วันนี้ (24 มีนาคม) ที่สถานีตำรวจนครบาลพระราชวัง ถนนมหาราช เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เข้าสักการะศาลปู่ดำ – ตราแผ่นดิน โดยมี ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พล.ต.ท. สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พ.ต.อ. ภาวัต วรรธสุภัทร ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลพระราชวัง ข้าราชการตำรวจ และประชาชนเข้าร่วมพิธี
เวลา 08.40 น. นายกรัฐมนตรีเดินทางถึง และเข้าที่นั่งที่จัดไว้ ณ บริเวณพิธีบวงสรวง ก่อนจะทำการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในศาล ได้แก่ ปู่ดำ พระภูมิเจ้าที่ ตราแผ่นดิน พระแม่ธรณี และรูปยืนหลวงปู่มหาศิลา จากนั้นรับฟังประวัติความเป็นมาของศาลปู่ดำ – ตราแผ่นดิน
จากนั้นเวลา 09.09 น. นายกรัฐมนตรีเป็นประธานจุดธูปเทียนหน้าเครื่องบวงสรวง เพื่อบวงสรวงและอัญเชิญตราแผ่นดิน ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์สูงสุดอันศักดิ์สิทธิ์ที่สะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นชาติ และความผูกพันกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ก่อนที่พราหมณ์จะกล่าวโองการและทำพิธีบวงสรวง จากนั้นนายกรัฐมนตรีโปรยข้าวตอกดอกไม้ และเป็นอันเสร็จพิธี
สำหรับประวัติความเป็นมาตราแผ่นดิน เริ่มนำมาใช้ในรัชกาลที่ 5 และใช้จริงเต็มรูปแบบตั้งแต่ปี พ.ศ. 2453 เป็นต้นมา นับอายุจนถึงปัจจุบันประมาณ 116 ปี โดยตราแผ่นดินที่ประดิษฐานอยู่ภายในสถานีตำรวจนครบาลพระราชวัง ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งพระราชอำนาจและความยุติธรรมของแผ่นดิน ซึ่งตำรวจถือเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ภายใต้สัญลักษณ์นี้ เพื่อพิทักษ์รักษากฎหมายและดูแลความสงบสุขของประชาชน ทั้งนี้ ภายในตราแผ่นดินมีคาถาภาษาบาลีจารึกบนแถบด้วยอักษรไทย เป็นข้อความว่า “สพฺเพสํ สงฺฆภูตานํ สามคฺคี วุฑฺฒิสาธิกา” แปลว่า “ความพร้อมเพรียงของบุคคลทั้งปวง ผู้อยู่เป็นหมวดหมู่กัน ย่อมเป็นเครื่องทำความเจริญให้สำเร็จ”
ช่วงที่ผ่านมา อนุทิน ได้เดินทางมากราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในศาลปู่ดำและตราแผ่นดิน ระหว่างการบูรณะ รวมทั้งสิ้น 4 ครั้ง ดังนี้ ครั้งที่ 1 วันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 ครั้งที่ 2 วันอังคารที่ 3 มีนาคม 2569 ครั้งที่ 3 วันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม 2569 และครั้งที่ 4 พิธีบวงสรวงศาลปู่ดำ – ตราแผ่นดิน วันอังคารที่ 24 มีนาคม 2569









