×

เลือกตั้ง 2569 : อนุทิน บอกคนละครึ่ง ต่างนโยบายเศรษฐีเงินล้าน ชี้แจกวันละ 9 คน 2 หมื่นปีคนไทยถึงจะรวยครบ แนะย้อนดูสมัยแจกเงินหมื่น ไม่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจแถมทำไม่จบ

โดย THE STANDARD TEAM
25.01.2026
  • LOADING...
อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กำลังให้สัมภาษณ์ที่ตลาดห้วยเดื่อ จังหวัดหนองบัวลำภู เกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจ

วันนี้ (23 มกราคม) เวลา 13.30 น. ที่ตลาดห้วยเดื่อ จังหวัดหนองบัวลำภู อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงนโยบายประชานิยมของพรรคเพื่อไทย ตามนโยบายเศรษฐีเงินล้าน วันละ 9 คน ว่า มีความแตกต่างกับนโยบายคนละครึ่ง ซึ่งนโยบายคนละครึ่งเป็นการลงทุนร่วมกัน ทำให้เศรษฐกิจขยายตัว มีการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น และมีเงินหมุนเวียนในตลาด เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ได้เป็นการแจกเงินประชาชน ซึ่งแตกต่างกันชัดเจน

 

เมื่อถามว่า การแจกเงินจะมีข้อดีข้อเสียอย่างไร และจะจัดเก็บภาษีได้จริงหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า ที่ผ่านมาเห็นแล้วว่านโยบายเงินหมื่นไม่ได้มีการกระตุ้นเศรษฐกิจแต่อย่างใด และทำได้ไม่จบ จึงไม่สามารถประเมินได้ แต่นโยบายคนละครึ่งแทบจะไม่ต้องประเมินในเชิงวิชาการเลย เรารับรู้ถึงความพึงพอใจของพี่น้องประชาชนว่าเขาต้องการแค่ครึ่งๆ ตามนโยบายคนละครึ่งก็แฮปปี้แล้ว ไม่ได้ต้องการเพิ่มอัตรามากกว่านี้

 

เมื่อถามว่า การแจกเงินประชาชนจำนวนมากจะมีผลเสียอะไรหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า ต้องดูเรื่องงบประมาณที่ต้องมีความชัดเจน นโยบายที่จะเอามาแข่งในลักษณะนี้ประมูลไม่ได้ ดังนั้น สิ่งที่บอกกับประชาชนต้องมีการเตรียมแผน ไม่ใช่นโยบายรายวัน ไม่ใช่เห็นคู่แข่งทำนโยบายอะไรขึ้นมาแล้วจะไปโปะมาออนท็อป เชื่อว่าประชาชนแยกแยะได้

 

เมื่อถามต่อว่า จะทำให้ประชาชนไม่รักษาวินัยการเงินหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า การให้เงินเปล่าๆ กับพี่น้องประชาชน หากจะทำต้องทั่วถึง ซึ่งการแจกประชาชนคนละ 1 ล้านบาท วันละ 9 คน คำถามคือ 9 คนนั้นคือใคร แม้ไม่อยากก้าวล่วงนโยบายพรรคอื่น แต่สมมติว่าวันละ 9 คน เท่ากับวันละ 9 ล้านบาท หากคิดว่ายอดเงินประมาณ 3,000 กว่าล้านบาทไม่มาก แต่เมื่อประชากรไทยมีราว 70 ล้านคน ต้องใช้เวลาเกือบ 2 หมื่นปี กว่าพี่น้องประชาชนจะได้รับครบ คำถามคือจะทั่วถึงหรือไม่ ใครจะได้บ้าง และมีการเตรียมกฎหมายรองรับหรือไม่ ซึ่งไม่สามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้ เพราะเป็นนโยบายของพรรคอื่น

 

อนุทิน ยังกล่าวถึง ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ที่ระบุว่าหลังเลือกตั้งจะเหลือขั้วการเมืองแค่สองขั้วคือขั้วสีส้มและขั้วสีน้ำเงิน ดังนั้นควรเลือกเชิงยุทธศาสตร์เพื่อให้คะแนนไม่แตก โดยระบุว่า อย่างที่ตนเคยพูดไม่สามารถไปวิพากษ์วิจารณ์ความคิดของคนอื่นได้ ตนทำงานตามบทบาทของตน

 

โดยตนไม่เคยพูดถึงคนอื่น และไม่มีความวิตกกังวลต่อนโยบายของพรรคการเมืองอื่น เราแข่งกันทำนโยบายที่ดีเพื่อพี่น้องประชาชน ฉะนั้นคนที่มีความมั่นใจจะไม่ด้อยค่าคนอื่น คนที่ปราศรัยก็ควรพูดแต่เรื่องของตนเอง แต่ส่วนใหญ่มักจะพาดพิงพรรคอื่นๆ ซึ่งตนคิดว่าไม่เป็นประโยชน์อะไรกับพี่น้องประชาชน แต่เป็นการปกปิดความผิดพลาดหรือข้อด้อยของตัวเอง

 

เมื่อถามว่า พรรคภูมิใจไทยถูกมองว่าเป็นพรรคฝ่ายอนุรักษ์นิยม ถึงเวลาแล้วหรือไม่ที่ฝ่ายนิยมต้องเทคะแนนให้พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน กล่าวว่า หากพรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคอนุรักษ์นิยม ตนคงเป็นแค่รัฐมนตรีช่วยว่าการอยู่แค่นั้น ซึ่งการทำงานของตน หากตัดสินใจแล้วก็จะตัดสินใจอย่างรวดเร็ว และนึกถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก การอนุรักษ์ก็เป็นสิ่งที่ดีๆ ของประเทศอยู่แล้ว ส่วนอะไรที่ต้องพัฒนาหรือปรับปรุงก็ไม่เคยลังเล รีบตัดสินใจ

 

เมื่อถามว่ากลุ่มที่รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ควรเทคะแนนให้พรรคภูมิใจไทยหรือไม่ เพื่อป้องกันเสียงแตก อนุทิน กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยขอคะแนนจากทุกฝ่าย และมั่นใจว่า ประชาชนมีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พรรคภูมิใจไทยได้นำเสนอผลงานต่างๆ แม้จะเข้ามาเป็นรัฐบาลในระยะเวลาสั้นๆ

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising