วันนี้ (24 มกราคม) อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย กรณ์ จาติกวณิช แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและรองหัวหน้าพรรค, สกลธี ภัททิยกุล ลงพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 2 เขตสาทร เขตปทุมวัน เขตราชเทวี ช่วย เจษฎา เลิศธนสาร ผู้สมัคร สส. หาเสียง ที่บริเวณสวนสุขภาพสมาคมแต้จิ๋ว
บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชน มาขอถ่ายรูปอภิสิทธิ์จำนวนมาก โดยช่วงหนึ่ง มีประชาชนเดินมาทักทายอภิสิทธิ์ พร้อมกับกล่าวว่า “มีอยู่ 2 สีที่ห้ามเลือก คือสีน้ำเงินกับสีเขียว เพราะเลือกไปแล้วประชาชนตาย” ขณะเดียวกันก็มีประชาชนเดินมาสวมกอด พร้อมกับกล่าวว่า “ซื่อสัตย์สุจริตต้องพรรคนี้ เลือกอยู่แล้ว”, “ขอให้ได้เป็นนายกฯ เลือกอยู่แล้ว”
ขณะเดียวกัน มีคนที่มาออกกำลังกาย บอกกับอภิสิทธิ์ว่า “เลือกอยู่แล้ว เที่ยวนี้น่าจะได้ 20-30”, “ขอให้ประสบความสำเร็จนะ”
นอกจากนี้ 2 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ยังได้ร่วมตีแบดมินตันและล้อมวงจิบน้ำชา สัญลักษณ์ของสมาคมแต้จิ๋ว พร้อมเล่าถึงอดีตว่าตนเคยเดินหาเสียงกับคุณแม่ของอภิสิทธิ์ขอให้ประสบความสำเร็จมากๆ เรายังไงก็ประชาธิปัตย์อยู่แล้ว ตั้งแต่สมัยชวน หลีกภัย ดีใจมากที่มา พร้อมขอให้ช่วยกันเชียร์ให้ถึงจุดสูงสุด
ขณะเดียวกัน อภิสิทธิ์และคณะได้นั่งรถแห่มายังตลาดกิตติ หรือ ตลาดเซนต์หลุยส์ ซึ่งทันทีที่รถแห่ผ่านตลาด ได้มีแม่ค้าตะโกนเรียกอภิสิทธิ์ ว่า “อภิสิทธิ์ลงมาหน่อย ถ้าไม่ลงไม่เลือกนะ” ทำให้อภิสิทธิ์รีบลงจากรถเพื่อไปหาทันที
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พื้นที่เขตสาทรเป็นพื้นที่เก่าที่ทั้ง อภิสิทธิ์ และกรณ์เคยเป็น สส.
อภิสิทธิ์ยังประเมินตัวเลข สส. ในช่วงการหาเสียงโค้งสุดท้าย ว่า มีความเป็นไปได้หลายทาง ซึ่งบางครั้งคะแนนเลือกตั้ง สส. บัญชีรายชื่อ และแบ่งเขตก็ไม่สัมพันธ์กัน ตามที่ประชาชนเข้าใจ แต่จากการลงพื้นที่ที่ตนได้เดินทางไปหาเสียงภาคตะวันออก 4 จังหวัด เมื่อวานนี้ (23 มกราคม) ได้รับการตอบรับที่ดีมาก ซึ่งก็เป็นกำลังใจให้กับพรรค เพราะจากเดิมจะถูกมองเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ แต่ขณะนี้ กระแสทั้งกรุงเทพมหานคร และภาคตะวันออกก็ดีขึ้น หรือแม้แต่ที่ตนเดินทางไปหาเสียงที่จังหวัดสุโขทัย ประชาชนจำนวนมากก็ยืนยันว่า จะกลับมาเลือกพรรคประชาธิปัตย์
ส่วนการหาเสียงในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ได้รับการต้อนรับและการตอบรับอย่างดี คาดจะได้ สส. กรุงเทพฯ เท่าไหร่นั้น อภิสิทธิ์ระบุว่า หากเปรียบเทียบเชิงปฏิกิริยาของประชาชน ก็ดีกว่าการเลือกตั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา แต่ตอบได้ยากว่าจะนำไปสู่การได้ที่นั่งหรือไม่
เมื่อถามว่า กรณีที่พรรคเพื่อไทยได้ประกาศนโยบายแจกเงินล้านทุกวัน วันละ 9 คน จะสามารถทำได้จริงหรือไม่นั้น อภิสิทธิ์กล่าวว่า หากจะทำก็คงทำได้ แต่ตนพยายามพิจารณาว่า เหตุผลในเชิงนโยบายสาธารณะ และประโยชน์เชิงเศรษฐกิจคืออะไร ซึ่งหากแจกวันละ 9 ล้านบาท 1 ปี ใช้งบประมาณกว่า 3,600 ล้านบาท ตนเห็นว่า หากนำเงินดังกล่าวไปให้ประชาชน 1,000,000 คน เพื่อปรับปรุงทักษะจะดีกว่า ซึ่งการที่ทำให้ประชาชนรู้สึกรวยขึ้นมาเฉียบพลันได้วันละ 9 คน ในแง่เศรษฐกิจภาพรวมความยั่งยืนและความเป็นธรรม เงินจำนวนนี้นำไปใช้ประโยชน์อื่นน่าจะดีกว่า
ส่วนในช่วงโค้งสุดท้ายพรรคประชาธิปัตย์จะมีหมัดเด็ดหรือนโยบายเด็ดออกมาเพิ่มเติมอีกหรือไม่นั้น อภิสิทธิ์ระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์ยังมีเรื่องที่จะสื่อสารเพิ่มเติมในช่วงท้ายการหาเสียง ทั้งเรื่องเชิงนโยบายและแนวทางการเมือง แต่ตนยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด แต่ย้ำว่าเป็นเรื่องสำคัญ
ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยยังไม่ประกาศจับมือจัดตั้งรัฐบาลกับใคร แสดงว่าจะสามารถจับมือได้กับทุกพรรคการเมืองใช่หรือไม่นั้น อภิสิทธิ์ กล่าวว่า ควรจะต้องไปถามพรรคเพื่อไทย ซึ่งตนเข้าใจว่า พรรคเพื่อไทยได้มีการสื่อสารบนเวทีปราศรัยหลายครั้งว่า พร้อมทำงานร่วมกันกับทุกพรรคการเมือง
ส่วนการปราศรัยของพรรคเพื่อไทยเมื่อวานนี้ (24 มกราคม) ที่สยามพารากอน มีเนื้อหาปราศรัยโจมตีพรรคประชาชนเป็นส่วนใหญ่ แต่ถ้อยทีถ้อยอาศัยกับพรรคภูมิใจไทยนั้น อภิสิทธิ์ระบุว่า ตนเองไม่ทราบ และจะต้องไปถามพรรคเพื่อไทย เพราะเป็นทางเลือกและสิทธิของพรรคเพื่อไทย
อภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงการปราศรัยที่จังหวัดชลบุรี ที่ระบุตนเองแก่แล้วอย่ามาหลอกนั้น ยอมรับว่า เป็นการกล่าวแซว เพราะมีประชาชนมาฟังปราศรัยอย่างล้นหลาม แต่ก็แพ้การเลือกตั้ง











เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/


