วันนี้ (20 กุมภาพันธ์) เวลา 14.10 น. ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ระบุว่า รัฐบาลแก้รัฐธรรมนูญแบบเดินอ้อม แต่สถานบันเทิงครบวงจรกลับเดินหน้าเต็มสปีดว่า คนไม่รู้เรื่องพูดออกไปก็เสียหาย เขาคุยกันมากี่เดือนต่อกี่เดือนแล้วเรื่องก็ยังไม่จบ ร่างกฎหมายสถานบันเทิงครบวงจรยังไม่ผ่าน ยังไม่บรรจุเลย ส่วนเรื่องแก้รัฐธรรมนูญมาถามตนไม่ได้ ต้องไปถามพรรคเพื่อไทยเพราะตนไม่ใช่คนเริ่ม
เมื่อถามว่าพริษฐ์ต้องการให้รัฐบาลมีเจตจำนงแก้รัฐธรรมนูญให้ชัดเจนหรือไม่ อนุทินกล่าวว่า เรื่องนี้เป็นกฎหมายที่เสนอโดยพรรคการเมืองผ่านระบบนิติบัญญัติ ไม่ได้ผ่านฝ่ายบริหารหรือคณะรัฐมนตรี (ครม.) และไม่มีการหารือเรื่องนี้ในที่ประชุม ครม. ดังนั้นไม่เกี่ยวข้องกัน อย่าไปโยง มันถูกต้องแต่อาจจะไม่ถูกใจ แต่เราก็ต้องเอาความถูกต้องไว้ก่อน และในเมื่อไม่ได้ผ่านที่ประชุม ครม. ก็ถือว่าไม่เป็นกฎหมายของรัฐบาล
เมื่อถามว่าพริษฐ์มองว่ามีการแลกดีลอะไรกันหรือไม่ระหว่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และกฎหมายสถานบันเทิงครบวงจร อนุทินกล่าวว่า “ไม่มี ต้องไม่มโน มโนไปเรื่อยๆ มันก็จะมีวาทกรรม เรื่องประเทศชาติและประชาชนไปแลกดีลอะไรกันได้ ประชาชนหรือเปล่า ถ้ารัฐธรรมนูญแก้ไขแล้วเป็นประโยชน์กับประชาชน อย่าว่าแต่ยกมือเดียว จะยกสองมือเลย แต่หากเป็นประโยชน์ต่อคนคนเดียวหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง อย่างไรก็ไม่ผ่านหรอก”
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคประชาชนดันทุรังไปหรือไม่ อนุทินร้องโอ๊ย พร้อมกล่าวว่า คนเรามันต้องดันทุรัง คำว่าดันทุรังไม่ใช่คำเสียหาย แต่ต้องดูว่าอะไรที่ทำได้แล้วถูกกฎหมาย เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมสูงสุด อันนี้ต้องดันทุรัง ใครมาขวางก็ต้องแก้ให้ได้ แต่ต้องเป็นไปตามระบบนิติธรรมและจริยธรรม
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การทำประชามติสามารถทำ 2 ครั้งได้ มองว่า ครม. จะต้องเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญประกบไปด้วยหรือไม่ อนุทินกล่าวว่า ต้องไปถาม ครม. ว่าแต่ละพรรคการเมืองที่ร่วมรัฐบาลมีนโยบายอย่างไร แต่หากถามพรรคภูมิใจไทยเราบอกแล้วว่า ต้องไม่แตะหมวด 1 หมวด 2 รวมถึงมาตรา 112 ต้องไม่เปลี่ยนและไม่ปรับ ส่วนเรื่องอื่นๆ ก็ค่อยมาหารือกัน