เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7 ในภูมิภาคนักชู (Nagqu) ซึ่งเป็นพื้นที่เทือกเขาขนาดใหญ่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงลาซา เมืองหลวงของทิเบต เมื่อคืนวันพฤหัสบดี (22 ตุลาคม) ที่ผ่านมา ส่งผลให้บ้านเรือนพังถล่มหลายร้อยหลัง และมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 16 คน บาดเจ็บ 54 คน ขณะที่เส้นทางคมนาคมถูกตัดขาดและกระแสไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง
เบื้องต้น ทางการได้ประกาศภาวะฉุกเฉินและส่งทีมกู้ภัยลงพื้นที่ โดยหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบตั้งอยู่บนพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 4,800 เมตร
ภายหลังเกิดเหตุ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ได้สั่งการเร่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งเน้นย้ำว่า พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบตั้งอยู่บนที่สูงและมีสภาพอากาศหนาวเย็นจัด
โดยแถลงการณ์ของสี ที่เผยแพร่ผ่านสื่อทางการ ระบุว่า “ต้องทุ่มเทความพยายามอย่างเต็มที่ในการค้นหาและช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่จากเหตุแผ่นดินไหว ให้การรักษาพยาบาลแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บ และลดความสูญเสียให้เหลือน้อยที่สุด”
นอกจากนี้ เขายังเรียกร้องให้เร่งจัดส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ฉุกเฉิน และดำเนินการย้ายและจัดหาที่อยู่อาศัยใหม่ให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเหมาะสม ตลอดจนเร่งซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานที่เสียหาย รวมถึงดำเนินมาตรการที่มีประสิทธิภาพเพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
เหตุการณ์นี้นับเป็นแผ่นดินไหวที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในภูมิภาคดังกล่าวนับตั้งแต่ปี 2023 ซึ่งเคยเกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.2 แมกนิจูดในมณฑลกานซูของจีนที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 120 คน
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลส่วนใหญ่มาจากสำนักข่าว Xinhua ของทางการจีน โดยอ้างอิงจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและหน่วยบริการฉุกเฉิน ซึ่งสื่อทางการจีนเป็นสื่อหลักเพียงแหล่งเดียวที่มีรายงานเกี่ยวกับสถานการณ์ในทิเบตที่อยู่ภายใต้การควบคุมอย่างเข้มงวดของจีนนับตั้งแต่ถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศในช่วงทศวรรษ 1950
อ้างอิง:


