×

เมื่อ AI ทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น โจทย์ใหญ่ของไทยคือจะยังสร้างคนที่คิดเองเป็นได้หรือไม่?

24.03.2026
  • LOADING...
ภาพประกอบแนวคิด AI, การศึกษา และการพัฒนาทักษะมนุษย์ในการคิดวิเคราะห์ในยุคดิจิทัล

โจทย์ของไทยไม่ใช่แค่วิ่งให้ทัน AI แต่ต้องไม่เผลอสร้างสังคมที่เก่งใช้เครื่องมือ แต่เลิกฝึกมนุษย์

 
 

ประเด็นสำคัญ

 

 

เมื่อ AI ทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น โจทย์ใหญ่ของไทยคือ จะยังสร้างคนที่คิดเองเป็นได้หรือไม่

 

ในวันที่ AI สามารถสรุปข้อมูล เขียนแผนธุรกิจ และช่วยวิเคราะห์ตลาด ได้ภายในไม่กี่วินาที ความท้าทายสำคัญของสังคมอาจไม่ใช่แค่การเรียนรู้วิธีใช้เทคโนโลยีใหม่ให้เร็วที่สุด แต่คือการรักษาความสามารถพื้นฐานของมนุษย์เอาไว้ นั่นคือการคิดเอง ตัดสินใจเอง และเติบโตจากประสบการณ์จริง

 

นี่คือสารสำคัญที่เด่นชัดจากเวที Sasin X MIT 2026: Leading Through Action for Tomorrow’s World ซึ่งหยิบ 3 ประเด็นใหญ่มาเชื่อมต่อกันอย่างชัดเจน ได้แก่ AI, Education และ Entrepreneurship โจทย์ของทั้ง 3 เรื่องนี้จริงๆ แล้วเป็นโจทย์เดียวกันคือ ประเทศไทยจะสร้างคนอย่างไรในโลกที่เครื่องมือเก่งขึ้นเร็วกว่ามนุษย์เสมอ

 
 

เมื่อความสะดวกของ AI อาจกลายเป็นศัตรูของการเรียนรู้

 
 

หัวใจสำคัญของเวทีนี้เริ่มจากคำถามเรื่องการศึกษา Michellana Jester จาก MIT Sloan เสนอแนวคิดเรื่อง Productive Struggle หรือ ‘ความยากที่มีความหมาย’ ซึ่งหมายถึงช่วงเวลาที่ผู้เรียนต้องเผชิญกับความไม่รู้ ความคลุมเครือ และแรงเสียดทานของโลกจริง เพราะการเรียนรู้ที่แท้จริงไม่ได้เกิดจากการได้คำตอบเร็วที่สุด แต่เกิดจากการต้องตัดสินใจภายใต้ข้อจำกัด ต้องลองผิดลองถูก และต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตนเองเลือก เธอเตือนอย่างมีน้ำหนักว่า ความเสี่ยงที่แท้จริงไม่ใช่ตัว AI แต่คือการใช้ AI อย่างไม่ไตร่ตรองในบริบทที่มีความยาก นั่นเองคือแก่นของการเรียนรู้

 

คำเตือนนี้กระทบไทยโดยตรง เพราะหลายสถาบันกำลังตื่นตัวกับ AI อย่างมาก ทั้งการใช้ช่วยเขียน ช่วยค้นคว้า ช่วยสรุป และช่วยวิเคราะห์ แต่คำถามสำคัญกว่าคือ เรารู้หรือยังว่าอะไรควรให้ AI ช่วย และอะไรควรเป็นพื้นที่ที่มนุษย์ต้องฝึกเอง ถ้าเรารีบทำให้ทุกอย่างลื่นไหลและรวดเร็วเกินไป เราอาจได้ผลลัพธ์ที่ดูมีประสิทธิภาพขึ้น แต่กลับสูญเสียสิ่งสำคัญกว่านั่นคือ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ การทำงานกับคนอื่น และการใช้ดุลพินิจในโลกจริง

 

Jester ทิ้งคำถามที่น่าคิดต่อผู้บริหารการศึกษาและผู้นำองค์กรทุกคนว่า ในสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ของเราวันนี้ มีอะไรบ้างที่ต้องใช้มนุษย์มาปรากฏตัวจริงๆ และเรากำลังปกป้องสิ่งนั้นอยู่หรือไม่ คำถามนี้สำคัญ เพราะในยุคที่เทคโนโลยีเก่งขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่ยิ่งมีค่ากลับเป็นทักษะที่แทนที่ได้ยากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นความเข้าใจมนุษย์ การทำงานร่วมกับผู้อื่น จริยธรรม หรือการตัดสินใจภายใต้ความไม่แน่นอน

 

 
ภาพประกอบแนวคิด AI, การศึกษา และการพัฒนาทักษะมนุษย์ในการคิดวิเคราะห์ในยุคดิจิทัล 1
 

 
 

ผู้ประกอบการไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ แต่คือความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

 
 

จากโจทย์เรื่องการเรียนรู้ เวทีนี้ขยับไปสู่เรื่อง Entrepreneurship หรือ ‘การสร้างผู้ประกอบการ’ ซึ่งในมุมของ Christian Quijada Torres จากธนาคารโลก ไม่ใช่เพียงเรื่องของคนที่อยากเริ่มธุรกิจ แต่เป็นเรื่องของความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เขาชี้ว่า บริษัทเกิดใหม่คือแรงขับเคลื่อนสำคัญของการสร้างงาน นวัตกรรม และผลิตภาพ และนี่คือเหตุผลที่หลายประเทศมอง Entrepreneurship เป็นเครื่องมือเชิงเศรษฐกิจ ไม่ใช่เพียงกิจกรรมของคนรุ่นใหม่ไม่กี่กลุ่ม

 

สำหรับประเทศไทย ประเด็นนี้ทั้งน่าสนใจและน่ากังวลไปพร้อมกัน ด้านหนึ่งประเทศไทยมีพลังในเรื่องการผลักเทคโนโลยีและงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์มากขึ้น และมหาวิทยาลัยหลายแห่งก็มีโครงสร้างรองรับมากขึ้น แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ยังมีช่องว่างสำคัญระหว่างมหาวิทยาลัยกับตลาดจริง โดยเฉพาะการขาดผู้เชี่ยวชาญจากภาคเอกชนและเมนเทอร์ที่เข้าใจการพาธุรกิจไปหาลูกค้าจริง สิ่งที่ไทยมีจึงอาจยังเป็น ‘โครงสร้างรองรับ’ มากกว่า ‘ระบบที่พาคนไปสู่ผลลัพธ์’

 

ข้อเสนอที่น่าสนใจจากเวทีนี้คือ ไทยควรเลิกพอใจกับการมีโครงการส่งเสริมผู้ประกอบการจำนวนมาก แล้วหันมาทบทวนอย่างจริงจังว่าอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ และอะไรซ้ำซ้อนเกินไป เพราะถ้าภาครัฐยังสนับสนุนแบบต่างคนต่างทำ ทรัพยากรก็จะกระจายออกโดยไม่สร้างผลกระทบจริง ในระยะยาวประเทศจะได้เพียงภาพของ Ecosystem ที่ดูคึกคัก แต่ไม่สามารถส่งธุรกิจใหม่ให้เติบโตจนแข่งขันได้จริง

 

 

 

 
 

เมื่อความรู้ไม่ใช่ข้อได้เปรียบอีกต่อไป สิ่งที่เหลือคือ Mindset

 
 

อีกประเด็นที่สำคัญอย่างมากคือเรื่อง Mindset ของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะการมองตลาด เวทีนี้สะท้อนว่า หาก Start-Up ยังคิดแค่ตลาดในประเทศตั้งแต่ต้น โอกาสเติบโตย่อมถูกจำกัดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในโลกวันนี้ตลาดขั้นต่ำของหลายธุรกิจไม่ใช่ไทย แต่อยู่ในระดับอาเซียน และบางครั้งต้องคิดถึงตลาดโลกตั้งแต่วันแรกด้วยซ้ำ ถ้ายังสร้างผู้ประกอบการแบบที่เก่งภายในระบบเดิม แต่ไม่กล้าคิดใหญ่ ไม่กล้าลอง และไม่กล้าออกไปแข่งขันข้างนอก ประเทศก็ยากจะมีธุรกิจใหม่ที่โตจริงและดึงทุนได้จริง

 

ประเด็นนี้ไปเชื่อมกับวงเสวนาเรื่อง Entrepreneurship in Practice อย่างชัดเจน เพราะหนึ่งในข้อสรุปที่ทรงพลังที่สุดคือ วันนี้ ‘ความรู้’ ไม่ใช่ข้อได้เปรียบแบบเดิมอีกต่อไป เมื่อ AI ทำให้ข้อมูลและความฉลาดเชิงเทคนิคเข้าถึงได้ง่ายขึ้น สิ่งที่สร้างความแตกต่างจึงไม่ใช่ใครรู้มากกว่า แต่คือใครตั้งคำถามได้ดีกว่า ใครทดลองได้มากกว่า และใครกล้ารับมือกับความไม่แน่นอนได้มากกว่า คำพูดที่น่าจดจำจากเวทีนี้คือ “ความรู้ไม่ใช่ความลับอีกต่อไป เพราะความฉลาดเข้าถึงได้ง่ายขึ้นและราคาถูกลง แต่สิ่งที่สำคัญจริงๆ คือกรอบความคิดและความกล้าเสี่ยง”

 

นี่คือประโยคที่สะท้อนพร้อมกันทั้งโลกการศึกษาและโลกธุรกิจ ในวันที่ AI ทำให้ข้อมูล ความรู้ และเครื่องมือวิเคราะห์จำนวนมากเข้าถึงได้ง่ายขึ้น สิ่งที่จะสร้างความแตกต่างไม่ใช่แค่ใครรู้มากกว่า แต่คือใครกล้าตั้งคำถามมากกว่า ใครกล้าทดลองมากกว่า และใครกล้ารับมือกับความไม่แน่นอนมากกว่า นี่ทำให้โจทย์ของไทยไม่ใช่แค่การสอนให้คนเก่งขึ้น แต่ต้องสอนให้คน ‘กล้า’ มากขึ้นด้วย

 

 
ภาพประกอบแนวคิด AI, การศึกษา และการพัฒนาทักษะมนุษย์ในการคิดวิเคราะห์ในยุคดิจิทัล 3
 

 
 

AI เป็นตัวเร่งได้ แต่ยังแทนการตัดสินใจของมนุษย์ไม่ได้

 
 

ในจุดนี้การบรรยายของ Dr.Nina Teng ช่วยต่อภาพทั้งหมดให้ชัดขึ้น เธออธิบายกรอบ Disciplined Entrepreneurship ของ MIT ว่า การเป็นผู้ประกอบการไม่ใช่พรสวรรค์ล้วนๆ แต่เป็นทักษะที่ฝึกได้ผ่านกระบวนการที่เป็นระบบ และ AI สามารถเข้ามาเป็น ‘ตัวเร่ง’ ให้กระบวนการนี้เกิดขึ้นเร็วขึ้น โดยช่วยทำงานวิจัยรอง ช่วยวิเคราะห์เบื้องต้น และช่วยให้การเข้าถึงองค์ความรู้ระดับโลกง่ายขึ้น แต่ AI ยังแทนสิ่งสำคัญที่สุดไม่ได้นั่นคือ การออกไปเจอผู้คนจริง การเข้าใจปัญหาจริง และการใช้ดุลพินิจของมนุษย์เพื่อเลือกว่าจะทำอะไรต่อไป

 

Dr.Nina ยกคำกล่าวที่ทรงพลังว่า “เราไม่ได้ต้องการแค่ป้อนปลาให้คนกินหนึ่งวัน แต่ต้องการสอนให้คนจับปลาเป็น” เพื่อย้ำว่า แก่นแท้ของการศึกษาและการสร้างผู้ประกอบการ ไม่ใช่การส่งมอบคำตอบสำเร็จรูป แต่คือการสร้างคนที่คิดเองเป็น แก้ปัญหาเองได้ และพร้อมยืนอยู่ในโลกที่เปลี่ยนเร็วด้วยขาของตัวเอง

 

 

 

 
 

โจทย์ของไทยไม่ใช่แค่ใช้ AI ให้เป็น แต่ต้องไม่หยุดฝึกมนุษย์

 
 

นี่อาจเป็นข้อสรุปที่สำคัญที่สุดของเวทีนี้สำหรับประเทศไทย ในยุคที่ AI ทำให้คำตอบจำนวนมากถูกสร้างขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ประเทศที่จะได้เปรียบอาจไม่ใช่ประเทศที่ใช้ AI ได้เร็วที่สุด แต่คือประเทศที่ยังรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่มนุษย์ต้องฝึกเองและกล้าออกแบบระบบเพื่อปกป้องสิ่งนั้น

 

โจทย์ของไทยจึงไม่ใช่แค่วิ่งให้ทัน AI แต่ต้องไม่เผลอสร้างสังคมที่เก่งใช้เครื่องมือ แต่กลับนำไปสู่ความอ่อนแอในการคิด การตัดสินใจ และการลงมือทำ ถ้าเราอยากให้ประเทศแข่งขันได้จริงในโลกใหม่ เราอาจต้องกลับมาเริ่มจากเรื่องพื้นฐานที่สุดอีกครั้งคือ การสร้างคนที่ไม่เพียงใช้เทคโนโลยีเป็น แต่ยังเป็นมนุษย์ที่คิดเองเป็นด้วย

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising