกำกับดูแล รวมถึงหน่วยงานต่างๆ ในสำนักนายกรัฐมนตรี
ขณะที่ยศชนันกล่าวเสริมว่า ขณะนี้เกิดวิกฤติหลายเรื่อง เราไม่สามารถทำงานแบบแบ่งกระทรวงได้ บางเรื่องจำเป็นต้องหารือในภาพรวม เมื่อรัฐบาลพร้อมที่จะทำงาน เราก็พร้อมที่จะทำงานทันที วันนี้เราต้องการหารือการทำงานอย่างชัดเจน เพื่อให้กระทรวงต่างๆ ทำงานสอดรับกัน เป็นไปตามแนวทางที่ได้แถลงต่อรัฐสภา เพื่อประเทศชาติและประชาชน
ทั้งนี้ ระหว่างการร่วมรับประทานอาหาร นายกรัฐมนตรีได้ชวนพูดคุยถึงทิศทางและแนวทางการทำงาน โดยการสื่อสารทั้งหมดจะต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ประเทศไทยต้องหลุดพ้นจากความขัดแย้ง และมุ่งหน้าไปสู่การแก้ปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชน
เมื่อถามว่า จากการหารือครั้งนี้ เรื่องใดจะเป็นนโยบายเร่งด่วน นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า นโยบายของพรรคต้องทำทันทีอยู่แล้ว
เมื่อถามว่าภาพรวมการทำงานของทั้งสองพรรคจะเป็นอย่างไร จะชื่นมื่นและกลมเกลียวหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขณะนี้ก็ยืนชนไหล่กันอยู่ เราจะทำงานในนามคณะรัฐมนตรี โดยไม่ได้คำนึงถึงพรรคใดพรรคหนึ่ง ก่อนหน้านี้อาจมีเรื่องที่ไม่เข้าใจกันหรือมีปัจจัยบางอย่าง
หลังจากนี้หวังว่าจะไม่มีอีก เพราะขณะนี้เราเปิดเส้นทางตรง คนในคณะรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยสามารถพูดคุยกับตนได้ตลอดเวลา ไม่จำเป็นต้องคุยกันเฉพาะวันที่มีการประชุมคณะรัฐมนตรีเท่านั้น หากมีเรื่องด่วนสามารถยกหูโทรศัพท์พูดคุยได้ทันที ไม่จำเป็นต้องส่งไลน์ หรือสามารถเดินทางมาพบตนได้เลย
เราทำงานโดยยึดผลลัพธ์ของงานเป็นเป้าหมาย รวมถึงการลงพื้นที่ก็จะลงพื้นที่ร่วมกัน โดยทุกวันจันทร์จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ เพื่อหารือทุกเรื่องด้านเศรษฐกิจ ก่อนเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันอังคาร
ขณะที่ยศชนันกล่าวว่า ต้องแยกเรื่องการเมืองออกจากการบริหารบ้านเมือง เพราะความมั่นใจของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ เมื่อเข้ามาบริหารประเทศ เราต้องทำงานในฐานะรัฐบาล ซึ่งเป็นการใช้ภาษีของประชาชน จึงไม่สามารถนำความขัดแย้งทางการเมืองมาปะปนได้
ดังนั้น ในการตอบคำถามขอให้มองในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล ช่วงสัปดาห์นี้และเดือนนี้ถือเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของประชาชนในหลายเรื่อง ตนได้พูดคุยกับนายกฯ ว่าเราพร้อมเดินหน้าทำงานทันที เพื่อก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆ
เมื่อถามว่า สิ่งลบของรัฐบาลที่ต้องสร้างความเชื่อมั่นคืออะไร ยศชนันกล่าวว่า คือความอ่อนไหวของสถานการณ์โลก ซึ่งไม่มีใครอยากให้เกิด เราต้องช่วยกันบริหารจัดการให้ดีที่สุด
เมื่อถามว่า การจับมือกับพรรคเพื่อไทยจะทำให้รัฐบาลอยู่ครบ 4 ปีหรือไม่ นายกรัฐมนตรีหัวเราะพร้อมอุทานว่า “โอ้โห” ก่อนที่ยศชนันจะกล่าวเสริมว่า เราต้องสนับสนุนกัน เพราะรัฐบาลต้องการเสถียรภาพ หากมีเสถียรภาพจะทำให้ต่างประเทศมีความเชื่อมั่นและเข้ามาลงทุนในประเทศไทย
เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยเห็นด้วยกับการยกเลิก MOU 44 หรือไม่ ยศชนันกล่าวว่า ต้องหารือในภาพรวม เพราะเป็นเรื่องที่เปราะบาง ขณะที่นายกรัฐมนตรีกล่าวเสริมว่า เป็นเรื่องนโยบาย เมื่ออยู่ร่วมรัฐบาลแล้ว นโยบายของพรรคร่วมก็ต้องนำมาปฏิบัติ โดยประธานรัฐสภาได้ประสานมาแล้ว การแถลงนโยบายจะเกิดขึ้นก่อนสงกรานต์ โดยวันที่ 6 เมษายนนี้ คณะรัฐมนตรีจะเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณ จากนั้นจะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อเห็นชอบนโยบาย ก่อนส่งต่อให้สมาชิกรัฐสภาศึกษา
เมื่อถามว่า นโยบายเรือธงของพรรคเพื่อไทย เช่น นโยบายสร้างเศรษฐีเงิน 1,000,000 วันละ 9 คน จะเดินหน้าต่อหรือไม่ ยศชนันกล่าวว่า เรื่องนี้เป็นรายละเอียดเชิงนโยบาย ทั้งนี้จะต้องดำเนินการตามกรอบนโยบายของรัฐบาล รวมถึงงบประมาณ และปัจจุบันเราไม่ได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล จึงต้องเคารพสิทธิของทุกฝ่าย
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เมนูอาหารที่นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยยศชนันและจุลพันธ์ร่วมรับประทานบนตึกไทยคู่ฟ้า ประกอบด้วย ข้าวหน้าไก่ ขนมผักกาด เกาเหลา และลูกชิ้นศรีย่าน










