×

‘มาครง’ วิจารณ์ ‘ทรัมป์’ ปมกล่าวโทษผู้อพยพก่อจลาจล ชี้หวังสร้างคะแนนนิยมหาเสียง

22.10.2026
เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ขณะเดินทางเยือนต่างประเทศ

เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ตำหนิ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาและผู้นำบางประเทศ หลังถูกกล่าวอ้างว่า ผู้อพยพเป็นต้นเหตุของเหตุจลาจลในฝรั่งเศส โดยย้ำว่า เป็นความคิดเห็นที่ ‘โง่เขลา’ พร้อมกล่าวหาว่า ผู้นำเหล่านี้กำลังใช้สถานการณ์ในฝรั่งเศสเป็นเครื่องมือแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมือง

 

 
 

เมื่อวานนี้ (21 ตุลาคม) มาครงกล่าวระหว่างการเดินทางเยือนกาตาร์ว่า มีการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารจากต่างประเทศ หลังเกิดเหตุจลาจลและการปล้นสะดมในหลายเมืองของฝรั่งเศสเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมย้ำว่า สถานการณ์ดังกล่าวนำไปสู่การแสดงความคิดเห็นอันโง่เขลา และไม่สามารถยอมรับได้จากบุคคลจำนวนมากและผู้นำต่างประเทศ

 

“มีผู้กล่าวอ้างว่า ประเทศของเราถูกบุกรุกโดยฝูงผู้อพยพและกลุ่มอิสลามิสต์ ซึ่งเป็นเรื่องเท็จโดยสิ้นเชิง” มาครงกล่าวว่า มีการเผยแพร่ภาพที่สร้างขึ้นด้วยปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งแสดงเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริงในฝรั่งเศส

 

ผู้นำฝรั่งเศสยังกล่าวว่า ต่างชาติเข้ามาแทรกแซงเหตุการณ์ความไม่สงบโดยตรง แต่มีการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารจากต่างประเทศ พร้อมวิจารณ์ผู้นำที่กำลังอยู่ระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง ทั้งในภูมิภาคตะวันออกกลางและฟากหนึ่งของมหาสมุทรแอตแลนติกว่า กำลังเผยแพร่ข้อมูลที่สร้างขึ้นด้วย AI หรือเรื่องเล่าที่กลุ่มบางกลุ่มพยายามผลักดัน

 

“พวกเขากำลังใช้ประเทศของเราเป็นเครื่องมือในการหาเสียงทางการเมืองของตนเอง เราไม่ต้องการสิ่งนั้น เพราะเรามีปัญหาที่ต้องจัดการอยู่แล้ว” มาครงกล่าว

 

ขณะที่ ฌอง-โนเอล บาร์โรต์ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศสระบุว่า กระทรวงพร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงแก่ประเทศที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันการเผยแพร่ข้อมูลเท็จและข้อกล่าวอ้างที่ไม่มีหลักฐานบนโซเชียลมีเดีย

 

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์กล่าวอ้างว่า ฝรั่งเศสกำลังถูกผู้อพยพ กลุ่มญิฮาด และคอมมิวนิสต์ที่เกลียดชังศาสนาคริสต์และอารยธรรมตะวันตก ยึดครอง ปล้นสะดม และเผาทำลายจนราบคาบ พร้อมเรียกร้องให้มาครงปิดพรมแดนและควบคุมสถานการณ์ก่อนที่จะสายเกินไป

 

นอกจากนี้ เจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังแสดงความคิดเห็นในทำนองเดียวกันว่า กลุ่มเสรีนิยมตะวันตกนำผู้คนจากประเทศโลกที่สามเข้าสู่ฝรั่งเศสและประเทศอื่นๆ แต่กลับเพิกเฉยต่อปัญหาการปรับตัวเข้ากับสังคมและความแตกต่างทางวัฒนธรรม

 

ขณะที่ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลกล่าวว่า ฝรั่งเศสกำลังเผชิญการรุกรานจากกลุ่มอิสลามสุดโต่ง

 

ฝรั่งเศสเตรียมรับมือประท้วงระลอกใหม่

 

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์ที่ฝรั่งเศสกำลังเผชิญวิกฤตความไม่สงบครั้งรุนแรงที่สุดในรอบหลายปี หลังการประท้วงเรียกร้องแก้ไขปัญหาค่าครองชีพ ละการศึกษา ลุกลามกลายเป็นเหตุจลาจลและการปล้นสะดมในหลายเมือง โดยเฉพาะกรุงปารีส มาร์กเซย ลียง และลีมอฌ

 

ปัจจุบัน รายงานระบุว่า ผู้ถูกจับกุมมากกว่า 2,000 คน โดย เฌราลด์ ดาร์มาแนง รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมฝรั่งเศสเปิดเผยว่า มีผู้ถูกส่งเข้าเรือนจำ 174 คน ขณะที่อีก 917 คนถูกดำเนินคดีอย่างเป็นทางการ

 

