วันนี้ (9 กุมภาพันธ์) อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ในรายการ ‘กรรมกรข่าว นอกจอ’ โดยกล่าวขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวไทยที่มอบความไว้วางใจให้พรรคภูมิใจไทย จนคว้าชัยชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย เป็นพรรคอันดับ 1 พร้อมย้ำความตั้งใจที่จะทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีที่ดีของประชาชนทุกคน และระบุว่ารู้สึกดีใจและปลาบปลื้มใจอย่างมาก
สำหรับผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ พรรคภูมิใจไทยได้ สส. เกือบ 200 ที่นั่ง แบ่งเป็น สส. เขต 175 ที่นั่ง และ สส. บัญชีรายชื่อ 19 ที่นั่ง ซึ่งถือว่าเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับการเลือกตั้งปี 2566 อนุทินยอมรับว่าตัวเลขดังกล่าวสูงเกินความคาดหมาย เดิมประเมินไว้ว่าจะได้ประมาณ 130–170 ที่นั่งเท่านั้น ส่วนที่เคยกล่าวไว้ในรายการว่าจะได้ถึง 200 ที่นั่งนั้น เป็นการประเมินจากบรรยากาศในสนามเลือกตั้ง ประกอบกับผลโพลและการวิเคราะห์ต่างๆ
รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/
อนุทินมองว่าผลคะแนนครั้งนี้ยิ่งกว่าแลนด์สไลด์ เพราะสะท้อนถึงความไว้วางใจและความคาดหวังจากประชาชน ซึ่งถือเป็นแรงกดดันและพันธะที่พรรคต้องนำไปสู่การทำงานเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนให้ได้มากที่สุด
เมื่อถูกถามถึงคำให้สัมภาษณ์ก่อนการเลือกตั้ง ที่ระบุว่าหากไม่ได้เป็นพรรคอันดับ 1 ก็ต้องเป็นที่ 1 ของขั้วรัฐบาล อนุทินยอมรับว่า ได้เผื่อใจไว้จนถึงช่วง 17.00 น. หลังปิดหีบเลือกตั้ง แม้ไม่คิดว่าจะได้อันดับ 2 แต่ก็มีความหวั่นเกรงและไม่ประมาทคู่แข่ง โดยประเมินศักยภาพของคู่แข่งในระดับสูงมาโดยตลอด ทั้งณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ซึ่งเป็นคนมีความรู้ ทำการบ้านหนัก และตั้งใจทำงานเพื่อประเทศ รวมถึง ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ที่ตนให้ความนับถือ เพราะไม่เคยใช้วาจาโจมตีหรือกล่าวร้ายผู้อื่น
อนุทินกล่าวอีกว่า ตนติดตามสถานการณ์และการวิเคราะห์จากทุกพรรคอย่างใกล้ชิด รวมถึงติดตามกระแสในโซเชียลมีเดียตลอดเวลา จนที่ปรึกษาใหญ่ถึงกับบอกให้ภรรยายึดโทรศัพท์ไว้ในช่วงสัปดาห์สุดท้าย เพราะเกรงว่าจะกระทบต่อความเชื่อมั่น แต่ตนยึดหลัก ‘พหูสูต รู้มากไว้ก่อน’ และเชื่อว่าสามารถรับแรงกดดันได้
เมื่อถูกถามว่าที่ปรึกษาใหญ่หมายถึง เนวิน ชิดชอบ หรือไม่ อนุทินหัวเราะก่อนตอบว่า ‘ใหญ่ๆ หลายคน’ พร้อมชี้แจงกรณีการย้ายทะเบียนบ้านไปอยู่บ้านเนวิน และไปใช้สิทธิเลือกตั้งด้วยกันว่า เป็นสิ่งที่ปฏิบัติมาโดยตลอด ตั้งแต่ช่วงที่รัฐธรรมนูญฉบับ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ใช้ระบบบัญชีรายชื่อแบบแบ่งกลุ่มจังหวัด จึงจำเป็นต้องย้ายทะเบียนบ้าน และทำเช่นนี้ทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งใหญ่หรือเลือกตั้งท้องถิ่น โดยมักจะไปพบปะ พูดคุย และรับประทานอาหารร่วมกันเสมอ ถือเป็นความสัมพันธ์แบบพี่น้องที่ไม่ลืมที่มาที่ไป ล้มลุกคลุกคลานและเกื้อกูลกันมา พร้อมกล่าวถึงภาพหยอกล้อในอดีตว่าเป็นความผูกพันฉันพี่น้องที่มีความปรารถนาดีต่อกันมาโดยตลอด
อนุทินยังย้อนเล่าถึงจุดเริ่มต้นของการทำงานทางการเมืองร่วมกับเนวิน ว่าจังหวะชีวิตของตนถือว่าดี ไม่เคยมีปัญหากับใคร พร้อมเปรียบเปรยถึงที่มาและเส้นทางชีวิตทางการเมืองของแต่ละคน ที่ล้วนมีทั้งความสำเร็จ ความผิดหวัง และบทเรียน พร้อมย้ำถึงความผูกพันในเชิงครอบครัว มีรสนิยมและวิถีชีวิตคล้ายกัน เป็นคนติดดิน ไม่ยึดพิธีรีตอง และร่วมกันสร้างพรรคภูมิใจไทยให้มีที่ยืนทางการเมืองอย่างเหมาะสมในแต่ละช่วงเวลา
ส่วนกระแสที่สังคมมองว่าอนุทินเป็นผู้ออกหน้า ขณะที่เนวินอยู่เบื้องหลังนั้น อนุทินระบุว่าเป็นสิ่งที่ทุกคนทราบดีว่าในแต่ละช่วงเวลาใครเหมาะสมกับบทบาทใด พร้อมยืนยันว่าไม่เคยมีการวางแผนล่วงหน้าในการถอนตัวออกจากรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร แต่อย่างใด โดยขอบคุณที่ให้ออกจากรัฐบาล และขอบคุณ MOU พรรคประชาชน
พร้อมกันนี้ยังยืนยันจะเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญตามมติประชาชนที่ให้ความเห็นชอบ โดยไม่มีการชะลอ และปฏิเสธข้อกล่าวหาว่ามีอำนาจทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พร้อมตั้งคำถามว่า สว. เป็นของพรรคภูมิใจไทยตรงไหน
อนุทินยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยเดินตาม MOU กับพรรคประชาชน หลังจากนี้ต้องพิจารณารายละเอียดร่างต่าง ๆ ว่ามีบทบัญญัติใดบ้างที่ต้องการแก้ไข
ส่วนเรื่องอำนาจ สว. ย้ำว่าปัจจุบันไม่มีอำนาจในการเลือกนายกรัฐมนตรีแล้ว และถูกจำกัดบทบาทไว้ การจะแก้ไขอำนาจ สว. หรือองค์กรอิสระ ต้องดูธรรมชาติขององค์กรนั้นๆ ด้วย ไม่ใช่ ‘ได้คืบจะเอาศอก’ เพราะการเมืองยังมีทั้งคนรุ่นใหม่และคนมีประสบการณ์ ต้องค่อยเป็นค่อยไป เช่น หากผ่านวาระ 1-2 ก็ยังมีบริบทให้พูดคุยกันได้ หากตัดการเจรจาไปเลยก็จะลำบาก เพราะยังไม่ใช่ ‘the end of the world’ พร้อมย้ำว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามขั้นตอนกระบวนการ ต้องอยู่บนโลกแห่งความเป็นจริง และเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับผู้คนที่มีสถานภาพแตกต่างจากเราให้ได้มากที่สุด
ส่วนการจับมือร่วมรัฐบาล หากมี 3พรรค คือ พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย พรรคกล้าธรรม จะรวมเสียงได้ 300 เสียงกว่า อนุทิน เราควรจะมีรัฐบาลที่เข้มแข็ง ทำงานได้
เมื่อถามว่าโทรติดต่อแล้วหรือไม่ อนุทิน ระบุว่า ตนต้องรอให้ตัวเลขทั้งหมดนิ่งก่อน อย่าเพิ่งทำอะไรตอนนี้ เรามีขนบธรรมเนียม และมีสิ่งปฏิบัติที่เข้าใจได้ ในระบบไทยๆ โดยขอให้ความมั่นใจต่อประชาชนว่าทุกอย่างจะไม่มี ข้อสงสัยไม่มีข้อชนะไม่มีการลังเล ในการที่จะทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้เกิดขึ้นกับประเทศของเรา
ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคประชาชน ถือเป็นฝ่ายค้านที่น่ากลัว อนุทิน กล่าวว่า ถ้าโกงก็น่ากลัวมาก แต่ถ้าคิดดีตั้งใจทำงาน นึกโหวตเตอร์และประชาชน และนึกถึงประชาชนที่ไม่ได้เรา ก็ไม่มีอะไรที่ต้องกลัว
สุดท้ายอนุทินได้ขอบคุณพรรคประชาชน ถ้าหากไม่มีเขาในวันนั้น ก็ไม่มีเราในวันนี้ รวมไปถึงคำด่าของพรรคอื่นด้วย เพราะในคำด่าก็มีคำแนะนำด้วย
เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/


