โครงสร้าง ครม. อนุทิน 2 สะท้อนภาพลักษณ์การเมืองไทยที่เปลี่ยนผ่านสู่ยุค ‘ภูมิใจไทยสไตล์’ อย่างเต็มรูปแบบ โดย ครม.ใหม่นี้มีเพียง 2 พรรคการเมือง แกนนำหลักจากพรรคภูมิใจไทย สีน้ำเงิน และอีกพรรคร่วมค่ายสีแดง อย่างพรรคเพื่อไทย
หากเทียบเคียง ครม. ที่ผ่านมา จะพบว่า มี 10 รัฐมนตรีที่ยังรักษาเก้าอี้เหนียวแน่นในตำแหน่งเดิม โดยเฉพาะกลุ่มแกนนำหลักของภูมิใจไทยที่คุมกลไกมหาดไทย คมนาคม และการเมืองท้องถิ่นไว้ได้อย่างเบ็ดเสร็จ
6 ตำแหน่ง ที่มีการขยับขยาย การจัดวางขุนพลเทคโนแครตระดับมืออาชีพอย่าง เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และการอัปเกรด ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ขึ้นแท่นรองนายกฯ ควบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ชี้ให้เห็นว่าอำนาจในการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจมหภาคถูกโอนย้ายไปอยู่ในมือของ ‘ผู้เชี่ยวชาญ’ ที่เชื่อมโยงกับกลุ่มทุนและกลไกอำนาจเดิมมากกว่าขุนพลสายตรงจากพรรคการเมือง
ในขณะเดียวกัน ฝั่ง ‘เพื่อไทย’ ถูกปรับบทบาทจากการเป็น ‘ผู้นำเศรษฐกิจ’ ไปสู่การเป็น ‘ผู้ดูแลสังคมและฐานมวลชน’ มากขึ้น โดยมีชื่อหน้าใหม่และกลุ่มขยับขยายที่เข้าไปรับผิดชอบงานด้านเกษตรฯ, แรงงาน, ศึกษาฯ และ พม. การปรับเปลี่ยนนี้สะท้อนภาวะจำยอมทางการเมืองที่ต้องรับภาระในกระทรวงที่มีแรงเสียดทานสูงและต้องเผชิญหน้ากับความคาดหวังของประชาชนโดยตรง
อีกด้าน ของ ครม.อนุทิน 2 ทำให้เห็นการหลุดโผของกลุ่มอำนาจเดิมและขุนพลหลายคนยังบ่งบอกถึงการ ‘ล้างไพ่’ พรรคกล้าธรรม พรรคพลังประชารัฐ และพรรครวมไทยสร้างชาติ เพื่อจัดสรรผลประโยชน์ใหม่ที่เน้นความนิ่งของเสถียรภาพรัฐบาล ภายใต้การนำของนายกฯ จากพรรคสีน้ำเงินที่ก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางอำนาจใหม่อย่างแท้จริง

ภาพ: ณัฏฐ์กานต์ ดวงมาตย์พล
เกาะติดความเคลื่อนไหว หลัง เลือกตั้ง 2569 : อัปเดตข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ และ ผลการเลือกตั้ง 2569
https://thestandard.co/election2569/