แม้สถานการณ์จะเริ่มกลับมาสงบลง หลังฝรั่งเศสประกาศมาตรการเคอร์ฟิวบางพื้นที่ แต่รัฐบาลยังเตรียมรับมือการประท้วงครั้งใหม่ในวันที่ 22 ตุลาคม และวันที่ 24 ตุลาคม โดยมีผู้เข้าร่วม ได้แก่ กลุ่มนักเรียน นักศึกษา และขบวนการเสื้อกั๊กเหลือง (Gilet Jaune)

 

ขณะที่ตำรวจกรุงปารีสประกาศห้ามการชุมนุมในพื้นที่สำคัญหลายแห่งในวันที่ 22 ตุลาคม ตั้งแต่เวลา 08.00-20.00 น. รวมถึงบริเวณพระราชวังเอลีเซ อาคารรัฐสภา พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ และถนนช็องเซลีเซ โดยให้เหตุผลด้านความปลอดภัยสาธารณะและการป้องกันความเสียหายต่อทรัพย์สิน

 

ด้าน เซบาสเตียง เลอกอร์นู นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสเปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยครั้งใหญ่ในวันเสาร์นี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุความรุนแรงซ้ำรอย โดยคาดว่าจะมีการระดมกำลังตำรวจเพิ่มเติม และอาจส่งทหารบางส่วนเข้าร่วมปฏิบัติการด้วย

 

อย่างไรก็ตาม มาครงยืนยันว่า ฝรั่งเศสยังไม่มีความจำเป็นต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เนื่องจากรัฐบาลมีเครื่องมือทางกฎหมายและมาตรการรักษาความปลอดภัยเพียงพอในการควบคุมสถานการณ์

 

มาครงเร่งแก้วิกฤตพลังงาน หลังราคาสินค้าพุ่งสูง

 

อีกด้านหนึ่ง มาครงยังพยายามบรรเทาปัญหาค่าครองชีพ ถือเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการประท้วง โดยเดินทางเยือนประเทศผู้ผลิตพลังงานรายใหญ่ในภูมิภาคอ่าวอาหรับ เพื่อเจรจาจัดหาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเพิ่มเติม หลังราคาพลังงานและอาหารในฝรั่งเศสพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

ทั้งนี้ สำนักข่าว AP รายงานว่า ฝรั่งเศสบรรลุข้อตกลงจัดหาน้ำมันดีเซลเพิ่มเติมจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เดือนละ 100,000 เมตริกตัน ขณะที่อยู่ระหว่างรอการยืนยันปริมาณเพิ่มเติมอีก 100,000 ตันจากบาห์เรน

 

ทำเนียบประธานาธิบดีระบุว่า หากรวมการจัดหาจากซาอุดีอาระเบีย ฝรั่งเศสอาจได้รับน้ำมันดีเซลเพิ่มเติมเกือบ 295,000 ตันต่อเดือน หรือมากกว่า 10% ของปริมาณการใช้น้ำมันดีเซลรายเดือนของประเทศ

 

ขณะเดียวกัน มาครงยังอ้างถึงความพยายามของกลุ่มประเทศ G7 ที่ตกลงปล่อยน้ำมันและผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงจากคลังสำรองรวม 100 ล้านบาร์เรล โดยคาดว่า มาตรการดังกล่าวจะช่วยให้ราคาพลังงานเริ่มปรับตัวลดลงตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายน

 

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนว่า มาตรการจัดหาพลังงานเพิ่มเติมจะสามารถบรรเทาความไม่พอใจของประชาชนได้มากน้อยเพียงใด เมื่อข้อเรียกร้องของผู้ประท้วงยังครอบคลุมถึงปัญหาคุณภาพการศึกษา ค่าครองชีพ และบริการสาธารณะ

 

ทั้งนี้ สหภาพแรงงานหลักของฝรั่งเศสยังประกาศเตรียมระดมผู้ชุมนุมทั่วประเทศอีกครั้งในวันที่ 5 พฤศจิกายน โดย โซฟี บีเนต์ ผู้นำสมาพันธ์แรงงานทั่วไป (CGT) ระบุว่า ความไม่พอใจของประชาชนมีเหตุผลรองรับ ซึ่งรัฐบาลจำเป็นต้องตอบสนองด้วยมาตรการทางการเมือง ไม่ใช่การปราบปราม

 

สถานการณ์ดังกล่าวยังสร้างแรงกดดันต่อรัฐบาลมาครง ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสในอีกประมาณ 6 เดือนข้างหน้า ขณะที่ผลกระทบจากเหตุจลาจลเริ่มลุกลามไปถึงตลาดการเงิน โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลฝรั่งเศสอายุ 10 ปี พุ่งสูงกว่า 5% เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่ปี 2002

 

นอกจากนี้ เหตุประท้วงที่ลุกลามเป็นความรุนแรงในหลายประเทศยุโรป รวมถึงอิตาลีและเบลเยียม ทำให้เพิ่มความกังวลว่า ความไม่พอใจต่อปัญหาค่าครองชีพอาจขยายตัวไปทั่วทวีป ท่ามกลางปัญหาด้านงบประมาณและเศรษฐกิจที่หลายประเทศกำลังเผชิญ

 

ภาพ: Juan Medina / Reuters

 

อ้างอิง:


READ MORE




Latest Stories

Close Advertising