ไทยและฮังการีย้ำความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น พร้อมขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการศึกษา โดยไทยหวังใช้โอกาสจากความตกลงการค้าเสรีไทย–สหภาพยุโรป (FTA) ยกระดับความร่วมมือระหว่างสองประเทศ พร้อมขอบคุณฮังการีที่สนับสนุนกระบวนการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ของไทย
ขณะที่ฮังการีใช้โอกาสครบรอบ 70 ปีการปฏิวัติปี 1956 ย้ำคุณค่าของเสรีภาพ ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และความสำคัญของการยืนหยัดเคียงข้างกันระหว่างประเทศ ท่ามกลางความท้าทายของโลกปัจจุบัน
สารดังกล่าวสะท้อนผ่านคำกล่าวของ ซิลเวีย ซาโลกี (Szilvia Szalóki) เอกอัครราชทูตฮังการีประจำประเทศไทย และ ศรัณย์ เจริญสุวรรณ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ ในงานเลี้ยงรับรองเนื่องในโอกาสวันชาติฮังการี ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 ก่อนถึงวันชาติฮังการี 23 ตุลาคม
เอกอัครราชทูตฮังการีกล่าวว่า การรำลึกถึงการปฏิวัติปี 1956 ไม่ได้เป็นเพียงการย้อนมองประวัติศาสตร์ แต่ยังสะท้อนคุณค่าที่เชื่อมโยงผู้คนข้ามพรมแดน พร้อมย้ำว่าไม่มีชาติใดต้องยืนหยัดอย่างโดดเดี่ยว หากมีมิตรประเทศพร้อมเคียงข้าง โดยหวังว่าความสัมพันธ์ไทย–ฮังการีจะสะท้อนจิตวิญญาณของคำว่า “Freedom Unites” หรือ “เสรีภาพเชื่อมโยงเราเข้าด้วยกัน”
ด้านศรัณย์กล่าวยกย่องความกล้าหาญของชาวฮังการีในการต่อสู้เพื่ออธิปไตยและเสรีภาพ รวมถึงการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองอย่างสันติในปี 1989 พร้อมเน้นย้ำความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับฮังการี ซึ่งสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตในปี 1973 แต่มีสายสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์ยาวนานกว่านั้น
ปัจจุบันทั้งสองประเทศมีความร่วมมือครอบคลุมหลายสาขา ทั้งการค้า การลงทุน การเกษตร การบริหารจัดการน้ำ เทคโนโลยี และการศึกษา โดยเฉพาะทุน Stipendium Hungaricum ของรัฐบาลฮังการีที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาไทยศึกษาต่อ ตลอดจนความร่วมมือในเวทีระหว่างประเทศ
ศรัณย์ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการเจรจา FTA ไทย–EU ซึ่งคาดว่าจะช่วยเปิดโอกาสทางการค้าและการลงทุนระหว่างไทยกับฮังการีมากขึ้น พร้อมย้ำความตั้งใจของไทยที่จะสานต่อความร่วมมือกับฮังการีทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี


