วันนี้ (23 มกราคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ส่งหนังสือเชิญเกี่ยวกับ Comprehensive Plan to End the Gaza Conflict และข้อริเริ่มของสหรัฐฯ ในการจัดตั้งคณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace) ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียดว่า ได้รับจดหมายดังกล่าวแล้ว พร้อมระบุว่าจดหมายน่ารักมาก เนื่องจากโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ได้ลงลายเซ็นอย่างเป็นทางการ แต่ลงนามเพียงชื่อว่า ‘โดนัลด์’
ทั้งนี้ รัฐบาลได้รับทราบเจตนาแล้ว และได้ตอบกลับไปว่าขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในสถานะรัฐบาลรักษาการ จึงไม่สามารถผูกพันใดๆ กับรัฐบาลชุดใหม่ได้ แต่จะส่งเรื่องดังกล่าวต่อให้รัฐบาลชุดถัดไปพิจารณา หากยังเป็นเรื่องที่ค้างอยู่ ก็ขอให้พิจารณาให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศไทย
สำหรับการเข้าร่วมคณะกรรมการสันติภาพจะมีผลดีผลเสียอย่างไรนั้น อนุทินกล่าวว่า ผลดีมีอยู่มาก ทั้งในเรื่องการสร้างสันติภาพ ความสงบสุข และการสร้างเครือข่ายในระดับนานาชาติ ส่วนผลเสียคือมีค่าใช้จ่ายจำนวนมาก จึงขึ้นอยู่กับรัฐบาลใหม่ว่าจะตัดสินใจอย่างไร หากเสียเงินไปแล้วต้องได้ประโยชน์กลับมาหลายด้าน และไม่เป็นการตอบสนองความต้องการของประเทศใดประเทศหนึ่งเป็นการเฉพาะ ซึ่งเรื่องนี้จำเป็นต้องนำมาพิจารณาอย่างรอบคอบ อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ตนทำได้เพียงส่งต่อเรื่องดังกล่าวเท่านั้น
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงข้อสังเกตว่าทำไมจึงมีการส่งหนังสือมาในช่วงเวลานี้ อนุทินกล่าวว่า ขออย่าไปคิดอะไรมาก เพราะการทำงานของรัฐบาลยังคงต้องดำเนินต่อไปตามหน้าที่
เมื่อผู้สื่อข่าวว่า กรณีจะถูกเชื่อมโยงกับปัญหาชายแดนที่ประเทศไทยกำลังแก้ไขอยู่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า จดหมายดังกล่าวไม่ได้ส่งมาเฉพาะกรณีข้อพิพาทระหว่างไทยกับกัมพูชาเท่านั้น แต่มีการส่งไปยังอีกหลายสิบประเทศ โดยมีทั้งประเทศที่ตอบรับ ประเทศที่อยู่ระหว่างพิจารณา และประเทศที่ไม่เห็นด้วย ซึ่งกรณีของประเทศไทยยังไม่สามารถพิจารณาได้ในขณะนี้ จึงขอเวลาอีกระยะหนึ่ง
เมื่อผู้สื่อข่าวว่า กรณีที่ประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรปไม่เห็นด้วยเลยนั้น อนุทินชี้แจงว่า เนื่องจากภูมิรัฐศาสตร์ของแต่ละประเทศแตกต่างกัน
เมื่อผู้สื่อข่าวว่า ประเด็นที่มีการส่งหนังสือถึงกัมพูชาก่อนไทยนั้น ขออย่าไปคิดมาก ไม่ว่าจะส่งถึงประเทศใดก่อน ต่างก็ได้รับในช่วงเวลาเดียวกัน การคิดมากเกินไปจะทำให้เปลืองพื้นที่สมอง ขอให้คิดในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศจะดีกว่า
เมื่อถามว่า หากพรรคภูมิใจไทยได้เป็นรัฐบาลในครั้งหน้า จะพิจารณาเรื่องนี้อย่างไร อนุทินกล่าวว่า ต้องพิจารณาตามสถานการณ์ ไม่ใช่เฉพาะปัญหาระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้านเท่านั้น แต่ต้องดูภาพรวมของภูมิภาคและการเชื่อมโยงกับประชาคมโลก เพราะประเทศไทยไม่ได้เป็นประเทศที่การแสดงความเห็นจะส่งผลต่อการตัดสินใจของประเทศอื่นโดยตรง ทุกเรื่องมีทั้งข้อดีและข้อเสีย
เมื่อถูกถามย้ำว่า แม้จะบอกว่าไม่อยากให้คิดมาก แต่ควรต้องคิดเผื่อไว้หรือไม่ เนื่องจากชื่อของอนุทินถูกจับตาว่าอาจกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง อนุทินกล่าวว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชน


